โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ศักดิ์สยาม" สั่งทางหลวงปรับแผนโครงการพัฒนาคูน้ำริมถ.วิภาวดี หวั่นซ้ำเติมรถติด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ส.ค. 2562 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2562 เวลา 06.38 น.

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2562 เวลา 10.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ให้การต้อนรับ

โดยกรมทางหลวงรายงานว่า ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาคูน้ำริมถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อเป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิตเชื่อมโยงถนนพหลโยธินระหว่าง กม.4+490 – กม.28+700 แบ่งเป็น 2 ระยะ

ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.2561 สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2562 โดยดำเนินงานจัดหา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 18 ตัว งานดันท่อลอด 8 จุด งานลอกท่อดูดเลน 73,965 เมตร งานขยายท่อทางเชื่อม 8 แห่ง และงานปรับปรุงผิวจราจร 126,921 ตารางเมตร ระหว่าง กม.11+300 – กม.15+100 (ฝั่งขาออก) ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างส่งมอบงาน

ส่วนระยะที่ 2 มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.4+990 – กม.31+475 ระยะทาง 26.485 กม. วงเงินก่อสร้างประมาณ 1,588 ล้านบาท มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่แยกดินแดง – คลองรังสิตประยูรศักดิ์ แบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ระหว่าง กม.5+500 – กม.10+700 ใช้เวลาก่อสร้าง 900 วัน ตอนที่ 2 ระหว่าง กม.10+700 – กม.28+ 030 ใช้เวลาฯ 900 วัน และตอนที่ 3 ระหว่าง กม.28+030 – กม.30+300 ใช้เวลาฯ 720 วัน

เนื้องานประกอบด้วยงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ทางจักรยาน และงานดันท่อลอด ขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจพื้นที่ ซึ่งสำนักงานทางหลวงที่ 13 ได้วางแผนดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง เช่น ใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง และการกันพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน

เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบนถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคูน้ำตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตที่ระบายน้ำลงสู่คลองบางเขน คลองลาดพร้าว และคลองบางซื่อ ผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

และลดปัญาหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ บรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากถนนวิภาวดีฯ มีการจราจร 200,000 คันต่อวัน อีกทั้งมีปริมาณการจราจรบนดอนเมืองโทลเวย์อีก 100,000 คันต่อวัน ส่งผลให้การจราจรหนาแน่น

ทั้งนี้นายศักดิ์สยามได้สั่งการให้กรมทางหลวงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค โดยยึดต้นแบบการแก้ไขปัญหาจากถนนพระราม 2

เช่น การวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การเปิดหน้างานเท่าที่จำเป็น และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีปัญหาด้านการประสานงานให้รายงานให้ทราบ เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ จะได้ช่วยแก้ไขต่อไป

นอกจากนี้ให้สำรวจสภาพถนนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ถนนแจ้งวัฒนะที่ทราบว่ากำลังมีแผนก่อสร้าง นครราชสีมา และหาดใหญ่ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นเดียวกัน

“ท่านนายกรัฐมนตรีฝากมาให้คมนาคมดูโครงการก่อสร้างที่ใช้เวลา 700 วัน 900 วัน ขอให้ได้ผู้รับจ้างที่มีความพร้อมและเร่งรัดงานก่อสร้างให้เสร็จตามแผนหรือเสร็จเร็วยิ่งดี เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน”

นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า ขอให้นำยางพารามามาใช้ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนนหรือโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราเช่น แบริเออร์ และให้พิจารณาวางแผนดูแลสภาพภูมิทัศน์ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการฯ

รวมถึงให้พิจารณาแนวทางป้องกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์มาใช้ทางเท้า ทางจักรยาน อีกทั้งการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของกรมทางหลวง และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงให้มีสายฮอตไลน์เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

จากนั้นนายศักดิ์สยามได้ลงพื้นที่ตรวจโครงการฯ ระยะที่ 2 บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระยะที่ 1 บริเวณอาคารสูบน้ำวิภาวดีฯ กม.8+635 พร้อมกล่าวว่า การดำเนินโครงการฯ ของ ทล. ในครั้งนี้ เพื่อระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณถนนวิภาวดีฯ หากปริมาณฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตร จะไม่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่หากเกินกว่า 100 มิลลิเมตร จะสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้นไม่เกิน 2 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...