"หมวดจรูญ-ทนายษิทรา" เปิดบ้านแถลงข่าวมั่นใจชนะคดี เผยถ้าศาลยกฟ้องจะยื่นถอนอายัดเงินทันที
ความคืบหน้ากรณีหวย 30 ล้านอลเวง ระหว่าง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน จำนวน 30 ล้านบาท ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ. 1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี สืบพยานไปทั้ง 2 ฝ่าย เสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้ และนัดฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.62) เวลา 13.00 น. นั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มิ.ย.62 ที่บ้านเลขที่ 299/110 หมู่บ้านศิริชัย ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล พร้อมด้วย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้เปิดบ้านพักของ ร้อยตำรวจโทจรูญ แถลงข่าวก่อนฟังคำพิพากษาคดีหวย 30 ล้านในวันพรุ่งนี้ โดยมี นางลาวัลย์ วิมูล หรือป้าลาวัลย์ ภรรยาและบุตรสาวของ ร.ต.ท.จรูญ ร่วมแถลงด้วย
ร้อยตำรวจโทจรูญ กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลใจใดๆ เกี่ยวกับคดี อยากจะฟังคำตัดสินเร็วๆ เพราะรอมานาน โดยเชื่อในพยานหลักฐาน ที่ทางทนายษิทรานำเสนอต่อศาล ส่วนผลการพิจารณาคดีของศาลจะออกมาในรูปแบบใดนั้น ตนก็พร้อมที่จะยอมรับ แต่โดยส่วนตัวยังเชื่อว่า ศาลจะสามารถให้ความยุติธรรมกับตนเองได้ ซึ่งหากผลการตัดสินคดีออกมาว่าตนไม่มีความผิด ก็คงจะต้องหารือกับทางทีมทนายความอีกครั้งว่าจะมีการดำเนินการฟ้องร้องกับคู่กรณีหรือไม่
ร้อยตำรวจโทจรูญ กล่าวว่า นอกจากนี้ขอฝากขอบคุณตำรวจกองปราบปราม เพราะตั้งแต่แรกที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ไปถึงตำรวจภูธรภาค 7 ทำคดีแล้วออกมาตนเป็นฝ่ายแพ้ ซึ่งรู้สึกผิดหวังมาก แต่เมื่อทางตำรวจกองปราบมาทำคดี ตนก็ได้บอกไปว่า ไม่ต้องเข้าข้างตน ขอแต่ทำความจริงให้ปรากฏก็พอ จะได้รู้ว่าใครถูก ใครผิด
ด้านทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เผยว่า มั่นใจมาก จนไม่คิดว่าจะแพ้ เพราะฝ่ายตรงข้าม ใช้พยานบุคคลที่เลื่อนลอย ไม่ประติดประต่อก็เพราะไม่ใช่ความจริง และหากเป็นไปตามคาด จะเร่งนำคำวินิจฉัยไปยื่นต่อศาลให้พิจารณาถอนอายัดเงินรางวัล ที่เหลืออยู่ประมาณ 25 ล้านบาท แต่หากอีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
“หากชนะคดี จะฟ้องกลับหรือไม่ นั้น ความจริงมีการยื่นฟ้องฝ่ายตรงข้ามฐานเบิกความเท็จอยู่แล้ว แต่ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลการวิจัย จากคดีหลักที่จะตัดสินพรุ่งนี้ แต่หลังฟังคำตัดสินจะปรึกษาหมวดจรูญอีกครั้ง ว่าจะฟ้องต่อไป หรือถอนฟ้อง เพราะความจริงก็อยากให้จบเรื่องราว ไม่อยากค้าความต่อ ถ้าครูปรีชา สำนึกผิด แต่หากครูปรีชายังยื่นอุทธรณ์ ก็อาจดำเนินการฟ้องกลับเหมือนเดิม” ร้อยตำรวจโทจรูญ กล่าว
ร้อยตำรวจโทจรูญ กล่าวว่าทั้ งนี้ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลังศาลสืบพยานเสร็จสิ้น ครูปรีชา ได้ติดต่อ มาทาง ทนายอาคม คงสวัสดิ์ เครือข่ายเดียวกันกับตน โดยระบุว่าอยากให้หาทางจบเรื่องนี้ รวมถึงบิดาของครูปรีชา ก็ติดต่อมาทางทนายอาคม เพื่อขอเจรจาช่วยกันหาทางออกในเรื่องนี้เช่นกัน แต่ครูปรีชาก็ไม่ได้ยอมรับผิดอะไร ตนจึงตัดสินใจ ไม่เจรจาด้วย