โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันนี้ (29 เมษายน) เหล่าคอการเมืองต่างจับจ้องไปยังบทสรุปจากที่ประชุม คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมนั่งหัวโต๊ะพิจารณา ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตรจะอยู่ในข่ายได้รับการพักโทษหรือไม่ ซึ่งหากว่ากันไปตามระเบียบแล้วไม่มีอะไรติดขัด ถ้าเช่นนั้นก็ต้องตามกันต่อว่า จะมีเงื่อนไขใดที่ทำให้นายใหญ่แห่งบ้านจันทร์ส่องหล้าต้องเจออุปสรรค จากการได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกมาใช้ชีวิตปกติหรือไม่ เช่น การติดกำไล EMหรือเงื่อนไขข้อห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

กรณีของการติดกำไลนั้น ด้วยอายุที่เกินกว่า 70 ปีแล้วถือว่าเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับการยกเว้น ส่วนที่เหลือก็เป็นไปตามกระบวนการของหน่วยงานที่จะรับไม้ต่อจากกรมราชทัณฑ์นั่นก็คือ กรมคุมประพฤติ กรณีนี้เมื่อได้รับโทษคุมขังมาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นไปตามสิทธิที่นักโทษทั่วไปพึงจะได้รับ เรื่องทางการเมืองนั้น ต่อให้นายใหญ่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นวางมือ อย่างไรเสีย การเมืองก็จะเข้าไปข้องแวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

ตามที่ปรากฏเป็นข่าว มีการเตรียมการที่จะใช้ประเด็นของคดีความต่าง ๆ ของทักษิณมากำราบ เพื่อไม่ให้กล้ามายุ่งกับการเมือง เรื่องหนึ่งที่จะปรากฏเป็นข่าวตามมาแน่ ๆ หลังทักษิณก้าวขาพ้นคุกคือ กรณีศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 พิพากษากลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเก็บภาษีเงินได้ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มจากการขายหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี 2549 จากทักษิณรวมเป็น 1.76 หมื่นล้านบาท

ทิศทางข่าวที่จะเป็นคือ การทวงถามหรือไล่บี้ในเรื่องนี้ว่า กรมสรรพากรได้ดำเนินการติดตามเงินของอดีตนายกรัฐมนตรีได้ตามจำนวนที่ศาลมีคำตัดสินไปแล้วหรือไม่ติดขัดปัญหาประการใด ซึ่งในกรณีนี้สำหรับนักการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนแล้ว ไม่ได้ทำให้ต้องตระหนกตกใจแต่อย่างใด ที่ต้องจับตาต่อการได้รับอิสรภาพของทักษิณ น่าจะเป็นท่วงทำนองของ ผู้คุมการเดินเกมทางการเมือง เบื้องหลัง อนุทิน ชาญวีรกูลมากกว่า

เหล่าคนใกล้ชิดกุนซือพรรคสีน้ำเงินกับฟากทักษิณ ต่างรู้ดีว่า ยี้ห้อยกับนายใหญ่ แม้จะมีการเคลียร์ใจพบปะกันหลายหน แต่ลึก ๆ ยังคงไม่มีฝ่ายไหนไว้วางใจอีกฝั่งได้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการหักหลัง แปรพักตร์ ย้ายขั้ว มันยังมีเรื่องของผลประโยชน์ของคนทั้งคู่ที่ในแวดวงข้าราชการระดับสูงต่างรับรู้อันเป็นผลกระทบต่อชีวิตหลังเกษียณของอดีตปลัดกระทรวงบางราย ที่เกิดจากความไม่พอใจของฝ่ายหนึ่งซึ่งไม่ได้รับเครื่องสังเวยตามจำนวนที่ควรจะได้

ในอดีตนายใหญ่อาจใช้กระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทย หรือฝ่ายสีแดงเป็นตัวกดข่มฟากอดีตลูกน้องคนสนิทได้ แต่หลังจากที่อนุทินแสดงให้เห็นถึงความเป็น สายตรงอย่างแท้จริงของฝ่ายอนุรักษ์นิยมขณะที่กุนซือคนสำคัญก็สามารถปลดล็อกกลไกของขบวนการสืบทอดอำนาจ จนสามารถส่งคนในสังกัดไปยึดครองสภาสูงที่ถูกเรียกขานว่า สว.สายสีน้ำเงินได้ ยิ่งการต้องกลับเข้าคุกจากผลพวงของชั้น 14 ทำให้ทักษิณเข้าใจสัจธรรม มียศเสื่อมยศมีลาภเสื่อมลาภ ได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ แพทองธาร ชินวัตรลูกสาวอันเป็นที่รักจะส่งสัญญาณมาตั้งแต่เดือนแรกที่พ่อผู้เคยมากบารมีถูกคุมขัง หลังจากนี้อาจจะวางมือทางการเมืองด้วยเหตุผลความชราภาพ และต้องการอยู่บ้านเลี้ยงหลาน เพียงแต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คนส่วนใหญ่ต่างเห็นตรงกันว่า ทักษิณไม่น่าจะมีความคิดเช่นนั้นยังคงหาหนทางเพื่อที่จะกลับมายิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม การยึดอำนาจที่เสียของ กับการรัฐประหารหนล่าสุดที่วางกลไกเพื่อความคงกระพันของอนุรักษ์นิยม ทำให้นายใหญ่ต้องคิดใหม่

กระบวนการที่ขับเคลื่อนไปในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องการต่อสู้ แข่งขันกันระหว่างนักการเมืองและพรรคการเมืองเท่านั้น หากแต่ทุกองคาพยพที่สยบยอมอยู่ภายใต้อุ้งเท้าท็อปบูธในนามคสช. ต่างผนึกกำลังวางอำนาจในขอบเขตของแต่ละองค์กรมิหนำซ้ำ บางองค์กรยังรุกล้ำไปในอาณาเขตทางข้อกฎหมายขององค์กรอื่นได้อีกต่างหากเมื่อเป็นเช่นนั้น มันจึงทำให้เครือข่ายทางการเมืองที่ประกาศตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ยากที่จะแข็งข้อหรือต่อกรได้

การเข้าร่วมรัฐบาลของเพื่อไทยโดยปราศจากข้อต่อรอง และเงื่อนไขบีบบังคับใด ๆ ความเป็นพรรคลำดับ 3 ที่คะแนนเสียงห่างจากพรรคอันดับ 1 แบบทิ้งขาดนั่นก็ประการหนึ่ง แต่เหตุผลสำคัญคือ ไม่มีประโยชน์ที่จะขึงขังภายใต้บริบทของการควบคุมด้วยกลไกที่อนุรักษ์นิยมได้ออกแบบ และควบคุมได้แบบเบ็ดเสร็จเวลานี้ จึงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว ก้มหน้าทำหน้าที่เพื่อหวังสร้างผลงานให้เป็นที่ปรากฏ แล้วรอเวลาที่ตัวแทนสายตรงอนุรักษ์นิยมสะดุดขาตัวเองหกล้มหัวคะมำเท่านั้น

นับตั้งแต่รัฐบาลอายุสั้น จนมาถึงห้วงเวลาไม่ถึงเดือนของรัฐบาลอำนาจเต็ม ซีกของพรรคนายใหญ่พอมองเห็นช่องที่จะทำให้ฝ่ายได้รับการถือหางพลาดท่าได้ เพียงแต่ยังไม่ใช่จังหวะเวลาอันใกล้นี้ ต้องให้ฝ่ายแกนนำได้ปล่อยของกันเต็มที่ ตราบใดที่ยังคงสามารถเกื้อหนุน อุ้มชูเหล่าผู้สนับสนุนหลักได้ต่อเนื่อง เรื่องที่จะทำให้ระคายผิวก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีการเตือนไปยังของคนซึ่งอาศัยพลังที่หนุนอนุทินให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ อย่าได้ย่ามใจและใช้อำนาจเกินขอบเขต จนทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาเพราะถ้าเกิดเป็นกระแสปลุกความไม่พอใจของประชาชนได้อะไรก็ห้ามไม่อยู่

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...