โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระทึกขวัญ! จนท.ย้ายจระเข้ ผ่าพิสูจน์หลังสงสัยเกี่ยวข้องคนหาย พบซากมนุษย์-รองเท้า 6 คู่ในท้อง

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 17.00 น.

ระทึกขวัญ! จนท.ย้ายจระเข้ ผ่าพิสูจน์หลังสงสัยเกี่ยวข้องคนหายในแม่น้ำโกมาติ ประเทศแอฟริกาใต้ พบซากมนุษย์-รองเท้า 6 คู่ในท้อง

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "World Forum ข่าวสารต่างประเทศ" ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความ ระบุว่า "แม่น้ำโกมาติ แอฟริกาใต้ เหตุการณ์ 2 พฤษภาคม 2026

เผยคลิปเหตุการณ์ระทึก ขณะเจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ยกจระเข้ที่มีชิ้นส่วนร่างมนุษย์อยู่ภายในขึ้นจากแม่น้ำ จระเข้ยาว 4.5 เมตร หนัก 500 กิโลกรัม ที่ถูกสงสัยว่ากินเหยื่อ ถูกยิxและนำส่งไปยังอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ พบซากมนุษย์อยู่ในกระเพาะปัจจุบันกำลังตรวจ DNA เพื่อยืนยันตัวตน

เรื่องราวเริ่มแรกดังนี้

เหตุสลดในประเทศแอฟริกาใต้ ชายวัย 59 ปีหายตัวในแม่น้ำ ก่อนพบชิ้นส่วนมนุษย์ในท้องจระเข้ยักษ์ หลังระดมค้นหาหลายวัน

เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่แม่น้ำโคมาติ ในพื้นที่เมืองโกมาติพอร์ต จังหวัดมพูมาลังกา ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อชายวัย 59 ปี ซึ่งเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น หายตัวไปหลังรถถูกกระแสน้ำเชี่ยวพัดระหว่างพยายามข้ามสะพานน้ำตื้น

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำหลากจากฝนตกหนัก ก่อนที่ภายหลังจะพบหลักฐานสำคัญในท้องจระเข้ขนาดใหญ่

ผู้สูญหายคือ นายกาเบรียล บาติสตา อายุ 59 ปี เจ้าของโรงแรมและบาร์ชื่อ บอร์เดอร์ คันทรี อินน์ ในเมืองโกมาติพอร์ต ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ชายแดนประเทศโมซัมบิก และอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติครูเกอร์

ลำดับเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 เมษายน 2569 หลังเกิดฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโกมาติสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นายบาติสตาขับรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีดำ พยายามข้ามสะพานน้ำตื้นใกล้สนามกอล์ฟของเมือง เพื่อเดินทางกลับไปยังโรงแรมของตนเอง

กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้พัดรถจนเสียหลักและติดค้างอยู่บริเวณสะพานหรือริมฝั่ง โดยมีผู้พบเห็นรายงานว่ารถถูกน้ำพัดไปบางส่วน ท่ามกลางสภาพน้ำที่รุนแรง

เช้าวันที่ 28 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ พบรถกระบะคันดังกล่าวติดอยู่ในแม่น้ำ แต่ไม่พบตัวนายบาติสตา ทำให้เชื่อว่าเขาอาจพยายามลงจากรถและเดินลุยน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ก่อนจะถูกกระแสน้ำพัดหายไป

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยค้นหาและกู้ภัยของตำรวจ หน่วยเฮลิคอปเตอร์จากอุทยานแห่งชาติ ทีมโดรน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ภารกิจค้นหาต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากแม่น้ำโกมาติเป็นแหล่งอาศัยของจระเข้จำนวนมาก ทำให้การลงดำน้ำและค้นหาภายในน้ำเป็นไปอย่างยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง

กระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม หลังผ่านการค้นหานานประมาณ 5 ถึง 7 วัน เจ้าหน้าที่พบจระเข้ขนาดใหญ่ยาวราว 4.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ซึ่งมีพฤติกรรมผิดปกติ ลักษณะเหมือนเพิ่งกินเหยื่อและมีท้องป่อง

เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้รับอนุญาตให้กำจัดจระเข้ตัวดังกล่าว ก่อนใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยลำเลียงซากขึ้นจากแม่น้ำ และทำการผ่าพิสูจน์

ผลการตรวจพบชิ้นส่วนมนุษย์ภายในท้องจระเข้ ได้แก่ แขนสองข้าง กระดูกซี่โครง และเนื้อบริเวณหน้าอกบางส่วน รวมถึงเศษเสื้อผ้าและแหวน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของนายบาติสตา

นอกจากนี้ ยังพบรองเท้าจำนวน 6 คู่ภายในท้องจระเข้ สร้างความกังวลว่าอาจเป็นหลักฐานของเหยื่อรายอื่นในอดีต

ชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมดถูกส่งตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ แม้ขณะนั้นยังไม่มีการประกาศผลยืนยันขั้นสุดท้าย แต่หลักฐานโดยรวมชี้ไปยังตัวนายบาติสตาอย่างชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า นายบาติสตาอาศัยอยู่หลักในจังหวัดกัวเต็ง บริเวณเมืองแวนเดอร์ไบล์พาร์กและนครโจฮันเนสเบิร์ก แต่เดินทางไปยังโกมาติพอร์ตเป็นประจำเพื่อดูแลกิจการโรงแรมของเขา

จุดเกิดเหตุยังเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกัน โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2568 มีทหาร 2 นายถูกกระแสน้ำพัดหายบริเวณเดียวกัน

ทั้งนี้ แม่น้ำโกมาติถือเป็นพื้นที่อันตราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยวและเป็นแหล่งอาศัยของจระเข้จำนวนมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญให้กับชุมชนในพื้นที่และสังคมออนไลน์ของแอฟริกาใต้เป็นอย่างมาก พร้อมตอกย้ำถึงอันตรายร้ายแรงของการข้ามสะพานน้ำตื้นในช่วงน้ำหลาก ซึ่งอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...