‘IRPC’ ราคาหุ้นรอเวลาฟื้นตัว รับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 ธ.ค. 2566 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 03.54 น. • The Bangkok InsightIRPC ราคาหุ้นรอเวลาฟื้นตัวกลับมาทะยานอีกครั้ง โดยมี 2 จุดแข็งที่น่าสนใจ เชื่อผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น IRPC เป็นหนึ่งบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสากรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคโควิด-19 ที่ทำให้อุปสงค์การใช้ผลิตภัณฑ์ลดลงไปเยอะ อีกทั้งยังมีปัจจัยลบระยะสั้นออกมาเป็นระยะ ทำให้เส้นทางการฟื้นตัวไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก
ทั้งนี้ IRPC เป็นกลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ
1. ธุรกิจปิโตรเลียม โดยมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่จังหวัดระยอง เพื่อผลิตและจำหน่ายน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา
2. ธุรกิจปิโตรเคมี โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก คือ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ
3. ธุรกิจท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์
4. ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินในส่วนที่เป็นที่ดินเปล่า
แม้ราคาจะตกลงไปเยอะ แต่สิ่งที่ตลาดคาดหวังเวลานี้กับหุ้น IRPC คือการรอเวลาฟื้นตัวกลับมาทะยานอีกครั้ง โดยมี 2 จุดแข็งที่น่าสนใจ ดังนี้
1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่น Ultra Clean Fuel (UCF)
ปัจจุบัน IRPC อยู่ในเฟสของการต่อยอดความแข็งแกร่งให้ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจปิโตรเคมีแบบครบวงจร ซึ่งมีแผนจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งจะเข้ามาอัปเกรดน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันสูง เป็นน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันต่ำเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 ใหม่
หากโครงการ UCF เปิดดำเนินการ จะช่วยต่อยอดจุดแข็งของ IRPC ทำให้ธุรกิจโรงกลั่นได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่ผลผลิตน้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนสูงของ IRPC จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของการเติบโตในอนาคต
2. ราคาหุ้นอยู่ในจุดที่น่าสนใจจากดาวน์ไซด์ที่จำกัด
บทวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์ ระบุว่าแม้แนวโน้มอุตสาหกรรมโรงกลั่มและปิโตรเคมีจะซบเซา แต่มองว่าราคาหุ้น IRPC อยู่ในจุดที่น่าสนใจมาก เทรดที่ P/BV 0.5 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.0 เท่า) ถือว่าถูกมากและสามารถช่วยลดดาวน์ไซด์เพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ เชื่อว่าผลประกอบการของ IRPC ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ว่าการฟื้นตัวจะต้องใช้เวลาสักระยะ เพราะฉะนั้น จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ระดับ 2.40 บาทต่อหุ้น
นายพิจินต์ อภิวันทนาพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2566 มองว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในระดับเฉลี่ยใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2566 ที่ 86.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2566 ราคาอาจมีการปรับตัวย่อตัวลงมาเล็กน้อย อยู่ที่ 82 - 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่เชื่อว่าราคาคงไม่อ่อนตัวไปกว่านี้มากนัก
บริษัทคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบ ในปี 2567 จะอยู่ในกรอบเฉลี่ยที่ระดับราคาราว 83 - 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นผลมาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้คาดว่าจะช่วยหนุนดีมานด์ให้กลับมามีการขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่ซัพพลายมีการบริหารจัดการได้เหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) คาดหวังตัวปิโตรเคมีจะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นในปีหน้า
ในส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2567 บริษัทยังคงเดินหน้าในธุรกิจเดิม ทั้งตัวโรงกลั่น และโรงปิโตรเคมี และต่อยอดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้ง 5 ธุรกิจ คือ Green & Circular, Health & Life Science, Advance Materials, Future Energy เน้นพลังงานทดแทน หรือพลังงานหมุนเวียน และ Assets & Services โดยยังคงเน้นการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม