Top Tier Villain ตัวร้ายระดับท็อปเทียร์ [Mpreg]
ข้อมูลเบื้องต้น
ครั้งหนึ่งเขาเคยเชื่อใจ น้องชายฝาแฝด แต่ความเชื่อใจนั้นกลับนำไปสู่โศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกและหวนกลับมาอีกครา เขาถึงได้รู้ว่าโลกที่ยืนอยู่คือ โลกนิยายที่เขาไม่ควรตาย! เขาเคยเป็นคนใจดี ทว่าตอนนี้ มีเพียง ตัวร้ายระดับท็อปเทียร์ ที่คว้ารางวัลนักแสดงในฐานะดาวร้ายมานับไม่ถ้วน!
มองไปทางที่หนึ่ง : โอ้ว้าว! นั่นคืออดีตคู่หมั้นที่เข้าหาเขาด้วยเรื่องธุรกิจก่อนจะโยนเขาทิ้งหลังหมดประโยชน์นี่นา
มองไปทางที่สอง : โอ้ว้าว! นั่นคือน้องชายฝาแฝดซึ่งถูกแทนที่โดย คนทะลุมิติ และขโมยตัวตนของเขาไป จอมตอแหxอันดับหนึ่งที่ปากบอกจะแก้แค้นให้ แต่ว่าสุดท้ายก็ไปได้กับอดีตพี่เขย!
มองไปทางที่สาม : โอ้ว้าว! นั่นคือแฟนเก่าของอดีตคู่หมั้นที่เคยตามรังควานเขาเพราะคิดว่าเขาเป็นมือที่สาม น่าสงสารจริง ๆ ที่ครอบครัวต้องพังพินาศเพราะเศษขยะที่ไม่คู่ควรเลย แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เอาคืนกับปัญหาที่มันเคยก่อกับเขาเอาไว้!
มองไปทางที่สี่ : โอ้ว้าว! นั่นคือพระรองจอมย้อนแย้งอันดับหนึ่ง เชื่อใจเพื่อนมากแต่จ้องจะงาบแฟนของเพื่อน ปากบอกว่ารักคนพี่มานานแต่ดันเดินตามคนน้องที่ปลอมเป็นพี่ต้อย ๆ เหมือนหมา สงสัยอยากให้บริษัทถึงจุดวิกฤติเพราะเพื่อนอีกรอบ
มองไปทางที่ห้า : โอ้ว้าว! นั่นคือ…เอ่อ…
พระเอกนิยายบางคน : เด็กน้อย ฉันขอโทษที่ปล่อยให้คนมาทำรถเธอสกปรก อยากได้โรลส์ รอยซ์ หรือบูคาติเป็นคันที่สิบดีล่ะ?
นายเอกนิยายตัวจริง : ขอร้องล่ะ คุณจะให้ผมขับรถสปอร์ตไปกองถ่ายสลับกันวันละรุ่นไม่ได้!
ตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจช่วยผู้ชายคนนั้นให้รอดพ้นจากผลกระทบของคนทะลุมิติ เขาก็ได้คู่หมั้นคนใหม่สายเปย์ที่ยืนหนึ่งเรื่องความอวดรวยและอวดแฟนมาครอบครอง อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางที่แสนหวาน เขายังมีทะเลเพลิงที่ต้องลุยไปก่อนเพื่อแก้แค้นทุกคนที่มันเคยทำกับเขาเอาไว้!
“ขอโทษนะ น้องรัก บาร์บาซ่า วอดก้า มีได้แค่คนเดียวเท่านั้น”
เมื่อแรงปะทะร้าย ใครจะอยู่ใครจะไป เดี๋ยวได้รู้กัน!
WARNING!!!
- สถานที่และเซตติ้งทุกอย่างภายในเรื่องไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงยูนิเวิร์สที่นักเขียนปั้นแต่งขึ้นมาจากจินตนาการ
- บางสถานการณ์อาจมีความไม่สมเหตุสมผลเนื่องจากนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น
- ตัวเอกไม่ใช่คนดี อาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรลอกเลียนแบบ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
- อาชีพของตัวเอกเน้นไปทางทำธุรกิจเพื่อต่อสู้กับตัวร้ายมากกว่างานในวงการบันเทิง
- การคอมเมนต์หรือวิจารณ์ต้องความเคารพซึ่งกันและกัน หากพบคอมเมนต์ไหนที่ไม่เหมาะสมขออนุญาตลบโดยไม่แจ้งให้ทราบ
E-Book
เล่ม 1 : http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk3MTc0NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjI2NDkyNzt9
เล่ม 2 : http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk3MTc0NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjI3MDk5Mzt9
เล่ม 3 : http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk3MTc0NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjI3OTIzOTt9
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๔๓๘ และฉบับเพิ่มเติมอื่น ๆ
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ ถ่ายรูป หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นการทำผิดกฎหมาย
ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามที่พระราชบัญญัติได้ระบุไว้
#สมบัติทางปัญญาไม่ใช่แค่ตัวอักษรในพจนานุกรม
ช่องทางติดตาม
FB : Ploypailin Ssapphire
Twitter : KhunSky
บทที่ 1 บาร์บาซ่า วอดก้า
บทที่ 1
บาร์บาซ่า วอดก้า
ปึง! ปึง!
“ออกสิ! ออกสิ!”
โครม!
ประตูรถที่พังยับเยินกระเด็นหลุดในที่สุด หลังจากมันถูกเด็กหนุ่มด้านในออกแรงถีบอยู่เป็นเวลานาน
สภาพของเด็กหนุ่มผู้ก่อเหตุแก่ประตูรถยับเยินมากเลยทีเดียว ศีรษะแตกเลือดอาบหน้า ทั่วร่างกายมีแต่รอยแผลและรอยฟกช้ำเต็มไปหมด เด็กหนุ่มคลานออกมาจากตัวรถในสภาพทุลักทุเล กระทั่งออกมาสำเร็จแล้วจึงเห็นว่าตัวรถพลิกคว่ำทั้งคันทั้งยังพับยับ
จมูกของเขาได้กลิ่นเหม็นไหม้บางอย่าง เมื่อหันไปยังต้นทางก็จำต้องเบิกตากว้างตกตะลึงอย่างหนัก รถอีกคันที่พลิกคว่ำเหมือนกันถูกรถบรรทุกชนเข้าที่ท้ายจนไม่เหลือซาก และบริเวณรอยต่อนั้นกำลังถูกไฟลุกท่วมจวนระเบิด!
“แย่แล้ว!”
เด็กหนุ่มสบถหน้าเสียและเตรียมจะวิ่งหนีไป ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นคนในรถที่ใกล้ระเบิดกำลังทำแบบเดียวกับที่เขาทำเมื่อสักครู่แต่ว่าใช้มือ ท่าทางยังคงสติดีอยู่ แต่ถ้าช้ากว่านี้ได้ถูกแรงระเบิดอัดจนเละแน่นอน!
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวา จากนั้นก็รีบวิ่งไปหยิบเสาเหล็กผอม ๆ ที่เคยติดป้ายห้ามจอดเอาไว้ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงแท่งเหล็กที่นอนตายอยู่บนพื้นเพราะผลกระทบจากอุบัติเหตุ
เขาวิ่งเร็วไวไปที่รถคันนั้นแล้วออกแรงกระทุ้งกระจกที่มีรอยร้าวอยู่ให้ร้าวมากยิ่งขึ้น ระหว่างทำไปหัวใจก็เต้นระรัวและมีความขัดแย้งอยู่ในหัวเต็มไปหมด เขากำลังสับสนว่าทำไมต้องเสี่ยงชีวิตวิ่งกลับมาช่วยคนที่ไม่รู้จักด้วย แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะช่วยในตอนที่อีกฝ่ายยังมีโอกาสรอด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
เพล้ง!
กระจกของรถคันนี้แข็งแรงมาก เคราะห์ดีที่มันร้าวอยู่แล้วทำให้กระทุ้งเหล็กเข้าไปไม่กี่ทีก็แตกละเอียด เด็กหนุ่มใช้เหล็กในมือกวาดเศษกระจกที่ยังตกค้างอยู่ตามขอบประตูให้พอไม่ทิ่มเนื้อคนตายเท่านั้น แล้วเขาก็เอื้อมมือเข้าไปกระชากคอเสื้อด้านหลังของคนด้านในออกมา
“ออกมาเร็ว!”
ชายหนุ่มข้างในมีความรู้สึกแปลกใจปรากฏในสายตา แต่ที่มากกว่าคือความกระสันอยากจะเอาชีวิตรอด เนื่องจากเขาบาดเจ็บที่ขาทำให้ขยับตัวได้ลำบากมาก ถึงกระนั้นเขาก็สามารถคลานออกมาได้สำเร็จด้วยการดึงอย่างสุดแรงของเด็กหนุ่มผู้ช่วยชีวิต
“บ้าบอที่สุดเลย! ทำไมเกิดเป็น บาร์บาซ่า ถึงต้องลำบากขนาดนี้ด้วย!?” เด็กหนุ่มบ่นตัดพ้อเสียงดังทั้งน้ำตา แต่เขาไม่ได้ย่อท้อต่อการแบกผู้ชายตัวใหญ่กว่าเกือบเท่าตัวออกไปให้พ้นจากพื้นที่เกิดอุบัติเหตุ
“ขะ ขอโทษ ขาฉัน…”
“ช่างขามัน! พิการก็ช่างมัน! ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็กัดฟันแล้วเขย่งเท้าวิ่ง!”
ผู้บาดเจ็บที่ขาไม่ลังเลที่จะทำตาม สีหน้าของเขาดูเหมือนไม่เจ็บมากแม้ว่าในความเป็นจริงจะปวดร้าวไปทั้งขาจนหน้าซีดปากสั่น
สองชายหนุ่มประคองวิ่งกันไปอย่างทุลักทุเลจนในที่สุดก็ฝืนความเจ็บปวดไม่ไหวและพากันล้ม ในจังหวะนั้นเอง!
บึ้ม!
รถที่ติดไฟระเบิดแล้ว! เคราะห์ดีที่พวกเขาออกมาพ้นรัศมีของระเบิดและไม่มีการระเบิดระลอกสองตามมา มีเพียงภาพโศกนาฏกรรมของรถสามคันที่มีแต่ไฟลุกท่วมเท่านั้นที่อยู่เบื้องหน้า
ชายหนุ่มตัวโตกว่ามองภาพตรงหน้านั้นด้วยสายตาตกตะลึง ต่อมาเขาปรับทั้งสีหน้าและแววตาให้เรียบนิ่งเย็นชา หากไม่ได้เด็กหนุ่มคนนี้ช่วยไว้ล่ะก็ เขาคงลงเอยเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่กำลังมอดไหม้อยู่ในกองเพลิง
คิดแล้วก็หันไปด้านข้างหมายจะกล่าวขอบคุณ แต่เด็กหนุ่มที่ว่ากลับนอนสลบไสลแนบพื้นไปแล้ว
ชายหนุ่มถอดเสื้อนอกออกแล้วใช้มันซับเลือดบริเวณศีรษะของเด็กหนุ่มก่อนจะอุดมันเอาไว้เพื่อห้ามเลือด แววตาอ่อนลงมากเมื่อนึกถึงความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ว่าหากเด็กหนุ่มและเขาหนีออกมาไม่ทัน เขาคงไม่มีโอกาสได้ขอโทษที่ตนเองอาจกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเด็กคนนี้
“บาร์บาซ่า…สินะ” ชายหนุ่มทวนชื่อที่ได้ยินอีกฝ่ายแทนตัวออกมาเบา ๆ จากนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกยิ้ม “ขอบคุณนะ บาร์บาซ่า”
.
.
.
มันก็ระทึกดี แต่ถ้าเลือกได้ ‘บาร์บาซ่า’ ในวัยยี่สิบสองปีไม่ขอพบเจอกับเรื่องแบบนี้อีก!
หลังฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลและถูกพ่อกับพี่ชายกอดหอมจนตัวแทบช้ำหนักกว่าเก่า บาร์บาซ่าที่ได้อยู่คนเดียวอย่างสงบแล้วก็หันออกไปมองนอกหน้าต่างและเริ่มครุ่นคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา สองชาติ
ความทรงจำสุดท้ายคือการแสดงฉากบู๊กระโดดตึกอย่างห้าวหาญของ ดาวร้ายอันดับหนึ่ง บาร์บาซ่า ไวเปอร์ ทว่าเชือกสลิงขาดแล้วเขาก็เสียชีวิตลง ณ ตรงนั้น
ปรากฏว่า เขาตื่นขึ้นมาในรถที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนสายอ้อมซึ่งไม่ค่อยมีรถผ่านมาสักเท่าไหร่ ตอนนั้นอะดรีนาลีนในกายพลุ่งพล่านอย่างหนัก ส่งผลให้เขารอดชีวิตมาได้พร้อมกับคนแปลกหน้าอีกหนึ่ง ต่อมาความทรงจำในโลกใบนี้ก็เรียบเรียงเสร็จสมบูรณ์หลังฟื้นตัว
แท้จริงแล้วนี่คือ โลกโดยกำเนิด ของเขาเอง เนื่องจากเขาถูกใส่ร้ายอย่างหนักและบาร์บาซ่าในโลกนี้ก็ช่างอ่อนแอจนน่าใจหาย ในท้ายที่สุดจึงเลือกจุดจบของตัวเองเป็นการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ต่อมาบาร์บาซ่าได้ไปเกิดใหม่ใน อีกโลกหนึ่ง อันเป็นจุดกำเนิดของ โลกนิยายแห่งนี้ บาร์บาซ่าเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ตอนที่เป็นบาร์บาซ่า ไวเปอร์ มันทำให้เขารู้สึกสับสนทุกครั้งที่อ่านแม้ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้นก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยนึกเชื่อมกับตัวตนในชาติภพแรกในโลกนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะบาร์บาซ่า ไวเปอร์ คือคนที่เกิดใหม่โดยสมบูรณ์และไม่มีความทรงจำจากอดีตชาติแต่อย่างใด
จนกระทั่งเขาตายและกลับมาในโลกเดิม กลายเป็นบาร์บาซ่าในชาติแรกที่มีจุดจบอันน่าเศร้ารออยู่ บาร์บาซ่าจึงเข้าใจในที่สุดว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงสับสนเวลาที่อ่านนิยายเรื่องนี้ แท้จริงแล้ว บาร์บาซ่าไม่ควรจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย! เพราะบาร์บาซ่าคือตัวเอกไม่ใช่ตัวร้าย!
คิดแล้วก็พลันรู้สึกขำขันอยู่นิดหน่อย ตัวเขาในโลกนี้ทั้งสดใสและใจดี มักจะมีบรรยากาศที่อ่อนโยนอยู่รอบตัวเสมอ แต่บาร์บาซ่า ไวเปอร์ ในโลกที่ไปเกิดใหม่กลับเป็นดาวร้ายอันดับหนึ่งที่ผู้คนทั้งชื่นชมและสาปแช่ง ทุกคนชื่นชมในความสามารถของเขาที่คว้ารางวัลนักแสดงมากมายจนก้าวไปสู่ระดับโลกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะเดียวกัน ทุกคนก็สาปแช่งเขาที่เล่นบทดาวร้ายได้เหี้ยมเกรียมทุกรูปแบบ จนผู้ชมทางบ้านแทบอยากจะฉีกหน้าจออิเล็กทรอนิกส์เพื่อเข้าไปตบเขา
แม้บาร์บาซ่าทั้งสองจะเป็นดวงวิญญาณเดียวกันที่ไปเกิดใหม่และหวนชาติกลับมา แต่ทั้งสองก็แตกต่างจนบาร์บาซ่าสับสนและปวดหัวอย่างหนักไปพักหนึ่งเลยทีเดียว กว่าจะเรียบเรียงความทรงจำจากทั้งสองชาติให้เข้าที่ได้ เขาก็เกือบถูกพ่อและพี่ชายพาไปตรวจสมองเพื่อหาอาการบาดเจ็บแทรกซ้อน โชคดีที่บาร์บาซ่าฟื้นตัวได้ทันเวลาพอดีและบอกให้พวกเขาใจเย็น ๆ และกลับบ้านไป
จากนั้น บาร์บาซ่าถึงได้มีเวลามานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้และตระหนักได้ว่า ช่วงชีวิตในตอนนี้เป็นเวลาที่ยังไม่เกิดเรื่องเลวร้ายผิดไปจากในนิยายต้นฉบับ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความเลวร้าย เมื่อบาร์บาซ่ากลับมาจากต่างประเทศและประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางกลับบ้าน เขามีเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้นในการทำทุกวิถีทางไม่ให้ตัวเองต้องพบจุดจบเหมือนในชาติแรก เขาต้องการแก้แค้นทุกคนที่มันเคยทำกับเขาเอาไว้!
[บาร์นาบี้ วอดก้า รถคว่ำหลังกลับประเทศมาได้ไม่ถึงสองชั่วโมง]
[ภาพจากกล้องเปิดเผยแล้ว เห็นได้ชัดว่ารถบรรทุกจงใจพุ่งชน]
[พระเจ้า! นี่มันพยายามฆ่าชัด ๆ แต่จากมุมกล้องเหมือนตั้งใจชนรถอีกคันมากกว่านะ ส่วนรถ ‘บาร์นาบี้’ แค่โดนลูกหลงไปด้วยเพราะตามหลังมา]
[ใครจะรู้ เด็กมีปัญหาสร้างศัตรูไว้มากขนาดไหนก่อนเขาโดนส่งไปต่างประเทศ]
[ทำไมฉันรู้สึกแปลก ๆ จำได้ว่า ‘บาร์นาบี้’ กลับมาอย่างลับ ๆ หลายเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ? ส่วนคนที่น่าจะอยู่ต่างประเทศและเพิ่งกลับมาก็คือบาร์บาซ่าที่โดน ถอนหมั้น เมื่อหกเดือนที่แล้ว หรือฉันจำผิด?]
[คอมเมนต์บน เธอสับสนเกินไป ใครจะรู้ตารางการเดินทางโดยละเอียดของลูกคนรวยพวกนั้น ฉันรู้แค่ว่า ฉันอยากให้ ‘บาร์นาบี้’ มันตายไปซะ! ดีกว่าที่จะเป็นคนในรถอีกสามชีวิตที่โดนไฟคลอกตาย ไม่นับผู้ก่อเหตุนะ]
[เฮ้! ข้างบนเบา ๆ หน่อย เดี๋ยวเด็กมีปัญหามาเห็นเข้าก็ตามรังควานสร้างเรื่องใหญ่โตอีก เป็นภาระของครอบครัววอดก้าชัด ๆ]
บลา บลา บลา
บาร์บาซ่าอ่านความคิดเห็นมากมายภายใต้เนื้อข่าวที่ทางสำนักข่าวโพสต์ เนื่องจากครอบครัวของบาร์บาซ่ารวยมากจึงหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจของบุคคลอื่นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บาร์บาซ่าไม่สงสัยเลยว่าทำไมในข่าวถึงบอกว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุคือ ‘บาร์นาบี้ วอดก้า’
นั่นเป็นชื่อของ น้องชายฝาแฝดที่กำลังปลอมตัวเป็นเขาอยู่
บาร์บาซ่าในปัจจุบันคือคนที่ถูกคู่หมั้นเฉดหัวทิ้งหลังหมดประโยชน์ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหนีไปพักใจที่ต่างประเทศอย่างลับ ๆ เมื่อครึ่งปีที่แล้วและเพิ่งกลับมาด้วยหัวใจที่หนักแน่น สำหรับน้องชายฝาแฝดของเขา บาร์นาบี้กล่าวว่าต้องการแก้แค้นแทนเขา จึงตั้งใจปลอมตัวเป็นเขาและไปทำให้อดีตคู่หมั้นของพี่ชายหลงรักหัวปักหัวปำ พอใช้งานเสร็จก็จะเขี่ยทิ้งเหมือนที่เคยทำกับพี่ชายฝาแฝด
แน่นอนว่าครอบครัวรู้เรื่องนี้และเพียงตั้งใจมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น เพราะพ่อและพี่ชายเองก็ไม่พอใจเหมือนกันที่อดีตคู่หมั้นของบาร์บาซ่าเป็นคนเนรคุณ
อย่างไรก็ตาม…
คนที่ไว้ใจ สุดท้ายร้ายที่สุด
บาร์นาบี้หลงรักคู่หมั้นของพี่ชายฝาแฝดและวางแผนเช่นนี้ขึ้น จงใจเข้าใกล้อดีตพี่เขย วางแผนให้รักในตอนที่ใช้ชื่อบาร์บาซ่า และจะเปิดเผยว่าเป็นบาร์บาบี้ในอีกไม่นานตามด้วยครองรักกับอดีตพี่เขยอย่างมีความสุข!
ชีวิตของบาร์บาซ่าในชาติแรกต้องพังพินาศก็เพราะบาร์นาบี้! ที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ เมื่อหวนกลับมาในโลกนี้อีกครั้ง บาร์บาซ่าจึงเข้าใจว่าบาร์นาบี้เป็น คนทะลุมิติ! ฝ่ายนั้นมาจากโลกเดียวกับที่บาร์บาซ่าไปเกิดใหม่เป็นดาวร้ายระดับโลก ด้วยเหตุบางอย่าง ชายคนนั้นได้ทะลุมิติมาครอบครองร่างของบาร์นาบี้เด็กมีปัญหาที่สังคมรังเกียจ
จากนั้น บาร์นาบี้ก็เริ่มแผนการตีสองหน้าที่ปากบอกจะแก้แค้นให้แต่ความจริงแล้วแอบแทงข้างหลัง! ในขณะที่เขา พี่ชายฝาแฝดนามว่าบาร์บาซ่า ตัวเอกนิยายดั้งเดิมกลับต้องถูกใส่ร้ายต่าง ๆ นานาและเลือกจบชีวิตด้วยการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย!
บาร์บาซ่าพ่นลมขึ้นจมูกเบา ๆ ทีหนึ่งพร้อมเผยรอยยิ้มเยาะ มือเอื้อมไปหยิบรูปถ่ายในกระเป๋าใส่ธนบัตรออกมาและมองดูภาพของคู่แฝดในนั้นด้วยสายตามาดร้าย ต่อมาเขาหยิบซิปโป้ในกระเป๋าสัมภาระของผู้ป่วยที่วางอยู่บนตู้ลิ้นชัก เปิดฝาออกเพื่อจุดไฟ แล้วเผาภาพนั้นด้วยใจคิดคำนึงประหนึ่งไฟนี้คือไฟแค้นนับร้อยปี!
“ขอโทษนะ น้องรัก บาร์บาซ่า วอดก้า มีได้แค่คนเดียวเท่านั้น”
เมื่อแรงปะทะร้าย ใครจะอยู่ใครจะไป เดี๋ยวได้รู้กัน!
บทที่ 2 ลูกชายแม่ใสซื่อ
บทที่ 2
ลูกชายแม่ใสซื่อ
อาการโดยรวมของบาร์บาซ่าไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วมีแต่บาดแผลภายนอกที่ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นหรืออาการแทรกซ้อนใด ๆ เท่านั้น พักฟื้นไม่กี่วันก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้
“ไม่นอนพักที่โรงพยาบาลอีกหน่อยจริง ๆ เหรอ?”
แต่ก็ยังมีคนเป็นห่วงเขาและกำลังทำสีหน้ากังวลสุดขีดอยู่ดี
“ผมหายดีแล้ว ผมไม่อยากเสียเวลาที่ควรทำอะไรได้มากกว่านี้หลังจากเรียนจบเพื่อนอนเล่นที่นี่”
“จะรีบอะไรขนาดนั้น? พ่อกับพี่มีเงินเลี้ยงเราไปได้ยันตายนั่นแหละ”
“แต่ผมอยากทำงาน”
เมื่อบาร์บาซ่าเริ่มใช้น้ำเสียงจริงจังมากขึ้น สองหนุ่มต่างวัยจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยบาร์บาซ่าเก็บของทั้งหมด กระทั่งเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องผู้ป่วยแล้ว บาร์บาซ่ากลับเอ่ยถามถึงคนสองคนที่ไม่เห็นแม้แต่เงาเลยตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา
“แม่กับบาร์นาบี้ล่ะ?”
ทั้งสองคนนิ่งเงียบไป สุดท้ายพ่อก็เป็นฝ่ายตอบ “แม่รออยู่ที่บ้าน พอรู้ว่าลูกไม่ได้เจ็บมากก็เลยไม่มาด้วยน่ะ บอกว่ายิ่งมาเยอะจะยิ่งเป็นเป้าสนใจ ให้พ่อกับพี่มารับลูกเงียบ ๆ กันแค่สองคนพอ”
“แม่ก็พูดถูก ตอนนี้ผมเป็นบาร์นาบี้ ถ้านักข่าวเจอตัว ผมคงโดนคนทั้งประเทศไล่ด่าในไลฟ์อีกเป็นโขยง”
บุรุษทั้งสองไม่มีสีหน้าที่ดีเลยเมื่อคิดถึงเรื่องการสลับตัวของสองฝาแฝด จากนั้นพ่อก็พูดอีกครั้ง “ส่วนบาร์นาบี้ เขาบอกว่าอยากทำงานในวงการบันเทิง ตอนนี้เลยไปรับงานแรกที่เมืองเอฟ ถ่ายแบบให้แบรนด์วินด์มิลล์เพื่อเดบิวต์เป็นนายแบบ”
บาร์บาซ่าเลิกคิ้วเล็กน้อย “ใช้ชื่อผม?”
พ่อพยักหน้า
พี่ชายวางมือบนไหล่ของเขา “เลิกดีไหม? บาร์นาบี้ดูมีความสุขมากเวลาอยู่กับ โดโนแวน เขาทำเพื่อเราจริงเหรอ?”
บาร์บาซ่ารู้ว่าสิ่งที่พี่ชายกังวลเป็นเรื่องจริง และมันมีสาเหตุที่ทั้งพ่อและพี่ชายต่างทำสีหน้าเอือมระอาเมื่อพูดถึงบาร์นาบี้
บาร์บาซ่าระบายยิ้มอ่อนโยนให้พวกเขา “อย่ามองน้องเราในแง่ร้ายนักสิครับ ถึงบาร์นาบี้จะชอบก่อเรื่องอยู่ตลอด แต่ผมเชื่อว่าน้องรักพวกเราที่เป็นครอบครัวจริง ๆ นะครับ น้องก็แค่น้อยใจที่พ่อไม่ยอมส่งน้องไปเรียนต่างประเทศเหมือนกับผมเมื่อตอนยังเด็ก”
“แต่นั่นมัน…”
“ไม่มีแต่ครับ บาสเตียน”
“…”
“เรื่องในอดีตมันจบไปแล้วก็คือจบ ตอนนี้น้องกำลังมีอนาคตที่ดี ถ้าน้องมีความสามารถและแสดงด้านที่ดีให้ทุกคนได้เห็น ผมเชื่อว่าทุกคนจะยอมรับได้เมื่อน้องเปิดเผยตัวตนว่าเป็นบาร์นาบี้ ผมจะยอมโดนด่าเพื่ออนาคตของน้องเอง ดีหรือแย่ก็ยังเป็นน้องเรา”
บาสเตียนรู้สึกเหนื่อยใจมากกับความใจดีของน้องชายคนโต บาร์บาซ่ามักจะแสนดีและชอบเสียสละให้บาร์นาบี้อยู่เสมอ เพราะงั้นถึงได้โดนบาร์นาบี้เอาเปรียบอยู่บ่อย ๆ
“เฮ้อ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นน้องแล้วพี่จะยอมทนให้เด็กมีปัญหาแบบนั้นก่อเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่ารึไง? พี่ไม่เข้าใจเลยว่าพ่อกับพี่รักเราสองคนลำเอียงตรงไหน มีแต่บาร์นาบี้ที่เอาแต่ใจและอยากจะได้มากกว่าอยู่เรื่อย แต่ที่พี่ทนก็เพราะว่าบาร์นาบี้ยังเป็นน้องในสายเลือดของพี่ พี่รักบาร์นาบี้นะ แต่พี่ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน”
บาร์บาซ่าเข้าใจความเหนื่อยยากของพี่ชายกับพ่อ พวกเขาอดทนเสมอเวลาที่บาร์นาบี้เอาแต่ใจโดยมีแม่คอยให้ท้าย ทั้งหมดนี้เพราะบาร์นาบี้ยังเป็นครอบครัวโดยสายเลือด แต่อีกไม่นานหรอก บาร์บาซ่าจะไม่ยอมให้น้องแฝดสุดที่รักได้มีที่ยืนอยู่ในตระกูลวอดก้าอีกต่อไป!
“เลิกคุยเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้ได้แล้วน่า รีบกลับบ้านก่อนที่พวกนักข่าวจะตามกลิ่นมาเจอเถอะ ถ้าอยากสนับสนุนน้องให้เป็นบาร์บาซ่า วอดก้า ต่อไป ก็อย่าให้โดนจับได้ว่าตัวจริงอยู่ที่นี่” ผู้มีอายุมากสุดเป็นฝ่ายตัดจบบทสนทนาทั้งหมดนี้
บาร์บาซ่าต้องการเปลี่ยนบรรยากาศให้กลับมาสดใสเช่นกัน เขาจึงยิ้มร่าและเข้าไปกอดแขนของผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าออดอ้อน “รับทราบครับ คุณไบรอัน”
และแล้วทั้งสามคนก็สามารถออกมาจากโรงพยาบาลได้โดยสวัสดิภาพและไม่ถูกพวกนักข่าวที่มาช้าไปหนึ่งก้าวรบกวนเลย
ระหว่างทางเต็มไปด้วยบทสนทนาในเชิงบวก ทว่าคนที่พูดมากที่สุดกลับเป็นบาร์บาซ่าซึ่งมักจะเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่เสมอ บาร์บาซ่ามีความทรงจำในช่วงที่ไปเกิดใหม่อย่างครบถ้วน แม้ว่าสำหรับพ่อและพี่ชาย เขาจะหนีไปพักใจที่ต่างประเทศแค่หกเดือนเท่านั้น แต่สำหรับบาร์บาซ่า เขาได้จากที่นี่ไปมากกว่าสามสิบปีแล้ว เหตุการณ์ทุกอย่างทั้งที่ประสบเองและอ่านนิยายมายังคงจำได้ดี ความรู้สึกโหยหาในครอบครัวนี้ทำให้บาร์บาซ่าแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
ไม่สิ เขาร้องไห้ไปแล้วต่างหาก ตั้งแต่ตอนที่ลืมตาขึ้นมาในห้องพักฟื้นแล้วพบใบหน้าของพ่อกับพี่ชายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แม้ในอีกโลกหนึ่งเขาจะมีพ่อและพี่ชายที่มีหน้าตาเช่นนี้เหมือนกัน แต่ความสัมพันธ์กลับห่างเหินมากกว่าชาติภพแรกในโลกนิยายแห่งนี้ เขารู้สึกผิดและโกรธตัวเองมากที่อ่อนแอเกินไปจนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย
แม้ในนิยายจะกล่าวถึงเขาซึ่งเป็นตัวเอกฝ่ายรับว่าได้ครองรักกับ พระเอก อย่างมีความสุข แต่ความเป็นจริงหลังจากเขาฆ่าตัวตายเพราะการชี้นำโลกไปในอีกทิศทางหนึ่งของคนทะลุมิติในร่างของบาร์นาบี้ หากตระกูลวอดก้าไม่ได้ล่มสลาย ทั้งพ่อและพี่ชายจะต้องกลายเป็นทรราชที่ไล่ทำลายศัตรูทุกคนที่ทำให้บาร์บาซ่าต้องตายอย่างแน่นอน! แม้เขาจะไม่รู้เรื่องราวหลังตาย แต่บาร์บาซ่าจะไม่ยอมให้พ่อกับพี่ชายต้องลงเอยด้วยจุดจบหนึ่งในสองทางนี้แน่!
คฤหาสน์ตระกูลวอดก้า
“บาร์บาซ่า ท่าทางลูกสบายดี คงจะหายดีแล้วใช่ไหม?” หญิงสาวผู้เป็นแม่รีบเดินเข้ากอดลูกชายของเธอทันทีที่เห็นเขาก้าวขาลงจากรถ
“ถ้าผมยังไม่หาย ผมจะมายืนอยู่ต่อหน้าแม่ได้ยังไงล่ะครับ?” บาร์บาซ่าจงใจประชดประชัน แต่เขาใช้น้ำเสียงที่น้ำนวลเหมือนปกติทำให้ไม่มีใครจับผิดความนัยนี้ได้เลย
คุณนายวอดก้าคลายอ้อมกอดออกมาและหลีกทางให้ทั้งสามได้เดินเข้าบ้าน “แม่ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปรับลูก ช่วงนี้พ่อต้องทำเรื่องเข้าออกโรงพยาบาลของลูก แม่เลยต้องรับผิดชอบเรื่องงานในบริษัทแทนและยังต้องดูงานแรกให้บาร์นาบี้ด้วย”
แก้ตัวหน้าด้าน ๆ แบบนี้เลย? บาร์บาซ่าเกือบจะหลุดยิ้มเยาะออกมาแล้ว “ผมรู้ว่าแม่ต้องเป็นห่วงผมอยู่แล้ว ขนาดบาร์นาบี้กำลังจะเริ่มงานแรกแม่ยังวุ่นวายกับน้องขนาดนี้ ผมที่รถคว่ำแถมยังต้องหนีตายจากระเบิดจนเกือบไม่รอด แม่จะไม่เป็นห่วงและกังวลเรื่องของผมได้ยังไง?”
ริฮานน่า วอดก้า เผลอชะงักความคิดและท่าทางของเธอไป เธอคิดไปเองหรือไม่? ว่าลูกชายของเธอกำลังเสียดสีเธอทางอ้อมเรื่องรักลูกไม่เท่ากันอยู่ แต่โดยปกติแล้ว บาร์บาซ่าไม่ใช่คนชอบคิดมากทั้งยังใสซื่อ เมื่อคิดว่าเธออาจจะคิดไปเอง ริฮานน่าก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ลูกเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ หิวข้าวไหม?”
บาร์บาซ่าส่ายหน้า “ผมอยากพักผ่อนอีกซักหน่อย แม่อยู่กินข้าวกลางวันกับพ่อและพี่ไปเถอะครับ ถึงมื้อเย็นแล้วผมจะลงมา” ว่าจบเขาก็เดินขึ้นชั้นสองไปทันที
ริฮานน่ามองตามหลังลูกชายคนรองก่อนหันไปหาสามีและลูกชายคนแรก แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเธอก็ถูกปฏิเสธเข้าเสียก่อน
“งานที่บริษัทยุ่งมากจนคุณไม่มีเวลาไปเยี่ยมลูกเลยซักวันไม่ใช่เหรอ? ผมจะรีบกลับไปจัดการต่อก็แล้วกัน”
“โปรเจคที่เราร่วมลงทุนกับบ้านของโดโนแวนเหมือนจะมีปัญหาเล็กน้อย ผมจะรีบไปดูว่ายังแก้ไขได้รึเปล่า ถ้าปัญหามากเกินไป บางทีผมอาจเอาเรื่องเก่า ๆ มาโยงอย่างหน้าด้าน ๆ เหมือนที่โดโนแวนเคยทำแล้วก็ถอนทุนซะ ให้คุณแม่เหนื่อยเรื่องบาร์นาบี้คนเดียวก็พอ นี่คงเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเราแล้ว”
ปฏิกิริยาของสองพ่อลูกไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เมื่อกล่าวกับภรรยาและแม่ของพวกเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา สิ่งที่อยู่ในสายตาของริฮานน่าก็มีเพียงแผ่นหลังของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองที่กำลังเดินจากเธอไป
ทันใดนั้น ริฮานน่าก็รู้สึกตัวขึ้นมา จริงอยู่ที่บาร์บาซ่าอาจจะพูดออกมาด้วยความใสซื่อ แต่เสาหลักทั้งสองของบ้านวอดก้าเป็นคนฉลาด พวกเขาจะต้องคิดมากเหมือนที่เธอคิดเมื่อครู่นี้แน่!
ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าทุกคนในบ้านยกเว้นเธอและบาร์บาซ่าต่างก็เอือมระอาในตัวบาร์นาบี้กันทั้งนั้น แต่เธอก็ยังเห็นว่าเรื่องเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องยุ่งด้วยมากขนาดนั้นของบาร์นาบี้สำคัญกว่าความเป็นความตายของลูกชายอีกคน!
เธอพลาดแล้วที่โล่งใจเร็วเกินไป เพราะคิดว่าบาร์บาซ่าไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นต้องไปอยู่ในแผนกผู้ป่วยหนัก
แต่เธอไม่มีทางรู้ว่าขณะที่เธอกำลังเปลี่ยนสีหน้าไปมาเป็นประเดี๋ยวเคร่งเครียดอีกประเดี๋ยวเศร้าโศก มีคนหนึ่งคนกำลังมองเธอด้วยแววตาสมเพชเวทนา ไม่พอยังยิ้มเยาะก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเองที่ลาจากไปนาน นั่นคือบาร์บาซ่าที่แอบมองเธอจากระเบียงทางเดินบนชั้นสอง
บาร์บาซ่าปิดประตูห้องและล็อก จากนั้นพิงหลังใส่บานประตูพลางเอามือปิดปากเหมือนกำลังพยายามอดกลั้นบางอย่างเอาไว้ ผ่านไปสักพักประมาณห้าวินาทีเขาก็เลื่อนมือลงมา เผยให้เห็นรอยยิ้มแสยะที่ดูน่ากลัวและน่าขนลุกเป็นอย่างมาก
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ อย่ากลัวไปเลยคุณแม่ ไม่ใช่แค่บาร์นาบี้ แต่คุณแม่ก็ไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะคุณนายวอดก้าเหมือนกัน ผมจะไม่ยอมให้นามสกุลวอดก้าต้องแปดเปื้อนสิ่งสกปรกโสโครกไปมากกว่านี้อีกแล้ว!”
.
.
.
“บาร์บาซ่า วอดก้า กลับไปเดตกับ อดีตคู่หมั้น โดโนแวน จินเจอร์ อีกครั้ง?”
“ใช่ครับ ตอนนี้บาร์บาซ่า วอดก้า กำลังเริ่มงานถ่ายแบบงานแรกที่เมืองเอฟด้วย แม่ของเขา คุณนายริฮานน่า วอดก้ากับโดโนแวนเป็นคนติดต่อแบรนด์วินด์มิลล์ให้พิจารณาเขาครับ”
ฉับพลัน ชายหนุ่มที่รับฟังรายงานก็ยิ้มเยาะออกมาและโยนแฟ้มรายงานกิจวัตรในปัจจุบันของ ‘บาร์บาซ่า วอดก้า’ ทิ้งลงถังขยะข้าง ๆ ทันที
“นั่นเป็น ‘บาร์นาบี้ วอดก้า’ ไม่ใช่บาร์บาซ่า ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าเป้าหมายของการสลับตัวนี้คืออะไร”
ผู้ที่รายงานเรื่องนี้ให้เจ้านายทราบมีความสับสนเกิดขึ้นในแววตา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงแยกระหว่างบาร์บาซ่ากับบาร์นาบี้ออกเพียงแค่อ่านประวัติอันน้อยนิดนี้? มีเพียงชายหนุ่มผู้เป็นนายเท่านั้นที่รู้อยู่แก่ใจ
ในสถานการณ์แห่งความเป็นความตาย เด็กหนุ่มที่วิ่งเข้ามาช่วยเหลือเขาอย่างกล้าหาญและแทนตัวเองว่า ‘บาร์บาซ่า’ ไม่มีทางเป็นเด็กมีปัญหาที่คนทั้งประเทศต่างเอือมระอาเช่นบาร์นาบี้ วอดก้า เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความต้องการเอาชีวิตรอดที่จริงจัง ไม่ใช่การเสแสร้ง ไม่ใช่บาร์นาบี้ที่บงการคนร้ายให้ก่ออุบัติเหตุในครั้งนี้เพื่อสร้างหนี้บุญคุณแก่เขาอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่รับรู้ได้ว่าบาร์บาซ่าที่ช่วยเหลือเขาคือบาร์บาซ่าตัวจริงที่ซื่อสัตย์และจริงใจเท่านั้น แต่เขายังรู้ด้วยว่า บาร์นาบี้ วอดก้า ไม่มีทางยอมเสี่ยงตัวเองเพื่อเข้าใกล้เขาด้วยวิธีที่อันตรายแบบนี้
เด็กนั่นรักหน้าตาของตัวเองและอยากเข้าวงการบันเทิงใจจะขาด แตกต่างจากบาร์บาซ่าผู้เป็นแฝดพี่ที่ครั้งหนึ่ง เคยเกือบจะได้หมั้นกัน
“เปลี่ยนไปจับตาดูคนที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ นั่นคือบาร์บาซ่าตัวจริง รายงานทุกอย่างให้ฉันรู้แม้ว่าจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม แล้วก็คอยคุ้มกันเขาอย่างลับ ๆ ด้วย ฉันไม่สนว่าเขาจะมีคนของบ้านวอดก้าอยู่แล้ว ที่ฉันอยากเห็นคือบาร์บาซ่า วอดก้า ตัวจริงใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน”
บทที่ 3 นายน้อยฝาแฝด
บทที่ 3
นายน้อยฝาแฝด
ก่อนบาร์บาซ่าจะไปเกิดใหม่และทำอาชีพในวงการบันเทิง บาร์บาซ่า วอดก้า ในโลกนี้เรียนบริหารและการจัดการมาโดยเฉพาะเพราะหวังช่วยงานในบริษัทเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อและพี่ชาย เมื่อเขากลับมาจากต่างประเทศและเริ่มทำงานตรงนี้ บาร์นาบี้ที่ปลอมเป็นเขาก็กำลังไปได้สวยในวงการบันเทิง
ขณะที่นิยายต้นฉบับซึ่งบาร์นาบี้ไม่ได้ถูกแทนที่โดยคนทะลุมิตินั้น บาร์นาบี้ตัวจริงก็ตีหน้าซื่อบอกว่าจะช่วยเขาแก้แค้นให้อดีตคู่หมั้นดั่งเช่นที่คนทะลุมิติกำลังทำ แตกต่างตรงที่น้องชายต้นฉบับไม่ได้เข้าวงการบันเทิง
บาร์บาซ่าเดาได้ว่าคนทะลุมิติคงกลัวไทม์ไลน์เนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปจนควบคุมไม่ได้ ฝ่ายนั้นเลยพยายามรักษาเสถียรภาพของโลกนี้ไปจนถึงอีกหนึ่งปีข้างหน้า เมื่อหลักฐานความชั่วร้ายที่บาร์นาบี้เคยทำเอาไว้กับโดโนแวนอดีตคู่หมั้นของบาร์บาซ่าถูกเปิดเผยออกมา บาร์นาบี้ทั้งสองก็ปฏิบัติเหมือนกันคือโยนทุกอย่างใส่หัวของบาร์บาซ่าและโกหกต่อไปอย่างหน้าด้าน ๆ ว่าตนไม่ใช่บาร์นาบี้
ตามนิยายต้นฉบับ บาร์บาซ่าซึ่งเป็นตัวเอกของโลกนิยายแห่งนี้สามารถโต้กลับตัวร้ายทั้งสองได้อย่างสวยงาม ด้วยหลักฐานการออกนอกประเทศในช่วงเวลาที่บาร์นาบี้ก่ออาชญากรรมขึ้นในคราบร่างของเขา
แม้บาร์นาบี้จะยืนยันหนักแน่นว่าตนคือพี่ชายส่วนเขาคือน้องชายที่ขโมยหลักฐานยืนยันตัวตนของ ‘บาร์บาซ่า วอดก้า’ ไปแล้วใช้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อสร้างหลักฐานที่อยู่ แต่เรื่องนี้ก็มีช่องโหว่ตรงที่บาร์บาซ่าตัวจริงหรือก็คือเขาเองไม่มีทางก่ออาชญากรรมมากมายขณะที่มีตัวตนอยู่ในต่างประเทศได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาจะเป็นบาร์บาซ่าหรือบาร์นาบี้ก็ตาม
คิดแล้วพลันอดรู้สึกขำขันไม่ได้ ตอนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ เขายังขมวดคิ้วเครียดแทนตัวละครแทบตายเพราะตำรวจสับสนมากว่าใครพี่ใครน้องกันแน่ ต่างคนต่างก็อ้างว่าตนคือบาร์บาซ่าตัวจริงและอีกฝ่ายเป็นบาร์นาบี้ อย่างไรก็ตาม นายน้อยวอดก้าที่กำลังออกเดตกับโดโนแวนในปัจจุบันจะต้องเป็นคนลงมือก่ออาชญากรรมอย่างแน่นอน ไม่ใช่นายน้อยวอดก้าคนที่มีหลักฐานที่อยู่ในต่างประเทศ ตำรวจจึงจับกุมน้องชายของเขาไปซึ่งภายหลังพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหาคือบาร์นาบี้ วอดก้า เพราะผู้สมรู้ร่วมคิดที่ถูกจับมีหลักฐานสาวมาถึงตัว
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพระเอกที่บาร์บาซ่าในต้นฉบับสานสัมพันธ์ด้วย จนทำให้เรื่องราวสามารถพลิกกลับได้อย่างสวยงาม
แต่ทว่า!
คนทะลุมิติก็อ่านนิยายเรื่องนี้มาเหมือนกัน ใช้ความได้เปรียบนี้วางแผนฆ่าปิดปากพยานทุกคน ไม่ใช่แค่นี้ เขายังพึ่งพาอำนาจของโดโนแวนเพื่อ ฆ่าพระเอกนิยายต้นฉบับ! ส่งผลให้บาร์บาซ่าในชาติแรกไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนคือบาร์บาซ่าตัวจริง มิหนำซ้ำ โดโนแวนยังช่วยประกันตัวคนรักของเขาซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะมีโอกาสก่อเหตุขณะอยู่ในประเทศออกมา จากนั้นก็สร้างหลักฐานเท็จ กล่าวหาว่าบาร์บาซ่าตัวจริงไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศจริง ๆ ส่วนคนที่พบเห็นในต่างประเทศเป็นเพียงตัวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักฐานที่อยู่ จากนั้นก็โยนอาชญากรรมทั้งหมดมาใส่หัวของเขา ชี้นิ้วใส่เขาว่าเป็นบาร์นาบี้เด็กมีปัญหาที่ทุกคนรังเกียจ
บาร์บาซ่าในชาติแรกไม่มีพระเอกคอยช่วยเหลืออีกต่อไป ไม่ว่าจะหยิบยกอะไรขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าตนคือบาร์บาซ่าก็ล้วนถูกปัดตกด้วยอำนาจของโดโนแวน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เชื่อว่าเขาคือบาร์บาซ่านั่นก็คือพ่อกับพี่ชาย ทั้งสองคนยังมีอำนาจเหนือตระกูลจินเจอร์ของโดโนแวนอยู่และพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อช่วยเขา แต่สถานการณ์ก็พลิกกลับอีกครั้งเพราะมีไอ้โง่ตัวหนึ่งที่ปล่อยให้ตัวเองโดนมารร้ายนั่นจูงจมูกเหมือนหมา!
ไอ้พระรองสมองป่วย!
เจ้านั่นไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายน้อยวอดก้าที่มาร้องห่มร้องไห้ บอกว่าไบรอันกับบาสเตียนพยายามแย่งชิงชื่อของตนไปให้น้องเป็นเพียงหมาป่าห่มหนังแกะที่กำลังหลอกใช้ตนอยู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อนสนิทที่ไว้ใจอย่างโดโนแวนเคยทำสารเลวอะไรเอาไว้กับตนบ้าง สุดท้าย ตระกูลวอดก้าก็ถูกอำนาจของบ้านพระรองสกัดกั้นแขนขาจนไม่สามารถช่วยเหลือบาร์บาซ่าตัวจริงได้
เคราะห์ดีที่คนจากบ้านพระเอกไม่ได้โง่ พวกเขารู้ว่าใครคือตัวจริงใครคือของเก๊ บาร์บาซ่าคือคนที่ในอดีตเคยเกือบจะได้เป็นสะใภ้บ้านนั้น แม้จะสิ้นพระเอกไปแล้วก็ยังมีคำสัญญาที่ต้องทำให้เป็นจริง ภายหลังจากตระกูลเริ่มกลับมามั่นคงอีกครั้งหลังจัดการเรื่องงานศพและแบ่งสมบัติของพระเอกเสร็จสิ้น คนของบ้านพระเอกจึงใช้อำนาจที่มีมากกว่าตระกูลจินเจอร์และบ้านพระรองเป็นล้านเท่าช่วยเหลือบาร์บาซ่าออกมาจากคุก และยังพยายามพิสูจน์ว่าหลักฐานทั้งหมดเป็นสิ่งที่โดโนแวนสร้างขึ้น
ทว่าไม่ทัน บาร์บาซ่าในชาติแรกถูกทรยศจนจิตใจที่บอบบางนั้นแตกสลาย ท้ายที่สุดก็เลือกกระโดดตึกฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา
บาร์บาซ่าพยายามตั้งสติไม่ให้อารมณ์โกรธพลุ่งพล่านเพราะคิดถึงเรื่องในอดีตกับนิยายต้นฉบับมากเกินไป
เขารู้ว่าตอนนี้บาร์นาบี้กำลังสั่งสมอำนาจของตนในฐานะดาวดวงน้อยในวงการบันเทิงอยู่ เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าบาร์นาบี้ลงมือตามหาพยานสองคนด้วยตัวเองแล้วฆ่าปิดปาก หรือว่าใช้อำนาจของโดโนแวนที่ตอนนี้กำลังหลงตนหัวปักหัวปำกันแน่ แต่เขารู้ว่าตอนนี้พยานยังมีชีวิตอยู่
ก่อนอื่นต้องเร่งตามหาตัวสองคนนั้นแล้วทำทุกวิถีทางให้พวกมันใช้หลักฐานสาวไปถึงโดโนแวนกับบาร์นาบี้ เขารู้ว่ามันยากที่จะทำให้ผู้สมรู้ร่วมคิดยอมแฉตัวบงการแล้วติดคุกไปด้วยกัน แต่จะให้นิ่งเฉยรอจนพยานตายก็ไม่ได้
ในเวลานี้เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ทุกคนเพียงเข้าใจผิดว่าเขาเป็นบาร์นาบี้แต่อาชญากรรมร้ายแรงที่บาร์นาบี้สร้างไว้ยังไม่ถูกเปิดเผย เขามีเงินทุน มีเนื้อหาจากนิยายต้นฉบับอยู่ในหัว และยังมีไทม์ไลน์จากชาติแรกที่ถูกคนทะลุมิติปั่นป่วนจนชีวิตพังยับเยินสุมเป็นไฟนรกโชติช่วงอีกหนึ่งกอง! เพื่อสกัดความตั้งใจของบาร์นาบี้ให้ละความสนใจออกไปจากพยานสองคนที่กำลังตามหาอยู่ เขาต้องใช้ตัวล่อ
บาร์บาซ่าเปิดคอมพิวเตอร์แล้วไปที่หน้าเพจสำนักงานนักสืบเอกชน เฮนรี่ เกรเกอร์
เขาเป็นมืออาชีพที่บาร์บาซ่าในต้นฉบับว่าจ้างเพื่อสืบหาที่อยู่ของพยานสองคนนั้น หากคราวนี้เลือกเขาตามต้นฉบับดั้งเดิม แม้จะช้ากว่าอำนาจของบ้านพระเอกเล็กน้อย แต่ตอนนี้เขายังไม่คุ้นเคยกับพระเอกคนนั้นดีพอ ให้หันมาเลือกใช้ม้าเร็วหมายเลขสองก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว อีกอย่าง เขาไม่ต้องการแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นจึงไม่อาจใช้คนของบ้านวอดก้าในการสืบหาตัวทั้งสองคนได้
บาร์บาซ่าไม่รอช้า หลังนัดหมายกับเขาผ่านอีเมล สองวันต่อมา บาร์บาซ่าก็มาโผล่ที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนแห่งหนึ่งพร้อมเอกสารข้อมูลในมือ
เฮนรี่อายุสามสิบห้าปี มีหนวดเคราเล็กน้อย ชอบสวมโค้ทยาวเหมือนนักสืบในหนัง แต่โดยรวมแล้วเขามีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
“งานนี้อาจเสี่ยงเล็กน้อยเพราะมีอีกฝ่ายหนึ่งกำลังตามหาตัวพวกเขาเหมือนกัน”
เฮนรี่เป็นมืออาชีพมาก เขาเพียงพยักหน้าและรับเอกสารมาอ่านอย่างรวดเร็ว “ไม่มีรูปภาพเลยเหรอ?”
บาร์บาซ่าส่ายหน้า “ขอโทษด้วยนักสืบเกรเกอร์ ผมไม่ได้รู้จักกับพวกเขาเป็นการส่วนตัว แต่อย่างที่คุณได้อ่านไป คนนึงเคยเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจภาษีและน่าจะกำลังซ่อนตัวอยู่แถว ๆ เมืองซี ส่วนอีกคนเป็นพนักงานหญิงชั่วคราวของ บริษัทเวแกน เธอเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเข้าไปปั่นป่วนโรงงานของบริษัทนี้จนสินค้าออกมาไม่ได้มาตรฐาน และถูกฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์จนเกือบต้องปิดตัวโรงงานไปเมื่อสี่เดือนก่อน ตอนนี้น่าจะอยู่แถว ๆ เมืองแอล ส่วนฝ่ายตรงข้ามที่กำลังตามหาพวกเขาเหมือนกัน เป้าหมายของทางนั้นคือฆ่าปิดปากผู้สมรู้ร่วมคิดสองคนนี้”
นักสืบเกรเกอร์หยุดมือที่กำลังพลิกเอกสารไปมาและมองตรงไปยังลูกค้าเยาว์วัยตรงหน้า “มิน่าล่ะ คุณถึงเสนอค่าตอบแทนสูงลิ่ว”
“แต่คุณก็ยังเสี่ยงรับงานนี้แม้จะรู้ว่าต้องไม่ใช่งานธรรมดา?”
“นักสืบเกรเกอร์ไม่รับงานน่าเบื่อ” เฮนรี่วางเอกสารลงแล้วดื่มกาแฟหนึ่งครั้ง จากนั้นเขาประสานวางไว้ด้านหน้า “ผมแปลกใจตั้งแต่เห็นนามสกุลของผู้ว่าจ้างแล้ว ถ้าแค่อยากหาคนทั่ว ๆ ไป กำลังคนของตระกูลวอดก้าสามารถทำเรื่องนี้ได้สบาย ๆ แต่คุณกลับมาว่าจ้างนักสืบเอกชนแบบนี้ แสดงว่าเป้าหมายจะต้องไม่ใช่คนธรรมดา และเป็นไปได้สูงว่าผมจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวกับมรดกเลือดของพวกเศรษฐี”
บาร์บาซ่ายกยิ้มมุมปาก “สมกับเป็นนักสืบเกรเกอร์ ที่คุณพูดมาไม่ผิด แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับศึกแย่งชิงมรดกอะไรหรอกนะ ก็แค่ฝ่ายตรงข้ามคือน้องชายฝาแฝดของผมที่กำลังปลอมตัวเป็นผมอยู่ก็เท่านั้นเอง”
เฮนรี่พลันยกกายขึ้นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจยาว สีหน้ามีความเหนื่อยใจปรากฏออกมา สักพักก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น
“รับงานของคนรวยทีไรไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยซักครั้ง น่าสนุกจริง ๆ มาลุ้นกันว่าผมจะถูกน้องคุณยิงหัวทะลุเป็นรูก่อนที่ผมจะได้รายงานความคืบหน้าให้คุณไหม”
“ขอบคุณ นักสืบเกรเกอร์”
บาร์บาซ่าค่อนข้างชอบบุคลิกของเฮนรี่ กระตือรือร้น รักความท้าทาย ไม่ถ่อมตัวแต่ก็ไม่อวดดี ที่สำคัญคือไม่ถามสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน
จากนั้น เขาหยิบเอกสารอีกฉบับออกมายื่นให้เฮนรี่ “ส่วนคนนี้เป็นงานแยกและงานด่วน ให้คุณทำอันนี้ก่อน”
“เอเวอร์เร็ตต์ ปาร์คเกอร์ บ้านล้มละลายเพราะต้องคดีเลี่ยงภาษีกับฟอกเงิน” เฮนรี่อ่านสิ่งที่อยู่ในเอกสาร
“ผมต้องการทราบที่อยู่ปัจจุบันของเขาโดยเร็วที่สุด บ้านปาร์คเกอร์ของเขา ถูกใส่ร้าย จนล้มละลาย คนทำคืออดีตเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจสอบภาษีที่ผมให้คุณสืบ อ้อ เขายังมีข่าวฉาวเรื่องแย่งผู้ชายกับ ‘บาร์บาซ่า วอดก้า’ ก่อนจะล้มละลายด้วย คิดว่าน่าจะหาตัวได้ไม่ยาก แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาสองคนแรก ผมเลยไม่อยากใช้คนของผมทำให้งูตื่น”
เฮนรี่มองข้อมูลเป้าหมายทั้งสามด้วยสายตาพิจารณา หัวสมองของเขาเหมือนจะเชื่อมโยงหลาย ๆ อย่างเข้าหากันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทันไรเขาก็สรุปได้ว่า “คุณต้องการล้างมลทินให้บ้านปาร์คเกอร์ ในขณะที่ผู้สมรู้ร่วมคิดเหล่านี้กำลังถูกผู้บงการตัวจริงหรือก็คือน้องชายของคุณตามฆ่าปิดปากอยู่สินะ”
“นักสืบเกรเกอร์เข้าใจรวดเร็ว” บาร์บาซ่ายิ้มชื่นชมก่อนยื่นซองเงินไปให้เขา “นี่เงินก้อนแรก ผมต้องการที่อยู่ของเอเวอร์เร็ตต์ ปาร์คเกอร์ ภายในสามวัน”
เกรเกอร์รับเงินมาและกล่าวว่า “สำนักงานนักสืบเกรเกอร์ยินดีรับงาน”
ภายหลังจากบาร์บาซ่าเดินออกร้านกาแฟไปแล้ว ผู้ชายร่างบึกบึนที่แอบดูบาร์บาซ่าอยู่ตรงมุมตึกก้าวเท้าออกมาและปะปนไปกับฝูงชน เขาเดินตามบาร์บาซ่าไปจนกระทั่งเป้าหมายขึ้นรถแล้วค่อยหยิบโทรศัพท์ออกมารายงาน “นายน้อยบาร์บาซ่าติดต่อกับนักสืบเกรเกอร์ครับ”
ด้านปลายสาย เขาคือชายที่ตามสืบกำหนดการช่วงนี้ของบาร์บาซ่า คือชายที่ถูกบาร์บาซ่าช่วยชีวิตเอาไว้ซึ่งในปัจจุบันยังต้องเข้าเฝือกขาอยู่ แต่เขาก็รั้นที่จะออกจากโรงพยาบาลและมาทำงานในบริษัท ด้วยเหตุนี้จึงมีทีมแพทย์ประจำตัวมาคอยตรวจดูอาการบาดเจ็บที่ขาทุก ๆ สามถึงหกชั่วโมง เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับบาร์บาซ่าอีกครั้ง เขาก็ออกคำสั่งต่อไปว่า
“แยกทีมไปจับตาดูเกรเกอร์ พยายามสืบให้ได้ว่าเขารับงานอะไรมาจากบาร์บาซ่า คอยคุ้มกันเขาด้วยถ้ามีเหตุร้ายอะไร ฉันไม่ต้องการเห็นสีหน้าผิดหวังของเด็กน้อย”