โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนร้ายใช้แผน 3 ขั้นล่อเจ้าหน้าที่ ก่อนลงมือสำเร็จ เหตุบึ้ม อ.สายบุรี

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 มี.ค. 2568 เวลา 16.16 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปัตตานี 9 มี.ค.-เหตุระเบิดพื้นที่ อ.สายบุรี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คนร้ายใช้แผน 3 ขั้นล่อเจ้าหน้าที่ ก่อนลงมือกับเจ้าหน้าที่สำเร็จ เชื่อคนร้ายกระจายกำลังก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัด

จากเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนได้ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่เกิดเหตุ หลังมีคนร้ายซุ่มยิงโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ. 4411หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อ 1 อส.ทพ.สมัย บุญยงค์ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด ร้อย ทพ.4411 2 นายมะรอมลี มะยะเด็ง อายุ 53 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และ 3 นายอดิศร ดอเลาะ อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ หมู่ 3 บ้านฮูแตกอแล ต.เตราะบอล อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นอกจานี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายฮารง เยะแล อายุ 49 ปีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขน อาการปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อคืนของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนเชิงลึกพบว่า เหตุระเบิดดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่พยายามก่อเหตุเพื่อลวงเจ้าหน้าที่เข้ามายังที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายได้ดักระเบิดไว้เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งคนร้ายได้พยายามถึง 3 ครั้ง จึงจะทำได้สำเร็จ โดยต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน แยกได้ดังนี้

โดยเหตุการณ์แรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.68 เวลาประมาณ 07.00 น. ได้มีคนร้ายลอบนำวัตถุต้องสงสัย นำมาผูกไว้ที่เสาไฟฟ้า อยู่ข้างทาง บริเวณ บ.ปายอใน ม.3 ต.กะดุนง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และห่างกันประมาณ 300 เมตร พบคนร้ายลอบวางเพลิงยางรถยนต์ โดยคนร้ายใช้วิธีการลอบวางเพลิงยางรถยนต์เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาที่เกิดเหตุ โดยมีการนำระเบิดมาผูกไว้กับเสาไฟฟ้า เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้ปิดกั้นเส้นเส้นทางเข้าออก และจัดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.จรยุทธ์ สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4411 เข้าดูแลพื้นที่เกิดเหตุแทน ทำให้แผนการคนร้ายไม่สำเร็จ จึงได้ได้มีการเปลี่ยนแผน

โดยก่อเหตุการณ์ที่ 2 ขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 8 มี.ค.68 คนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่ลอบวางเพลิงยางรถยนต์และนำระเบิดผู้ติดไว้กับเสาไฟฟ้า ได้ใช้อาวุธสงครามลอบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ดูแลความปลอดภัยและปิดกั้นที่เกิดเหตุลอบวางเพลิงยางรถยนต์ (วันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ที่ 2 ห่างจากเหตุจุดที่ 1 ประมาณ 1 กิโลเมตร) เกิดการยิงปะทะกันขึ้น ทำให้เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หลังสิ้นเสียงปืน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด เหตุการณ์นี้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายเพียงต้องการก่อเหตุล่อเจ้าหน้าที่เข้ามาที่เกิดเหตุเท่านั้น โดยก่อนที่คนร้ายจะลอบซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ คนร้ายได้เตรียมการนำระเบิดแสวงเครื่องนำไปวางไว้ที่ใต้ ศาลาริมทาง ม.3 บ้านฮูแตกอแล ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานีอยู่ห่างจากจุดซุ้มยิงประมาณ 500 เมตร และเป็นทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุ เมื่อจากเสร็จสิ้นการปะทะ เจ้าหน้าที่จึงได้มาตรงบริเวณทางเข้าซึ่งอยู่ติดกับศาลาริมทางที่คนร้ายลอบนำระเบิดมาวางไว้ เพื่อทำการปิดเส้นทางเข้าออก โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ร่วมดูแลด้วย โดยคาดว่ากลุ่มคนร้ายได้แอบซุ่มดูอยู่ไม่ห่างนัก

จนกระทั่งเวลา 23.20 น. เมื่อคนร้ายเห็นว่าเจ้าหน้าที่อยู่ใกล้กับศาลาที่คนร้ายซุกระเบิด จึงได้กดฉนวนระเบิดทันที แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีก 1 นาย นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้ศาลาริมทางแหลกละเอียด เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ บ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายหลายหลัง พบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เองยังคงปิดกั้นเส้นทางเข้าออก และรอเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลังฐานเข้ามาเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งคนร้ายได้ใช้ความพยายามที่จะเข้าก่อเหตุกับกับเจ้าหน้าที่ให้ได้ เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาติดกักของคนร้าย ไม่ว่าจะเป็น 1 การผูกระเบิดที่เสาไฟฟ้า โดยมีการลอบวางเพลิงยางรถยนต์ 2 การลอบซุ้มยิงเจ้าหน้าที่ และ 3 การลอบวางระเบิดใต้ศาลา และเชื่อว่าทั้ง 3 เหตุการณ์มีความต่อเนื่องกัน นำมาซึ่งการสูญเสียชองเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ราย

สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เชื่อว่ามีความเกี่ยวโยงและมีการวางแผนร่วมกันกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เพื่อต้องการแสดงศักยภาพและให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในเรื่องของการเดินหน้าพูดคุยสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป.-718.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...