โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

องคมนตรี ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม

สวพ.FM91

อัพเดต 01 มิ.ย. 2561 เวลา 13.43 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2561 เวลา 13.43 น.

วันที่ 1 มิถุนายน 2561 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และแปลงเกษตรของนางนภาพร วงศ์ศรีชา เกษตรกรในพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำฯ จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรบริเวณสองฝั่งของลำน้ำก่ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงฤดูฝน และขาดแคลนน้ำใช้สำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยทรงร่างรูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นภาพลายพระหัตถ์เรียกว่า “ตัวยึกยือ” ประกอบด้วย ส่วนหัว หมายถึง หนองหานซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ต้นกำเนิดของลำน้ำก่ำส่วนกระดูกสันหลัง หมายถึง ลำน้ำก่ำ ข้อที่เป็นปล้องๆ หมายถึง อาคารบังคับน้ำ ขอบลำตัวเปรียบเสมือนคลองระบายน้ำ ที่ขนาบไปกับลำน้ำก่ำ และส่วนหางคือแม่น้ำโขง 
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2542 ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมให้พิจารณาดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำเล็กๆ โดยลดขนาดความสูงเพื่อกักเก็บน้ำให้ราษฎรทั้งสองฝั่งลำน้ำสูบน้ำจากลำน้ำก่ำตอนล่าง ไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพได้อย่างสมบูรณ์ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ ดังนี้ 1) พัฒนาหนองบึงขนาดใหญ่ จำนวน 15 แห่ง เพื่อเป็นแก้มลิงสำหรับเก็บกักน้ำจากลำน้ำก่ำในช่วงฤดูฝนสามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 15,260,000 ลูกบาศก์เมตร 2) ก่อสร้างประตูระบายน้ำ จำนวน 7 แห่ง เพื่อควบคุมการระบายน้ำและสามารถเก็บกักน้ำได้ 52,100,000 ลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำในลำน้ำก่ำ จำนวน 4 แห่ง โดยมีมีประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต (น้ำก่ำตอนล่าง) บ้านโนนสังข์ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระราชทานชื่อว่า ธรนิศนฤมิต มีความหมายว่า ประตูระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชาทานพระราชดำริให้สร้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีประตูระบายน้ำในลำน้ำบัง จำนวน 2 แห่ง และประตูระบายน้ำในลำห้วยแคน จำนวน 1 แห่ง  3) จัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ จำนวน 26 แห่ง และจากการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำฯ ทำให้ราษฎรในพื้นที่ 16 หมู่บ้าน จำนวน 436 ครัวเรือน สามารถใช้ประโยชน์จากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและระบบส่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในช่วงฤดูฝนสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตประมาณ 600-750 กิโลกรัมต่อไร่ ในฤดูแล้งยังสามารถปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มะเขือเทศ และพืชไร่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี นอกจากนี้ยังได้มีการรวมกลุ่มในการบริหารจัดการน้ำตลอดจนการบำรุงรักษาระบบส่งน้ำ ถึง 24 กลุ่ม ราษฎรจำนวน 1,870 ครัวเรือน มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการบริหารจัดการและบำรุงรักษา นอกจากนี้ราษฎรผู้ใช้น้ำ จำนวน 252 คน มีความรู้และสามารถพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพิ่มเติมโดยนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำกินของตนเองและขยายผลต่อไปยังชุมชนอีกด้วย 
จากนั้นเวลา 13.30 น. องคมนตรี และคณะฯ ได้เดินทางไปยังแปลงเกษตรของนางนภาพร วงศ์ศรีชา เกษตรต้นแบบตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรผสมผสานในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร และได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีสถานีสูบน้ำบ้านนาคู่สูบน้ำจากลำน้ำก่ำเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรโดยรอบ เดิมนางนภาพร มีอาชีพทำนาเป็นหลัก และรับจ้างทั่วไป ฐานะยากจน มีรายได้เพียงปีละ 3,000 บาท จนกระทั่งปี 2538 ได้มีโอกาสเข้าอบรมเกี่ยวกับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นางนภาพร จึงวางแผนลงมือทำร่วมกับครอบครัว จากการมีที่นา 5 ไร่ ได้พัฒนาที่ดินจากการต่อยอดเป็น 12 ไร่ ปรับพื้นที่นาเป็นพื้นที่การเกษตรแบบผสมผสานโดยปลูกพืชและทำบ่อเลี้ยงปลา 5 บ่อ ทำนา 3 ไร่ อีก 9 ไร่ นำมาแบ่งส่วนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ อาทิ มะม่วง มะขามหวานกระท้อน ลำไย กล้วย พืชผักต่างๆ และเลี้ยงสุกรพันธุ์ภูพาน 1 พันธุ์ภูพาน 2 ไก่ดำ และเลี้ยงปลา นอกจากนี้ยังนำมูลสัตว์และเศษซากพืช มาทำปุ๋ยเพื่อใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง จากการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฎิบัติ ทำให้นางนภาพร มีกินมีใช้และมีอาชีพมั่นคงสามารถพึ่งตนเองได้ จนมีรายได้เฉลี่ย 10,000 – 20,000 บาท ต่อเดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...