โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ลูกน้อง" เลือก "หัวหน้า" คนแบบไหนที่อยากทำงานด้วย

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2561 เวลา 13.36 น.

หัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในการบริหารคนและสร้างความผูกพันของลูกน้องกับองค์กร แต่กลับเป็นเรื่องท้าทายในการที่จะเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องชื่นชอบ เพราะในองค์กรคือการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลายตำแหน่ง ช่วงอายุ และที่มา คงไม่มีหัวหน้าคนไหนทำงานถูกใจลูกน้องทุกคน

แต่กระนั้น การปรับตัวของหัวหน้าเพื่อมีความผูกพันกับลูกน้องที่ดีเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ เพราะการเป็นที่ชื่นชอบของลูกน้องจะทำให้ลูกน้องมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน และได้ผลงานที่ดีตามมา ดังนั้นในฐานะที่อเด็คโก้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยองค์กรต่าง ๆ บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงจัดทำการสำรวจเรื่อง “หัวหน้าแบบไหนที่ลูกน้องคนไทยอยากทำงานให้” โดยแบ่งพนักงานออกเป็น 4 เจเนอเรชั่นในหลายธุรกิจและระดับชั้นของตำแหน่งงานที่แตกต่างกัน

“ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์” ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค-ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคที่ Gig Economy เติบโต เป็นยุคที่หัวหน้างานจะยิ่งมีความท้าทายมากขึ้นในการบริหารลูกน้อง เพราะสังคมทางเศรษฐกิจดังกล่าวเข้ามาเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในปัจจุบัน เป็นสังคมที่คนชอบทำงานบนความยืดหยุ่นและไม่ผูกมัดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

“ฉะนั้น หัวหน้าเป็นปัจจัยต้น ๆ ที่ทำให้ลูกน้องเลือกที่จะอยู่หรือไปจากองค์กร หัวหน้าจึงต้องเรียนรู้ความแตกต่างและความต้องการของลูกน้องแต่ละเจเนอเรชั่น แต่การที่จะปรับตัวเพื่อเป็นหัวหน้าที่คนอยากทำงานด้วย หากมีข้อมูลด้านบุคลิกการทำงานและความชื่นชอบของลูกน้องในแต่ละเจเนอเรชั่นจะยิ่งทำให้การปรับตัวเป็นไปได้ง่ายขึ้นและถูกจุด ดังนั้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 อเด็คโก้จึงทำการสำรวจพนักงานคนไทยจำนวน 2,076 คน เพื่อนำข้อมูลที่ได้เผยแพร่ให้กับหัวหน้างานในไทยได้ใช้เป็นประโยชน์”

ลูกน้องเจเนอเรชั่น Baby Boomer คือคนที่เกิดในช่วงปี 2488-2507 เป็นกลุ่มคนที่ขยันทุ่มเท ทำตามกฎ และมีความจงรักภักดีสูง หัวหน้าที่ Baby Boomer อยากทำงานด้วยคือคนที่มีความยุติธรรม (76.47%) กล้าคิด กล้าตัดสินใจ (64.71%) มีเหตุผล (61.76%) รักษาคำพูด (61.76%) และรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง (58.82%)

เนื่องจากลูกน้องในเจเนอเรชั่นนี้จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังให้ความสำคัญกับระบบสายการบังคับบัญชา โดยหัวหน้าที่ต้องทำงานกับลูกน้องในเจเนอเรชั่นนี้ควรมีภาวะผู้นำสูง ตัดสินใจรอบคอบ และมีความเด็ดเดี่ยว อย่างไรก็ดี หัวหน้าควรระมัดระวังเรื่องการให้ feedback ในการทำงานของลูกน้อง ควรมีศิลปะในการให้คำแนะนำ โดยเน้นที่ผลงานเป็นหลัก เนื่องจาก Baby Boomer ไม่ชอบการเสียหน้า

ลูกน้องยุคเจเนอเรชั่น X หรือคนที่เกิดในปี 2508-2523 มีความเป็นปัจเจกบุคคล เน้นสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน ใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ชอบพัฒนาตนเอง ส่งผลให้หัวหน้าที่ Gen X อยากทำงานด้วย เป็นคนที่มีความยุติธรรม (72.47%) สื่อสารชัดเจน (69.41%) มีเหตุผล (66.62%) กล้าคิดกล้าตัดสินใจ (64.23%) และให้เกียรติ (63.83%)

เนื่องจากลูกน้องในเจเนอเรชั่นนี้ให้ความสำคัญกับ work-life balance และมีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่า Baby Boomer ซึ่งหัวหน้าควรเข้าใจความแตกต่างระหว่าง 2 เจเนอเรชั่น ลูกน้อง Gen X ยังคาดหวังว่าเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ท้าทายความสามารถ หัวหน้าจะยังคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ลูกน้องเจเนอเรชั่นนี้จะมีความสุข หากได้รับคำชื่นชมและเป็นที่จดจำจากผลงานและการแสดงความสามารถ

ถัดมาคือลูกน้องเจเนอเรชั่น Y คือคนที่เกิดในช่วงปี 2524-2535 ชอบหัวหน้าที่มีลักษณะมีความยุติธรรม (74.44%) สื่อสารชัดเจน (72.45%) มีเหตุผล (71.37%) ไม่เอาเปรียบลูกน้อง (70.04%) และให้เกียรติ (69.21%) จากผลการศึกษาพบว่ายิ่งลูกน้องอายุน้อยมากเท่าไร ยิ่งรักษาสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจากสถิติแสดงให้เห็นว่าลูกน้องในเจเนอเรชั่นนี้ให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคล ไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ

นอกจากนี้ หัวหน้าควรที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความยืดหยุ่น เป็นแบบอย่างที่ดี มีความน่าเชื่อถือ สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้ลูกน้อง ควรสนับสนุนเพื่อให้ลูกน้องมีกำลังใจในการทำงาน มีการสื่อสารเรื่องความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน รับฟังความคิดเห็น ทำงานเป็นทีม สิ่งเหล่านี้จะทำให้หัวหน้าได้ใจลูกน้องในเจเนอเรชั่นนี้

สุดท้ายคือลูกน้องเจเนอเรชั่น Z คือคนที่เกิดในปี 2536 ถึงปัจจุบัน หัวหน้าที่ Gen Z และเด็กจบใหม่อยากทำงานด้วย ควรต้องเป็นคนรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง (77.65%) ไม่เอาเปรียบลูกน้อง (77.65%) ให้เกียรติ (71.76%) สื่อสารชัดเจน (71.76%) และมีเหตุผล (70.59%)

จากผลการศึกษาพบว่าลูกน้อง Gen Z มีความเป็นตัวของตัวเองสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ Baby Boomer, Gen X และ Gen Yคุณลักษณะสำคัญของหัวหน้าในเจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความสำคัญมากนักสำหรับ Gen Z หัวหน้าจึงควรให้อิสระในการทำงานแก่ลูกน้อง ให้คำปรึกษาเมื่อลูกน้องต้องการ ขณะเดียวกันหัวหน้าควรนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นลูกน้อง Gen Z ควรให้ความสำคัญกับเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน มีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน ชอบหัวหน้าที่รับฟังความคิดเห็น และให้ feedback ในการทำงานที่เน้นเรื่องงานไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

“ธิดารัตน์” กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานของคนรุ่นตั้งแต่ Gen Y ลงมาถึง Gen Z จะเปลี่ยนจาก work-life balance ที่แบ่งแยกชัดเจน เวลางานทำงานเต็มที่ เวลาพักก็พักอย่างเต็มที่ มาเป็น work-life blended ที่การทำงานต้องคล้ายการอยู่บ้านมากขึ้น คือมีจุดให้คุณผ่อนคลายระหว่างวัน เช่น มุมอาหาร มุมนั่งเล่น มุมเล่นเกม-กีฬาต่าง ๆ มุมนวด หลายองค์กรมีนโยบายชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถบริหารเวลาได้ลงตัวยิ่งขึ้น

“ขณะเดียวกันเทคโนโลยีต่างเอื้อให้คุณสามารถทำงานได้จากทุกที่ เพราะปัจจุบันข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ถูกจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล ขอเพียงมีอินเทอร์เน็ตคุณจะเลือกทำงานที่ไหนก็ได้เมื่อคุณสะดวก เช่น เมื่อมีเวลาว่างคุณอาจนั่งตอบเมล์ผ่านมือถือในร้านกาแฟ หรือประชุมงานจากที่บ้านผ่าน video call หรือ conference call ก็ได้ การทำงานในยุคใหม่งานจะถูกผสมผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มากกว่าจะแบ่งแยกอย่างชัดเจน”

“นอกจากเรื่องหัวหน้างานจะเป็นปัจจัยต้น ๆ ที่ดึงดูดลูกน้องให้อยู่กับองค์กร เรื่องค่าตอบแทนก็เป็นส่วนสำคัญ โดยคนรุ่นใหม่จะไม่ชอบค่าตอบแทนแบบ one size fits all แต่ชอบค่าตอบแทนที่แตกต่างกันตามผลงาน เพราะจะยิ่งผลักดันให้พวกเขาอยากทำงานให้ดีขึ้น แต่การที่หัวหน้าจะรักษาลูกน้องให้ทำงานในองค์กรไปนาน ๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากลูกน้องเก่ง ๆ ลาออกจากองค์กรจะส่งผลกระทบกับองค์กรอย่างมาก ตั้งแต่เวลาในการสรรหาคนใหม่ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ดังนั้นหัวหน้าจึงต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนยุคต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร”

ถึงจะทำให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...