โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อธิบดีคุกแฉ 'บรรยิน' ฆ่าตัวตายแค่เทสต์ ผู้คุมหากมีเหตุฉุกเฉินจะเข้าระงับเหตุภายในกี่นาที

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2563 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 12.58 น.

อธิบดีคุกแฉ “บรรยิน” ฆ่าตัวตายแค่เทสต์ ผู้คุมหากมีเหตุฉุกเฉินจะเข้าระงับเหตุภายในกี่นาที

“รองแต้ม” ลั่นแผนแหกคุกมหาประลัย “บรรยิน” จบสิ้นแล้ว! ถูกขังเดี่ยว-ตีตรวน ก่อเหตุอีกไม่ได้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เผยฆ่าตัวตายแค่เทสต์!

 กรณีที่การเปิดโปงแผนแหกคุกของ“พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์” ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา โดยมีการเผยว่าจะมีการวางแผนระเบิดเรือนจำ จับภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้ปล่อยตัว นำไปสู่การจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการ 2 คน ก่อนจะถูกย้ายตัวไปขังเดี่ยว ที่เรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี และเผยว่ามีการพยายามฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่ช่วยได้ทัน

รายการโหนกระแสวันที่ 22 มิ.ย. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์  “พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” หรือ “รองแต้ม” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) และ“รังสรรค์ เมืองเจริญ” อดีตหัวหน้าตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำกลางบางขวาง

 กรณีนี้เหมือนในหนัง เป็นไปได้เหรอ บรรยินกับแผนแหกคุกมหาประลัย?

พล.ต.ต. วิชัย : “ก่อนพูดคดีนี้ ต้องวิเคราะห์ก่อนว่าคุณบรรยินโดนข้อหาอะไรบ้าง ข้อหาแรกเป็นข้อหาฆ่าคนตาย คือนายชูวงษ์ โทษสูงสุดคือประหารชีวิต เป็นโทษในการฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เป็นโทษตระเตรียมการไตร่ตรอง มันเป็นโทษอย่างเดียว คือประหารชีวิต ถ้าคุณบรรยินแพ้คือประหารชีวิตแน่นอน เรามาวิเคราะห์ว่าถ้าเป็นแบบนี้เขาคิดได้มั้ยว่าจะแหกคุก ก็เป็นไปได้ เขาอยากเอาตัวรอด หนีไปตายเอาดาบหน้า แต่แผนการในการหนีบางแผน ผมเชื่อว่าเป็นจริง และผมก็รู้มาจากเจ้าหน้าที่ว่าวางแผนจริง แต่การวางแผนระเบิด เอาคอปเตอร์มาผมว่าไม่น่าเชื่อ เพราะถ้าจะเอาคอปเตอร์มาแบบนี้ ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ เขาจะช่วยหรือไม่ เป็นไปไม่ได้ แต่เท่าที่รู้มา การจับตัวเมียผู้บัญชาการเรือนจำต่อรอง ผมเชื่อว่ามีจริง เพราะขนาดอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเขายังทำ”

ตร.กองปราบไปตามจับผู้ต้องหาคือโจ พอจับได้ปุ๊บ โจให้การรับสารภาพว่ามีส่วนพัวพันกับบรรยินตอนที่อยู่ในเรือนจำ บรรยินรู้จักโจซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ และทางนายท็อปอีกคน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ มีการเจรจานายโจให้ไปหาทนายมาประกันตัวให้หน่อย แต่มีเงื่อนไขสองข้อ ต้องวางแผนแหกคุก พาคุณบรรยินออกไปให้ได้ ไปชิงตัวบนทางด่วน สองถ้าชิงตัวบนทางด่วนไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร บรรยินบอกว่าวางแผนอีกแผนนึง คืออุ้มภรรยาผบ.เรือนจำกรุงเทพ เพื่อต่อรองให้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำ แล้วมีการบอกว่าให้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือจากส.ส.นครสวรรค์อีกหนึ่งราย แต่โจโทรไปเขาไม่เล่นด้วย ไปขอเงินเขาด้วย อีกรายนายท็อป มีคดีกรรโชกทรัพย์ ตอนอยู่ในเรือนจำ มีการพูดคุยกับคุณบรรยินว่าจะให้คนมาประกันตัว แต่มีข้อแม้ วางแผนไว้อย่างดี จะเอาคอปเตอร์มารับ จะมีการล้มเสาธงลงมากำแพง และปีนเสาธงหนีออกมา มีคอปเตอร์มารับ?

พล.ต.ต. วิชัย : “มโนหรือเปล่า เราต้องไปดูก่อน ผมรู้ว่าการวางแผนหลบหนีมีจริง ข่าวนี้อาจเล็ดลอดออกมา กองปราบเขามีหลักฐาน ก็ไปตามจับกุมนายโจ ซึ่งมีคดีหมายเก่า เขาจับมาสอบถาม นายโจก็รับสารภาพ เขาก็มาเชื่อมปะติดปะต่อ คุณประกันตัวมาได้ยังไง คนยื่นประกันตัวเป็นใคร ทนายเกี่ยวข้องกับบรรยินยังไง ปรากฎว่ามันก็เจือสมกัน ทนายกับโจไม่ได้รู้จักกัน แล้วอยู่ดีๆ จะไปประกันได้ยังไง ต้องมีเหตุผล พอประกันเสร็จแล้วก็รับสารภาพ และเชื่อมโยงส.ส. โทรศัพท์ต่างๆ สัมพันธ์กัน และได้ข่าวว่ากองปราบมีหลักฐานในการไปสอบผู้ต้องหาในคุกด้วยที่มีการวางแผนต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือการเจือสมที่ทำให้เชื่อได้ว่าบรรยินมีการวางแผนหลบหนีจริง การจับตัวภรรยาผบ.เรือนจำเป็นตัวประกัน อันนี้ก็น่าเชื่อจริง เพราะขนาดพี่ชายผู้พิพากษาเขายังทำได้ และแต่งเครื่องแบบมาดำเนินการเอง เขาทำได้ทุกอย่าง ทำไมแค่นี้จะทำไม่ได้”

 

มองว่ากรณีอุ้มเมียผบ.เรือนจำมีสิทธิเพราะเคยอุ้มมาแล้ว?

พล.ต.ต. วิชัย : “ผมเชื่อว่าหลักฐานต่างๆ ทางผู้การกองปราบได้รวบรวมพอสมควร ข่าวถึงได้ออกมา แต่ข่าวเครื่องบินผมว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ชิงตัวประกันบนทางด่วนเป็นไปไปได้ แล้วต้องมาคิดอย่างนี้ ในการชิงตัวประกันมีครั้งเดียว นักโทษพม่าหนีคุกที่สมุทรสาคร หนีไปราชบุรี มีครั้งเดียว ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด คนที่ดำเนินการมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจกับนักโทษพม่า เอาอาวุธเข้าไป ทำให้นักโทษเอามาจี้ผู้บัญชาการเรือนจำ แล้วตอนหลังก็ถูกวิสามัญฆาตกรรมตาย ถ้าจำไม่ผิด ผบ.เรือนจำตายด้วย มีครั้งเดียว นอกนั้นไม่มี มีการจราจลหลบหนี แต่หนีไปก็จับได้หมด”

หัวหน้ารังสรรค์ กรณีแบบนี้เป็นไปได้มั้ย?

รังสรรค์ : “เป็นไปไม่ได้ ผมอยู่ภายในเรือนจำ เสาธงเป็นเหล็กยาวเป็นสิบๆ เมตรและหนัก คนเดียวคงแบกไม่ไหว กว่าจะถอดคงใช้เวลาเป็น ชม.”

 

ถ้าเขาระเบิด?

รังสรรค์ : “ฝังยังไงล่ะครับ แค่ระเบิดเข้าไปก็ยากแล้วครับ (หัวเราะ)”

 

เสาธงตามภาพ ถ้าล้มจริงๆ แล้วไปพาดกำแพง พาดได้มั้ย?

รังสรรค์ : “พาดได้ แต่กำแพงมีไฟ ไฟชอร์ตนะครับ”

 

ลวดหนามข้างบนเป็นไฟฟ้าแรงสูง ถ้าเสาธงล้ม ไฟเดินเข้าเสาธงแน่?

รังสรรค์ : “ครับ เป็นไปไม่ได้”

 

เคยมีเหตุการณ์จลาจลมั้ย?

รังสรรค์ : “บางขวางหนักที่สุดก็ปี 28 ผมปฏิบัติหน้าที่อยู่พอดี เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ มีการเผาเรือนจำ กว่าจะเคลียร์พื้นที้ได้ 2-3 วัน เขาก่อเหตุจลาจล แหกคุกหนี แล้วหลายคนรวมหัวกัน หัวโจกรวมหัวกันจับเจ้าหน้าที่เป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่หนีออกมาได้ก็มาแจ้งผม ผมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ท่านก็วางแผนดำเนินการจับ”

 

น้อยมากที่จะมีโอกาสแบบนี้ สมมุติไปชิงตัวคนร้ายกลางทาง?

รังสรรค์ : “อย่างนี้มีโอกาสครับ”

 

พล.ต.ต. วิชัย : “มีโอกาสครั้งเดียว ตอนที่เอานักโทษออกมา ระหว่างเดินทางเป็นจุดเปราะบางที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่ในการดูแลน้อย ถ้าเกิดในการนำตัวมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจก็ง่ายในการชิงตัว แต่ถ้าในเรือนจำผมว่ายากมาก เมื่อไวๆ นี้ก็มีเผาที่บุรีรัมย์ มีอย่างเดียวคือก่อการจราจล ใช้โอกาสหลบหนี ที่สุดคือรบุรี เอาอาวุธเข้าไปจี้ตัวประกัน อย่างอื่นนี่ยาก ที่ศาลก็ยากเพราะเขามีห้องควบคุม การขึ้นไปศาลมีการตีตรวจ มันยากมาก”

 

อยู่ในสายกับ “พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์” อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรณีคุณบรรยินข่าวที่ออกมาเรื่องการแหกคุก มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนอย่างนั้นจริงหรือเปล่า?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “เป็นเบาะแส เป็นข้อมูลข่าวสารในทางลับที่เราได้มาร่วมกับเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ท่านผู้การ รองผู้การ น้องๆ ช่วยกันขยายผล กับทางเจ้าหน้าที่เรือนจำด้วย ก็มีมูล จริงหรือไม่อย่างไร ก็ระวังป้องกันเอาไว้ก่อน แต่พบว่ามีมูลความจริง”

 

หนึ่งชิงตัวบนทางด่วน สองอุ้มภรรยาผบ.เรือนจำกรุงเทพฯ สามแหกคุกเสาธงพาดกำแพง เอาคอปเตอร์มารับ ตกลงข้อไหนกันแน่ที่เขาวางแผน?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “เนื่องจากมีตัวละครเกี่ยวข้อง เป็นผู้ต้องขังที่นำตัวไปสอบปากคำขยายผล ผมเข้าใจว่าทางกองปราบไม่ได้ยืนยันมา ก็เอาเป็นเรื่องลับไว้ก่อน แต่ไม่ว่ามาไม้ไหนเราก็เตรียมระวังป้องกันไม่ประมาทอยู่แล้ว ตามมาตรฐานของเรา”

 

มีข่าวว่าบรรยินฆ่าตัวตาย จริงหรือเปล่า?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “อันนี้อาจเป็นการเทสต์ เจ้าหน้าที่ว่าหากมีเหตุฉุกเฉินจะเข้าไปถึงห้องพักกี่นาที ผมได้รับรายงานมาอย่างนั้น เป็นการประเมินเบื้องต้น อาจไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตาย”

 

เทสต์เจ้าหน้าที่ หมายถึงเรือนจำเทสต์เองหรือบรรยินเทสต์?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “เจ้าตัวเป็น ตร.เก่า เข้าไปผมก็ทราบว่าก็เรียกไปถามฝ่ายไหนเมื่อไหร่อย่างไร มีกำลังกี่คน ก็ดูทรงแล้วไม่ค่อยจะดี ไปถามในสิ่งที่เราไม่ควรจะบอก ผมก็กำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ไปบอกข้อมูลต่างๆ เหล่านั้น เจ้าหน้าที่คนไหนบกพร่อง หละหลวมก็โยกย้ายออกไป”

เห็นบอกว่ามีการใช้เงินซื้อตัวนักโทษในเรือนจำ?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “อันนี้เป็นข้อมูลที่่ทางเจ้าพนักงานตำรวจทราบ อย่างน้อยต้องใช้เงินในการประกันตัวบุคคลเหล่านี้ออกมาและให้ไปทำงานโน่นนี่นั่นตามที่เป็นข่าว ซึ่งผมเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ ให้ตร.พูดดีกว่าเป็นขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ”

 

บรรยินมีพฤติกรรมเป็นมาเฟียหรือเปล่า เพราะมีข่าวว่าตอนอยู่ในเรือนจำก็ขอย้ายไปอยู่ที่ดีๆ?

พ.ต.อ.ณรัชต์ : “ไม่มีหรอกครับ คดีที่คุณบรรยินก่อและถูกกล่าวหา ต้องหาคดีอาญาร้ายแรง ครึกโครม โหดร้ายทารุณ เรือนจำเราต้องมีดุลยพินิจว่าควบคุมเข้มข้น และประกอบกับพื้นภูมิเบื้องหลัง เป็นอดีตตร. เป็นอดีตนักการเมือง ก็เชื่อว่ามีกำลังเงิน ใช้เงินซื้อ ก็มีการกำชับเป็นพิเศษ แต่ลักษณะเป็นมาเฟียไม่มีหรอก เพราะคนใหญ่กว่ามาเฟียในคุกคือผู้คุม ต้องปฏิบัติการตามระเบียบทุกประการ”

 

ในนั้นไม่มีใครใหญ่กว่าผู้คุมจริงมั้ยดูแลกันยังไง?

รังสรรค์ : “ใช้กฎระเบียบดูแล”

 

ใครดื้อตีเหมือนในหนังมั้ย?

รังสรรค์ : “ไม่ตีครับ จะมีต่อเมื่อเขาทะเลาะเบาะแว้งกัน ห้ามปรามกันอาจมีบ้าง เพราะกระทบกระทั่งกันระหว่างนักโทษก็มีบ้าง”

 

พอเจอเรื่องการวางแผน การดูแลจะเพิ่มมาตรการอีกขั้นคือการใส่ตรวจ ถ้าเป็นคนอื่นไม่ใส่เหรอ?

รังสรรค์ : “ส่วนใหญ่ใส่ในนักโทษประหาร หรือนักโทษร้ายแรงอาจก่อเหตุร้ายในเรือนจำเขาจะใส่”

 

เพราะฉะนั้นคุณบรรยินน่าจะโดนแบบนั้นแล้ว?

รังสรรค์ : “ใช่ เพราะมีเหตุการณ์แบบนี้แล้วน่าจะต้องใส่ ถ้าไม่ใส่ก็จะมีข้อบกพร่องได้”

 

 

การจับตานักโทษคดีร้ายแรงแบบนี้จะจับตามากกว่าเดิมมั้ย?

รังสรรค์ : “จับตาเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชม.ควบคุมดูแล”

 

การยัดเงินซื้อตัวนักโทษในเรือนจำเหมือนในหนังมีมั้ย?

รังสรรค์ : “สมัยก่อนมี แต่สมัยนี้ไม่ทราบ เพราะผมเกษียณออกมาแล้ว”

 

ฟังแล้วพฤติกรรมแบบนี้เป็นไปได้มั้ยจะไม่จบเท่านี้?

พล.ต.ต. วิชัย : “ผมว่าตอนนี้บรรยินจบแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเขาไม่ไว้ใจแล้ว ต้องเข้มงวด ป้องกัน ตั้งแต่เครื่องพันธนาการ เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาต้องรับผิดชอบทั้งหมด ผมว่าต่อไปบรรยินจบแล้ว รออย่างเดียวคือศาลตัดสิน”

ในมุมอดีตนายตำรวจ อยากทราบเรื่องการขยายผลที่ไปเกี่ยวข้องกับส.ส. ที่เขาไม่เล่นด้วย เขาผิดมั้ย?

พล.ต.ต. วิชัย : “การที่คุณวางแผน ผมถือว่านายโจและนายท็อปได้ดำเนินการแล้ว คือทำตามที่นายบรรยินบอกแล้ว ไปติดต่อแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ส.ส.ก็เอามาเป็นพยานได้ ผูกมัดคนที่ช่วยเหลือได้ เอามาเป็นพยาน”

 

มุมทนายความคุณบรรยิน รู้จักทนายความอีกคน และจ้างทนายคนนั้นให้มาประกันตัวนายโจ-นายท็อปออกไป?

พล.ต.ต. วิชัย : “คนที่ประกันตัวนายโจ-นายท็อปรู้หรือไม่ ถ้ารู้ถึงพฤติกรรมว่ามีการจ้างให้ไปประกันตัว ทนายคนนี้ก็เกี่ยวข้อง แต่ถ้าประกันโดยไม่รู้ เขาก็อาจไม่ผิด”

แผนแหกคุกบรรยินจบสิ้น ไม่มีทางก่อเหตุได้อีกแล้ว?

พล.ต.ต. วิชัย : “ไม่มีทางแล้ว ไปอุ้มอะไรยากแล้วตอนนี้เขาให้ไปขังเดี่ยว ติดต่อใครก็ยากอยู่แล้ว แล้วให้อยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา คุณจะไปติดต่อใคร จะทำยังไง ก็ค่อนข้างยาก”

 

ขังเดี่ยว ใส่ตรวน นานมั้ย?

รังสรรค์ : “ก็อยู่ที่การพิจารณา และตัวคุณบรรยินว่าประพฤติตัวได้ดีมั้ย”

เคยคุมคนไปประหาร เมื่อก่อนเป็นพี่เลี้ยงนักโทษด้วย?

รังสรรค์ : “เป็นหัวหน้าประหารโดยตรง”

 

ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีโทษประหาร รู้สึกมั้ย?

รังสรรค์ :  “รู้สึก ก็อยากให้กลับมา บ้านเมืองจะได้สงบ สมัยก่อนคดียา 10 กิโล ประหารเลยนะ เดี๋ยวนี้คดียา 100 กิโลยังเฉย”

 

พล.ต.ต. วิชัย : “ผมว่าคดีไหนมีโทษประหาร แล้วพรุ่งนี้ไปทำการประหาร อะไรๆ จะเบาบาง แต่สมัยนี้โทษประหารแล้วแต่ไม่ประหาร พวกนี้ยังใช้โทรศัพท์ติดต่อค้าขายปกติ มันก็เลยไม่หมดซะที”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...