โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาคริต แก้วทันคำ : "ผมกระทำสิ่งชั่วร้ายผ่านแรงปรารถนาดั้งเดิมของมนุษย์"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ม.ค. 2563 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 06.51 น.

“คินบากุเป็นเกมแห่งเชือกจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเกมเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เป็นไปเพื่อความหฤหรรษ์ทางกายทีเดียว เชือกจะถูกพันธนาการไปทั่วร่างอันเปลือยเปล่าของหญิงสาว ขมวดปมตามจุดสำคัญเพื่อปลุกเร้าความกำซาบแก่ผู้ที่ถูกมัด โดยปมเงื่อนจะถูกผูกอย่างง่ายๆ เพื่อให้มันเบียดบดไปตามผิวหนังได้อย่างอิสระ และด้วยเหตุนั้นทำให้เชือกจำเป็นต้องมีความยาว 6-8 เมตร เพื่อพันธนาการได้ทั่วร่าง” (น.141)

ข้อความข้างต้น เป็นข้อมูลความรู้เรื่อง “คินบากุ” (kinbaku) ที่อนุสรณ์ใช้ประกอบในเรื่องสั้นได้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อมโยงเกมดังกล่าวผ่าน “เชือก” เครื่องมือหรือตัวการที่ควบคุมและปลดปล่อยความรัก ความคิด ความรู้สึกในชีวิตของตัวละครผมและเธอ

นอกจากนี้ อนุสรณ์ยังกล่าวอีกว่า เซยู อิโต เป็นบิดาแห่งคินบากุ ส่วนเอกิจิ โอซาดะ ถือเป็นบิดาแห่งการทารุณกรรมและจินตนาการทางเพศผ่านเชือก

บทความนี้จะศึกษาเรื่องสั้น “โยนีรูป” ของอนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง ปี 2562 พิมพ์อยู่ในรวมเรื่องสั้น “อาคเนย์คะนึง” ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่น (สพฐ.) ปี 2560 เป็นรวมเรื่องสั้นที่ให้ “ผม” เป็นผู้เล่าทุกเรื่องราวความรัก ความลับ ความเศร้าจากความคิดคำนึงผ่านบางฉากในดินแดนอาคเนย์

โดยจะวิเคราะห์ตัวละครผมว่า ทำไมต้องเลือกความตายหลังจากกระทำสิ่งชั่วร้ายผ่านแรงปรารถนาทางเพศ และทำไม “เธอผู้นั้นอ้าแขนรออยู่เบื้องล่าง”

เรื่องสั้นนี้เล่าว่า ผมเลี้ยงชีวิตตนเองด้วยเกมของเชือกที่ชื่อว่า “เกมเปลของแมว” หรือ Cat”s Cradle ตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังสูญเสียพ่อ ละทิ้งบ้าน มานั่งขอทานอยู่บนสะพานลอย จนชายสูงอายุคนหนึ่งหย่อนเชือกลงในกระป๋องแทนเงินทอง และสอนเขาเล่นกับเชือก

คืนหนึ่งหลังการแสดง ผมรู้ว่าตนเองควบคุมเชือกที่เคยหลงใหลไม่ได้ มันก่อรูปเป็นสามเหลี่ยม สร้างรอยแยกตรงกลาง คล้ายโยนีที่ผมใช้คลายกำหนัดกับผู้หญิงในจินตนาการ คนแรกอายุราว 45-50 ปี คนที่สองถูกข่มขืนขณะนอนพักผ่อนตอนกลางวันในออฟฟิศ และคนที่สามเป็นนักศึกษาที่นั่งหลับในห้องสมุดมหาวิทยาลัย

เหตุการณ์เหลือเชื่อถูกเล่าผ่านความเหนือจริง ผู้เสียหายถูกกระทำในสถานที่ส่วนตัวและสาธารณะขณะหลับ เมื่อตำรวจและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับผู้กระทำผิดได้

จนเมื่อพบกับเธอ ร่วมรักกัน สุดท้ายเลือกความตายเพื่อหลีกหนีอะไรบางอย่าง

 

“โยนีรูป”
: กับการเลือกความตาย
หลังกระทำสิ่งชั่วร้าย
ผ่านความปรารถนาทางเพศ

หลังจากหญิงสาว 3 รายถูกข่มขืนโดยไม่รู้ตัวและจับคนร้ายได้ ผมรู้สึกว่าตนเองแบกรับความรับผิดนี้ไม่ไหว เพราะก่อนที่ผมจะไม่สามารถควบคุมเชือกให้ก่อรูปสามเหลี่ยมได้ ผมเป็นผู้กำหนดชีวิตตนเองด้วยการดึงเชือกเหนือศีรษะแล้วมองลอดมันไปยังท้องฟ้า บ้านเรือนและผู้คน สะท้อนให้เห็นว่า วงกลมหรือบ่วงเป็นสัญลักษณ์ที่ต่างว่ายเวียนอยู่ในวงของเชือก

แต่รูปสามเหลี่ยมที่มีรอยแยกตรงกลาง หรือรูปโยนีที่คุ้นตา มันเป็นบ่วงหรือห่วงรูปแบบใหม่ที่มือของเขาสร้างขึ้นมา เป็นสัญลักษณ์อวัยวะเพศหญิง ที่ทำให้ “ผมกระทำสิ่งชั่วร้ายผ่านแรงปรารถนาดั้งเดิมที่สุดของมนุษย์” (น.132)

หมายความว่า เขารู้สึกผิดจากการเล่นและแสดงเชือกจนหมกมุ่นอยู่กับดำกฤษณา ลุ่มหลงและถอนตัวไม่ขึ้นกับภาพที่สร้างด้วยตนเอง อีกยังก่อความเสียหายร้ายแรงแก่ผู้หญิงถึงสามคน

“ผมตัดสินใจปล่อยมือเป็นอิสระ มันเริ่มถักทอทุกอย่างเป็นรูปสามเหลี่ยมพื้นฐานและซับซ้อนขึ้น จนในที่สุดก็ส่งผลเป็นรูปร่างของโยนีแสนงามรูปหนึ่ง ผมจ้องมองรูปโยนีนั้น ก่อนจะถอดมันจากมือและขึงไว้กับฝาผนังที่ยังพอมีที่ว่าง ก่อนจะแนบหน้าเข้ากับมันแล้วฝัน” (น.136-137)

ข้อความข้างต้น นอกจากผมจะควบคุมเชือกไม่ได้แล้ว ยังกำหนดชีวิตตนเองไม่ได้ด้วย การ “จ้องรูปโยนี” จึงเป็นความใคร่ของเพศชายที่หมกมุ่นในเพศตรงข้ามผ่านจินตนาการ

และเมื่อ “แนบหน้าเข้ากับมันแล้วฝัน” สะท้อนตัณหาอารมณ์ที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจมนุษย์ ซึ่งตัวละครเลือกจะอยู่กับความเหนือจริงมากกว่าโลกสมจริง

ก่อนที่ผมจะเลือกความตายเพื่อหลีกหนีเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ เขาจ้องมองเรือนร่างเธอตามประสาผู้ชายที่มองผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศและเกิดความปรารถนา เมื่อเธอเลือกซื้อเชือก มันทำให้เขามั่นใจว่าโลกอันโดดเดี่ยวนี้มีคู่สนทนาที่เขาใฝ่หามานาน

“สิ่งที่ผมกลัวไม่ได้อยู่เบื้องล่าง แต่อยู่ภายในห้องที่ผมจากมา ในที่สุดสิ่งที่ผมหวาดหวั่นก็เป็นจริง การได้ร่วมรักกับหญิงสาวจากจินตนาการเป็นความสุขที่ไร้ที่เปรียบ ทว่าผมกลับรู้สึกว่าเป็นอันตรายอย่างที่สุดแสน การเห็นเธอในจินตนาการแสดงว่าผมยังหลบหลีกหนีจากอำนาจเธอได้ แต่การได้ล่วงล้ำตัวเธอนั้น หมายถึงผมได้ยอมรับว่าเธอมีอำนาจเหนือกว่าผมแล้วอย่างสิ้นเชิง” (น.142)

ข้อความข้างต้น เป็นกระแสสำนึกสุดท้ายก่อนผมจะเลือกความตายเพื่อหลีกหนีจากเธอ คนที่มีเลือดเนื้อตัวตนและร่วมรักกันในโลกจริง

แต่เขาต้องการออกจากโลกในห้องส่วนตัวเพื่อกลับไปสู่ความเป็นอิสระ ซึ่งเขาคุ้นเคยกับการลักหลับผู้หญิงในโลกจินตนาการมากกว่า

แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่ติดอยู่ในมายาคติความเป็นชาย

เมื่อเขาได้ร่วมรักกับเธอแล้ว มันเป็นพันธนาการที่เขาต้องเป็นฝ่ายรอเธอหน้าร้านสะดวกซื้ออย่างไร้ความหวัง และพบความว่างเปล่าหลายค่ำคืน

กรณีนี้จึงเป็นอำนาจที่เหนือกว่าของเธอที่เขาต้องยอมรับ

 

พันธนาการด้วยเชือก
ผ่านการคลี่คลายปมในใจ

เธอพบเขาครั้งแรกในลิฟต์ ความน่าสนใจคือเชือกขดหนึ่งในมือที่ทำให้เธอติดตามเขาไปดูการแสดงด้วยเชือกเส้นเดียวบนดาดฟ้า หลังจากนั้นเธอจึงทดลองความสัมพันธ์กับเชือก

“เช้าวันหนึ่ง ฉันตื่นขึ้นพบว่าเชือกที่ฉันใช้ห่มคลุมร่างกายได้พันธนาการเข้ากับตัวเองอย่างไม่ทราบสาเหตุ เชือกได้สอดใส่ โอบรับ รัดรึง ตามร่างกายอันเปลือยเปล่าของฉันราววัตถุชิ้นหนึ่ง มันลอดผ่านท่อนขาอันแข็งแกร่งของฉันไปด้านหลัง ช้อนตามเนินอกก่อนจะไพล่วนรอบลำคอ มันสอดผ่านสองแขนก่อนขมวดเป็นปมที่หน้าท้องอันเปลือยเปล่า นี่เป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่เคยพานพบมาก่อน ทุกขณะที่ฉันเคลื่อนไหว เชือกจะแข็งเกลียวโอบรัดมากขึ้น ทุกขณะที่ขยับร่างกาย เชือกจะชำแรกสู่ร่างของฉันมากขึ้น ฉันได้พบความหฤหรรษ์อันแปลกประหลาด ฉันได้พบความกำซาบซ่านที่ไม่อาจบรรยาย แรงปรารถนาในตัวพวยพุ่งขึ้น” (น.139)

ข้อความข้างต้น เป็นผลจากความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเชือก ที่ “เชือก” อาจหมายถึงอวัยวะเพศชาย ที่สอดใส่หรือชำแรกร่างกายเธอได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการบรรยายถึงความปรารถนาทางเพศของผู้หญิง สะท้อนรสนิยม ความรุนแรงที่ซึมซาบอยู่ในตัวมนุษย์และรอปลดปล่อย อีกทั้งเชือกและปมมัดยังเป็นเครื่องมือหรือวัตถุที่ใช้ตอบสนองอารมณ์ทางเพศให้ถึงที่สุดได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า “เชือก” ในเรื่องสั้นนี้เป็นตัวการและเครื่องมือที่ใช้ตอบสนองความต้องการทางเพศได้ทั้งชายและหญิง ขึ้นอยู่กับว่าเชือกจะพันธนาการร่างกาย ความคิดและชีวิตจนไปสู่การคลี่คลายปมในใจของตัวละครได้หรือไม่

หลังจากเธอพบเขาอีกครั้งหน้าร้านสะดวกซื้อ เขาถูกเชือกพันธนาการมือไว้ เธอจึงจับมือเขา แก้ปมเชือกในมือและพากลับเข้าห้อง เปลื้องผ้าและให้เขาใช้ขดเชือกพันธนาการเธอ

“เขาขดเชือกขึ้นมาในมือก่อนเริ่มต้นพันธนาการฉันทีละจุด มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างของฉันสลับกับเชือกที่แสวงหาตำแหน่งของมันอย่างเหมาะสม ทำให้ร่างกายของฉันเขม็งเกลียว ความชุ่มฉ่ำถูกผลิตไปทุกจุดบนร่างกาย นับแต่ขุมขนจนถึงร่องถ้ำ” (น.142)

ข้อความข้างต้น เป็นการใช้เชือกเล่นเกม “คินบากุ” โดยมีเขาเป็นผู้กระทำและเธอเป็นผู้ถูกกระทำ ที่สร้างความรู้สึกเป็นสุขและดื่มด่ำทางใจมากกว่า ต่างจากเกมเปลของแมวที่เขาเห็นเป็นสิ่งสร้างแค่ความสุขทางกายเท่านั้น สุดท้ายเขาจึงมุ่งเข้าหาเกมแห่งคินบากุ

อย่างไรก็ตาม การเล่นกับเชือกแสดงให้เห็นความซับซ้อนในการดื่มด่ำความสุขของแต่ละตัวละครแตกต่างกันไป เธอสามารถเล่นกับเชือกได้ด้วยตนเอง โดยไม่มีเขา หรือจะมีเขาเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมแห่งเกมคินบากุด้วยก็ได้ ปมในใจเธอคือเชือกที่คลายออกได้หลังการเล่น แต่ปมในใจเขาที่พยายามหาทางออกคือความกลัว กลัวว่าจะสูญเสียความเป็นชายให้กับเชือกที่เธอเลือกซื้อหามาเองได้ และกลัวว่าเธอจะทอดทิ้งเขาไป

ทำไม “เธอผู้นั้นอ้าแขนรออยู่เบื้องล่าง” (น.143) เป็นประโยคจบเรื่อง หลังจากเขาตัดสินใจเลือกความตาย หากมองในมุมชายเป็นใหญ่ ชายและหญิงเป็นสิ่งที่ถูกสร้างให้มาคู่กัน และชายจะมีบทบาทเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่า แข็งแรงและเป็นผู้นำหรือผู้ควบคุมดูแล แต่เรื่องสั้นนี้ เขาตระหนักรู้ว่าเธอมีอำนาจเหนือกว่า เป็นผู้ “จับมือเขา แกะปมเชือกในมือและพาเขากลับห้อง”

แสดงว่าเธอเป็นผู้กำหนดบทบาทความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา ทำให้เขาสูญเสียความเป็นชายและกลายเป็นเหยื่อของมายาคติเชิงโครงสร้าง ความตายจึงน่าจะเป็นทางออกที่เขาเลือกหลีกหนีความสิ้นหวัง หวาดหวั่น แต่มันไม่ใช่สิ่งน่ากลัว

ดังนั้น การแลเห็นเธออ้าแขนรออยู่เบื้องล่าง เป็นคำตอบได้ว่า แม้เขาจะตาย แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากอ้อมแขนเธอไปได้ และการแลเห็นนี้จึงเปรียบเสมือนภาพหลอนนั่นเอง

—————————————————————————-
บรรณนานุกรม
อนุสรณ์ ติปยานนท์. (2559). อาคเนย์คะนึง. กรุงเทพฯ : มติชน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...