โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ทุเรียนไทย’ ขายดีในตลาดจีน สวนกระแสวิกฤตโควิด-19

Businesstoday

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2564 เวลา 13.00 น. • Businesstoday

ชาวจีนในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน เป็นหนึ่งในผู้ชื่นชอบราชาผลไม้อย่าง “ทุเรียน” “ผมเคยกินทุเรียนมาหลายพันธุ์แล้ว ทั้งกระดุมทอง พวงมณี และหมอนทอง วันนี้ผมจะลองชิมทุเรียนก้านยาวดูบ้าง”

สือเหล่ยกล่าวว่าทุเรียนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีกลิ่นและรสที่หอมหวาน เนื้อนุ่มน่ารับประทาน เขาหวังว่าการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะผ่านพ้นไปโดยเร็ว เพื่อที่เขาจะได้พาครอบครัวไปท่องเที่ยวและลิ้มรสทุเรียนสดๆ จากสวนในประเทศไทย

ปัจจุบันชาวจีนสามารถหาซื้อผลไม้นำเข้าหลากหลายสายพันธุ์ได้ทั่วไปในตลาด ทั้งทุเรียนไทย เชอร์รีชิลี แก้วมังกรเวียดนาม และอะโวคาโดเม็กซิโก ช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ จีนนำเข้าทุเรียนสดในปริมาณมากขึ้น แซงหน้าเชอร์รีและกลายเป็นผลไม้นำเข้าอันดับ 1 ของประเทศ โดยในปี 2020 จีนนำเข้าทุเรียนสดมูลค่ารวมกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.68 หมื่นล้านบาท) จากไทย เติบโตขึ้นร้อยละ 77.57 เมื่อเทียบปีต่อปี

ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา โรคโควิด-19 ที่ระบาดในทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อปัจจัยหลายประการในการนำเข้าผลไม้ อาทิ ราคาผลไม้ที่เพิ่มสูงในประเทศผู้ผลิต ความสัมพันธ์ด้านอุปสงค์-อุปทาน รวมถึงมาตรการด้านการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้ต้นทุนด้านการนำเข้าทุเรียนเพิ่มสูงขึ้น ราคาทุเรียนทั้งทางหน้าร้านและทางออนไลน์จึงสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างไรก็ตาม ความต้องการซื้อทุเรียนของบรรดาผู้บริโภคชาวจีนกลับไม่ได้ลดลง

หวงเฉิน เจ้าของร้านขายผลไม้รายใหญ่ในเขตชิงซิ่ว นครหนานหนิง เมืองเอกของกว่างซี จัดเรียงทุเรียนหมอนทองและก้านยาวไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้ทุเรียนจะมีราคาสูงกว่าปีก่อนๆ แต่ชาวจีนอายุน้อยจำนวนมากยังคงมาหาซื้อไปรับประทาน หวงเล่าว่าช่วงที่ผ่านมาเขาขายทุเรียนก้านยาวได้ราว 200 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนหมอนทองก็ขายดีเช่นกัน

ปัจจุบันมีทุเรียนหลายสายพันธุ์ในท้องตลาดจีน อาทิ ทุเรียนหมอนทอง พวงมณี ชะนี และกระดุมทอง แต่พันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือทุเรียนหมอนทองที่มีผลผลิตสูงและมีรสชาติหอมหวาน ขณะเดียวกันคนรักทุเรียนในจีนก็ยินดีที่จะลองกินทุเรียนสายพันธุ์ของประเทศอื่นๆ เช่น ทุเรียนมูซันคิงและทุเรียนสุลต่านจากมาเลเซีย

เมื่อไม่นานมานี้ เหว่ยพ่าน สตรีมเมอร์ชาวจีนคนหนึ่ง เดินทางจากนครหนานหนิงไปยังนครคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เพื่อรับทุเรียนล็อตที่สองที่เขานำเข้าด้วยตนเอง ทุเรียนหมอนทองกว่า 100 กล่องได้รับการขนส่งทางอากาศมาจากจังหวัดจันทบุรีทางตะวันออกของไทย และมาถึงยังคุนหมิงภายในเวลา  2 ชั่วโมง ก่อนจะถูกจัดส่งไปยังมือลูกค้า เหว่ยเผยด้วยว่าขายทุเรียนหมอนทอง 3 ตันหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว

“ช่วงหลายปีที่ผ่านมากลุ่มผู้บริโภคทุเรียนโตขึ้น ผมเชื่อว่าการนำเข้าทุเรียนเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน” เหว่ยเคยทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่เกาะสมุยของไทยเป็นเวลาหลายปี หลังกลับมาจีนแล้วเขาก็ยังติดตามข่าวสารด้านธุรกิจท่องเที่ยวและการค้าระหว่างจีนไทยอยู่เสมอ ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของเขาคือกลุ่มผู้ชื่นชอบทุเรียนและชาวไทยที่อาศัยอยู่ในจีน

ชาวจีนนำเข้าทุเรียนไทยผ่านการขนส่งหลายประเภท ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางเรือ แต่ละประเภทมีข้อได้เปรียบด้านราคาและระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ปัจจัยการเลือกวิธีการขนส่งมักขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณสินค้า รวมถึงความต้องการของลูกค้า

ปัจจุบันเหว่ยพ่านมีสินค้าที่ต้องขนส่งในปริมาณน้อย เขาเลือกใช้บริการขนส่งทางอากาศที่มีค่าใช้จ่ายสูงแต่รวดเร็วกว่า ลูกค้าหลายคนชอบทุเรียนสุกพอดี เหว่ยจึงเลือกทุเรียนห่ามและรีบจัดส่งให้ลูกค้า หลังขนส่งทางอากาศแล้ว ก็จะทำการจัดส่งด่วนภายในจีน ปกติทุเรียนจะถึงมือลูกค้าภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง เหว่ยพ่านกล่าวด้วยว่าหากในอนาคตเขาได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มมากพอจนสามารถใช้ตู้สินค้าได้ เขาจะพิจารณาการขนส่งทางบกแน่นอน

เมืองผิงเสียงของกว่างซี ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างจีนและเวียดนาม เป็นท่าบกที่รองรับการนำเข้า-ส่งออกผลไม้ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียนในปริมาณมากที่สุด ผู้ค้าสามารถขนส่งผลไม้ไทยผ่านเวียดนามมายังจีนผ่านท่าด่านรถไฟผิงเสียงและด่านโหย่วอี้กวนของเมืองผิงเสียง

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ท่าด่านรถไฟผิงเสียงกลับมาดำเนินการขนส่งในระบบห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดนอีกครั้ง ทำให้มีผลไม้จากกลุ่มประเทศอาเซียนถูกขนส่งผ่านท่าแห่งนี้มากขึ้น โดยระหว่างวันที่ 21-29 เม.ย. มีตู้สินค้าบรรจุทุเรียนถูกขนส่งเข้าจีนผ่านท่าด่านรถไฟผิงเสียงจำนวน 50 ตู้ น้ำหนักรวม 1,098 ตัน

“พนักงานเก็บทุเรียนจากสวน บรรจุใส่กล่องขึ้นรถมายังสถานีรถไฟในตำบลด่งดัง ของเวียดนาม จากนั้นรถไฟจึงบรรทุกทุเรียนผ่านท่าบกเข้ามายังจีน นี่เป็นวิธีขนส่งที่เราใช้เป็นประจำ ระยะเวลารวมราว 2 วัน เทคโนโลยีการขนส่งแบบรักษาความเย็นทำให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสทุเรียนที่สดใหม่” คำบอกเล่าจากฟางเผิง ผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ กว่างซี เป่าเซิง จ้งเหิง กล่าว

โดยเมื่อปีก่อนบริษัทฯ ขนส่งตู้สินค้าบรรจุทุเรียนทั้งหมด 283 ตู้ น้ำหนักรวมกว่า 5,000 ตัน ส่วนมากถูกนำไปขายในตลาดค้าส่งขนาดใหญ่เช่นในนครกว่างโจวและเซี่ยงไฮ้ ฟางคาดว่าปีนี้บริษัทจะสามารถนำเข้าทุเรียนไทยผ่านวิธีข้างต้นได้ถึง 25,000 ตัน ผู้ประกอบการท้องถิ่นในจีนจำนวนมากต่างเฝ้ารอฤดูผลิตและค้าทุเรียน โดยพวกเขาจะเร่งเจรจากับบริษัทไทยตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อคว้าโอกาสทอง หลังจากท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ (ตังเกี๋ย) ทางตอนใต้ของกว่างซี เปิดเส้นทางเดินเรือกับท่าเรือต่างประเทศหลายแห่ง อาทิ ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพฯ บริษัทจีนจึงสามารถนำเข้าผลไม้ไทยผ่านการขนส่งทางเรือได้

ซูอิงไห่ จากบริษัทด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานกว่างซี อวี้หัว กล่าวว่าการขนส่งทางทะเลใช้เวลาราว 4 วัน มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการขนส่งประเภทอื่น ทั้งยังสามารถเลี่ยงการจราจรทางบกที่อาจติดขัดได้อีกด้วย

หลายปีที่ผ่านมา ไทยเป็นแหล่งนำเข้าผลไม้รายสำคัญของจีน ภายใต้กรอบการทำงานของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน จีนนำเข้าผลไม้เขตร้อนจากอาเซียนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากทุเรียนแล้ว ผู้บริโภคชาวจีนยังชื่นชอบผลไม้จากไทยอีกหลายชนิด เช่น มังคุด มะพร้าว มะม่วง และชมพู่

อ้างอิง : สำนักข่าวซินหัวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...