ความแตกต่างของ เสื้อชูชีพ และ เสื้อพยุงตัว ที่ควรรู้ การใส่ที่ถูกต้อง
เหตุเรือล่มที่ภูเก็ต เรือนักท่องเที่ยวล่ม ที่ จ.ภูเก็ต วันที่ 5 ก.ค. 2561 เรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์ลำที่อัปปาง และพบศพนักท่องเที่ยวชาวจีน 26 ศพติดอยู่ในซากเรือใต้ทะเลภูเก็ต ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมาถึง 40 ศพแล้ว เพื่อป้องกันตัวเองจากภัยต่างๆ อยากให้อ่านความรู้เกี่ยวกับ เสื้อชูชีพ (Life jacket) และ เสื้อพยุง (Buoyancy Aid) เป็นประโยชน์มาก ๆ อยากให้ระวังตัวกันมากขึ้น
ความแตกต่างของ เสื้อชูชีพ และ เสื้อพยุงตัว
1. เสื้อชูชีพ (Life jacket)
– มีแรงลอยตัวสูง ใช้ได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งในน้ำทะเล น้ำเชี่ยว น้ำไหล
– ถูกออกแบบให้พลิกตัวผู้ประสบภัยให้หงายหน้าขึ้น จึงสามารถใช้กับผู้ประสบภัยที่ไม่รู้สึกตัว หมดสติ หรือสลบได้
ข้อจำกัด
– เทอะทะ และนำกัดการเคลื่อนไหว
ข้อควรจำ *** เพื่อความปลอดภัย เมื่อใส่เสื้อชูชีพ/เสื้อพยุ่งตัวแล้ว ควรล็อคในทุกจุด รวมทั้งสายคล้องขา
2. เสื้อพยุง (Buoyancy Aid)
– เหมาะสำหรับกีฬาทางน้ำ เช่น เจ็ทสกี เรือใบ สกีน้ำ เรือคายัค เรือแคนู
– ใส่สบาย และเคลื่อนไหวได้คล่องตัว
– หากใส่เสื้อพยุงตัว ต้องตีขาช่วย เพื่อให้หน้าไม่คว่ำและสามารถเคลื่อนที่ไปในน้ำได้
ข้อจำกัด
– ถูกออกแบบให้เป็นตัวช่วยลอยอยู่ในน้ำ มากกว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต
– เหมาะสำหรับผู้ที่มีสติและรู้สึกตัว
– ไม่เหมาะสำหรับการใช้ในกรณีที่ผู้ประสบภัยไม่รู้สึกตัว หมดสติ หรือสลบ เพราะเสื้อพยุงตัวจะไม่ช่วยพลิกให้หน้าของผู้สวมใส่ หงายขึ้นหนือน้ำเหมือนกับเสื้อชูชีพ
หลักการใส่เสื้อชูชีพ
การใส่เสื้อชูชีพ มีจุดรัดกี่จุดที่ต้องใช้ให้หมด ดึงสายให้แน่น และมีบางจุดที่อาจจะรัดเป้า ทำให้ไม่สบายน้องชายน้องสาว และจุดนี่แหละที่จะทำให้คุณรอดตาย / เสื้อชูชีพ ถ้าคุณรัดแต่จุดบน เวลาที่ตกน้ำ เสื้อมันจะไหลออกจากตัวคุณ ถ้าตกใจคลื่นแรงไม่รอดแน่ สายรัดเส้นล่างนั้นสำคัญมาก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใช้ เพราะมันน่ารำคาญ // CR : Kalthanat Suksirisun
https://www.youtube.com/watch?time_continue=4&v=Zs43T92qCHQ
เสื้อชูชีพ (Life jacket) และ เสื้อพยุง (Buoyancy Aid)
เสื้อชูชีพ (Life jacket)
เสื้อพยุง (Buoyancy Aid)
เสื้อชูชีพ และ เสื้อพยุงตัว
Life Jackets & PFDs
ที่มา เสื้อชูชีพกับเสื้อพยุงตัวความแตกต่าง Facebook สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค (ThaiNCD)