โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาราสาวะถี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ทำท่าว่าจะเบาใจหลังสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ เพื่อต่อยอดการเจรจาข้อตกลงที่ได้หารือกันไว้เบื้องต้น โดยจะประเดิมการถกกันที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานในวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเริ่มได้หรือไม่ และดูเหมือน สถานการณ์น่าจะไม่ราบรื่น เรียบร้อยเสียแล้วหลังจาก อิสราเอลเปิดปฏิบัติการณ์ถล่มเลบานอนอย่างหนัก อ้างเรื่องการกวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และ โดนัลด์ ทรัมป์ก็หนุนหลังการดำเนินการดังกล่าวของฝ่ายยิว พร้อมบอกเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง

นั่นจึงทำให้ อิหร่านสั่งระงับการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันทีจากที่มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียง 2 ลำเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้ จึงทำให้ต้องลุ้นกันต่อไป สถานการณ์จะดำเนินไปทิศทางไหน หากเข้าอีหรอบเดิมคือ ฝ่ายมะกันยังคงใช้เล่ห์เหลี่ยมเจรจาบังหน้า แต่ยังพร้อมที่จะตลบหลังอิหร่านตลอดเวลาการเจรจาที่จะมีขึ้นคงจะเดินต่อลำบากงานนี้ก็ต้องดูท่าทีของจีน ที่ถูกมองว่าเป็นตัวละครลับที่ช่วยให้เกิดการประกาศพักรบชั่วคราวดังกล่าว จะแสดงบทบาทอย่างไรต่อภาวะที่เกิดขึ้นแบบนี้

ส่วนที่ประเทศไทย เห็นความพยายามในการตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อการติดตาม เรื่องกักตุนน้ำมันที่ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมมือกันทำงาน การชี้แจงเรื่องความไม่ชอบมาพากลไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถน้ำมัน 1.1 หมื่นคัน ออกจากคลังไม่ส่งปั๊ม มีการปิดปั๊มอ้างน้ำมันหมดเพื่อกักไว้ขายช่วงราคาขึ้น ปมเรือน้ำมันหายกลางทะเล หรือแม้แต่ปมความเคลือบแคลงเรื่องคลังน้ำมัน 92 แห่ง มันก็ไม่น่าจะช่วยให้ประชาชนรู้สึกดีจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันก่อนหน้า กระทั่งเรื่องการขึ้นราคาแบบลักหลับ

เพราะ ข้อเท็จจริงที่มาช้าเท่ากับเปิดช่องให้เกิดการทุจริต หรือมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แอบแฝงยิ่งกรณีการตั้งรัฐมนตรีที่มีครอบครัวหากินกับธุรกิจน้ำมันรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่เกิดปัญหา แล้วตอนหลังมาอ้างว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตระกูลมาเกือบ 30 ปีแล้ว มันก็เหมือนการแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ ไม่ได้ช่วยให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือแต่อย่างใดในเมื่อเวลานี้คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อตรงกันว่า มีกลุ่มคนได้รับประโยชน์จากการขึ้นราคามหาโหด กลุ่มทุนพลังงานนั่นแหงอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มการเมืองบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไม่ควรจะรีบถอนทุนกันเร็วเกินไป

มิหนำซ้ำ คนที่ปิดวาจาสวมบทเตมีย์ใบ้อยู่เวลานี้อย่าง อนุทิน ชาญวีรกูลก็ดันปากแข็งหรือจะเรียกว่าปากไวดี ไปบอกว่า ไม่มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันแล้วสิ่งที่บรรดาหน่วยงานทั้งหลายกำลังพยายามชี้แจงเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนอยู่ในเวลานี้มันหมายถึงอะไร ความเดือดร้อนของประชาชนก่อนหน้าหมายความว่าอย่างไรที่รับไม่ได้กันเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้นเรื่องการขึ้นราคามหาโหด และเป็นพฤติกรรมของการสุมหัวแบบที่คนไทยไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน จะอ้างสถานการณ์พิเศษยังไง ก็ไม่มีใครเชื่อว่ามันจะต้องมาขึ้นราคากันกลางดึกแบบลักหลับเช่นนั้น

ความเห็นของ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะตรงกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ไม่น้อย นั่นก็คือ แม้ว่าภาวะสงครามยังหาความแน่นอนไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง น่าวิตก ไม่น้อยไปกว่าสงครามก็คือ ปัญหาความเลวร้ายจากทุนสามานย์ ผูกขาดกิจการพลังงาน ผสมโรงกับการโกงกินของราชการและนักการเมืองบางประเภทซึ่งไปซ้ำเติมปัญหาของประชาชนให้รุนแรงขึ้นไปอีก ผ่านสถานการณ์ของราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดพราดอย่างรวดเร็ว

เรื่องของการขึ้นราคาน้ำมันกับกลุ่มผลประโยชน์ และเรื่องการถอนทุนคืนคืน นักวิชาการร่วมสถาบันเดียวกันกับณรงค์อย่าง บุญส่ง ชเลธรก็ชี้ว่า เหตุผลที่ผู้มีอำนาจใช้อ้างเกี่ยวกับการขึ้นราคาน้ำมันจากวิกฤตสงครามนั้นฟังได้ เพราะธุรกิจน้ำมันเป็นสินค้าที่ไม่ได้ตั้งราคาจากต้นทุนในอดีต แต่ตั้งจากต้นทุนที่จะต้องใช้ในการจัดหาน้ำมันในรอบถัดไป หรือที่เรียกกันว่าราคาทดแทน หากไม่ปรับราคาขึ้นตามตลาดโลก ผู้ประกอบการอาจเผชิญภาวะขาดทุนเมื่อถึงเวลาต้องนำเข้าน้ำมันล็อตใหม่ที่มีราคาสูงกว่าเดิม เป็นเหตุผลเชิงระบบที่ถูกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกวิกฤต และประชาชนต้องทนก้มหน้ารับกรรม แบกรับภาระ

แต่อีกด้านหนึ่ง ความเป็นจริงที่เห็นชัดกลับสร้างคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ น้ำมันที่ขายในช่วงราคาพุ่งสูงนั้น ส่วนมากเป็นน้ำมันล็อตเก่าในต้นทุนราคาก่อนสงครามที่ต่ำกว่ามาก เป็นสต๊อกเดิมที่จัดซื้อไว้ก่อนเกิดวิกฤต ดังนั้น การนำสินค้าจากต้นทุนเดิมมาจำหน่ายในราคาตลาดใหม่ จึงก่อให้เกิดกำไรจากสต๊อกโดยทันที แม้จะอธิบายได้ในเชิงกลไกตลาด แต่ในสายตาของผู้บริโภคนี่คือ “การปล้นจากการขายของเก่าในราคาใหม่” ที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน ปมตรงนี้แหละที่ทำให้ผู้นำรัฐบาลและคณะกลุ่มผลประโยชน์สลัดภาพความไม่ไว้วางใจจากประชาชนไม่หลุด

วันนี้ มีความพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจ โดยปลุกเร้าสร้างกระแสยืนยันจะมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หวังเร้าให้คนเดินทางกลับบ้าน ไปท่องเที่ยวกันมากขึ้น ซึ่งก็สวนทางกับสิ่งที่อนุทินฝาก ดนุชา พิชยนันท์เลขาธิการสภาพัฒน์ขอบคุณประชาชน ที่ใช้น้ำมันลดลงโดยเฉพาะดีเซลจาก 85 ล้านลิตรเหลือแค่วันละ 45 ล้านลิตร เป็นการเลือกที่จะพูดความจริงด้านเดียวโดยไม่ได้แจกแจงรายละเอียด

ปริมาณการใช้ที่หายไปนั้น เพราะ ประชาชนเข้าสู่โหมดประหยัดตามนโยบายรัฐบาล หรือไม่มีเงินที่จะเติมน้ำมันหรือมาจาก ภาคผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคการขนส่งที่แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหวจึงหยุดให้บริการกันเป็นจำนวนมากหากเป็นเช่นนี้ย่อมไม่น่าจะสร้างความภาคภูมิใจ หรือประกาศเป็นผลงานของรัฐบาลได้ ท่วงทำนองเช่นนี้จึงอาจพูดได้ว่า ผู้นำรัฐบาลและลิ่วล้อยังคงรักษามาตรฐานได้ดี ในกรณีที่ว่า สิ่งที่พูดกับความจริงที่ปรากฏสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

อรชุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...