โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ซัดแนวคิด ‘ป่าปลอดคน’ จำกัดสิทธิชุมชน ทรัพยากร – จี้ รัฐบาลใหม่ หนุนคุ้มครองสิทธิชาติพันธุ์

Thai PBS

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 16.57 น. • Thai PBS

สกน. – เครือข่ายชาติพันธุ์ เรียกร้อง บอร์ดคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ เร่งประชุม ทำแผนชุมชนเข้าถึงการคุ้มครอง เดินหน้ายกเลิกกฎหมายคุกคามสิทธิ ปรับแก้ให้สอดคล้องเจตนารมณ์ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ พร้อมยุติปฏิบัติการ ‘ล่าแม่มด’ ปมไฟป่า ชี้ ละเมิดสิทธิชุมชน วอน ทุกฝ่ายเร่งสร้างความเข้าใจ

วันนี้ (9 มี.ค. 69) ที่ ศูนย์นวัตกรรมการจัดการที่ดินโดยชุมชน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ร่วมกับ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ กป.อพช.ภาคเหนือ, ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น(CPCR), ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – SAC Center for Ethnic Studies and Development – ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ ม.เชียงใหม่, มูลนิธิชุมชนไท และ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ จัดเวทีสร้างความเข้าใจ กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกในเครือข่ายชาติพันธุ์ และภาคประชาสังคม ในพื้นที่ภาคเหนือ เกี่ยวกับหลักการและเนื้อหาของ กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568 และเตรียมความพร้อมออกแบบการจัดทำแผนรณรงค์สร้างความเข้าใจในกลุ่มสมาชิก สนับสนุนการนำเอากฎหมายดังกล่าวมาคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์

พร้อมทั้งได้มี แถลงการณ์ เรื่อง “ทวงคืนสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ยืนยันสิทธิชุมชน” โดยสาระสำคัญ ระบุถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ที่กดขี่กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผ่านนโยบายและกฎหมายที่เร่งเบียดขับออกจากสังคม ได้สร้างผลกระทบและบาดแผลอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะแนวคิด “ป่าปลอดคน” ที่พยายามอพยพคนออกจากป่า ใช้กฎหมายทั้งป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มาเพื่อจำกัดสิทธิในที่ดินและทรัพยากร รวมถึงเครื่องมือใหม่ ๆ ของรัฐ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และ โครงการคาร์บอนเครดิต ที่ล้วนยึดสิทธิในที่ดินของเราไปเอื้อรัฐและทุนทั้งสิ้น

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ที่ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นเกษตรกรรายย่อย คนยากจน และมีกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ต่ำกว่า 50 ชุมชน ได้ร่วมกับ พีมูฟ ผลักดันให้เกิดการคุ้มครองพื้นที่ทำกินและพื้นที่จิตวิญญาณจากการรุกรานของรัฐ รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือ การประกาศพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ จำนวน 10 ชุมชน และเป็นจุดก่อเกิดสำคัญที่ทำให้เราร่วมกันยกร่าง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ติดตาม ผลักดัน และส่งตัวแทนเข้าไปต่อสู้ในรัฐสภา

จนเกิดเป็น พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีเครื่องมือสำคัญ คือ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จึงขอประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 อย่างถึงที่สุด ภายใต้จุดยืนและข้อเรียกร้อง ดังนี้

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เกิดจากเจตนารมณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกละเมิดสิทธิ การดำรงอยู่ของพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้จึงต้องนำไปสู่การคืนสิทธิต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากร การพัฒนาคุณภาพชีวิต สิทธิในวิถีวัฒนธรรม ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

  • ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ต้องเร่งรัดการประชุม เพื่อจัดทำแผนและสนับสนุนให้ชุมชนชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิโดยเร็ว

  • กฎหมายใดที่เป็นอุปสรรค ขัดขวาง หรือคุกคามสิทธิของเราตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ต้องยุติการบังคับใช้ ยกเลิก หรือปรับแก้ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้โดยทันที

  • สถานการณ์เร่งด่วนเรื่องไฟป่า PM 2.5 ที่ปรากฏความพยายามของหลายฝ่ายในการ ล่าแม่มด จนเกิดผลกระทบทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจต่อชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ทับซ้อนเขตป่า ขอยืนยันว่า นั่นคือการละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาที่ซับซ้อน และยุติปฏิบัติการที่จะกระทบสิทธิชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ในฤดูกาลห้ามเผาโดยทันที

“สุดท้าย ขอย้ำว่า พระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ เกิดจากน้ำพักน้ำแรงกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ถูกกดขี่ มิใช่การร้องขอหรือความเมตตาจากฝ่ายใด จึงขอประกาศเดินหน้าแนวทางการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ด้วยพลังขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนต่อไป และทุกฝ่ายต้องสนับสนุนตามอำนาจหน้าที่ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“ทองคำ” เช้านี้ -150 บาท ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเดือด จับตาผลประชุมเฟคคืนนี้

8 นาทีที่แล้ว

ผลชันสูตร "ลูกพะยูน" เกยตื้นหาดแหลมสน ตายจากภาวะช็อก-ขาดน้ำรุนแรง

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวพยาธิใบไม้ตับ กระทบยอดขายร้านส้มตำ ใน "มมส"

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตอบโต้เหตุยิงเรือขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

คปภ.ยโสธรปั้น “ร้านอาหารอุ่นใจ” นำร่อง 25 ร้าน ใช้ประกันภัยเสริมแกร่งธุรกิจท้องถิ่น

สยามรัฐ

เทศบาลเมืองน่านเปิดศูนย์พักพิงสุนัข-แมวจรจัด แก้ปัญหาเป็นระบบ คุมประชากรด้วยทำหมัน

สยามรัฐ

GED จับมือ ดีคอลเจน เดินหน้าภารกิจ "ชีวิตดีมีสุข 2026" ส่งต่อสุขภาพ-เติมกำลังใจแรงงานไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่สังคมแห่งการแบ่งปัน

สยามรัฐ

ผู้ว่าฯ มุกดาหารนำทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลพระสงฆ์มรณภาพจากอุบัติเหตุรถชน

สยามรัฐ

กาญจนบุรีลุย Operation 90 Days ตรวจสถานบริการ 38 ราย ไม่พบสารเสพติด เดินหน้าปราบยาเสพติด

สยามรัฐ

ชาวสตูลขอบคุณน้ำมันลด 2 บาท แต่เสียงสะท้อนยังดัง “ต้องต่ำกว่า 30 บาทถึงพอใจ”

สยามรัฐ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...