โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดันพิโกไฟแนนซ์เข้าเครดิตบูโร "วิรไท" เซ็นออกประกาศ-สมาคมชี้ยังไม่พร้อม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2562 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2562 เวลา 02.43 น.

“วิรไท” เซ็นออกประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เปิดทาง “พิโกไฟแนนซ์” เข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร หนุนเพิ่มฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาปล่อยกู้ โฆษก สศค.ชี้พิโกไฟแนนซ์สมัครเป็นสมาชิกเครดิตบูโรได้ “ตามความสมัครใจ” ไม่บังคับ ด้านสมาคมพิโกไฟแนนซ์ชี้คงต้องใช้เวลา เหตุการเข้าสมาชิกเครดิตบูโรมีเงื่อนไขทุนจดทะเบียนต้อง 25 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง กำหนดให้นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับเป็นสถาบันการเงิน ลงนามโดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต โดยเนื้อหาของประกาศเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้ ซึ่งจะทำให้ฐานข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบสถาบันการเงินโดยรวม ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2562 เป็นต้นไป

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประกาศดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์สามารถเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรได้ตามความสมัครใจ ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี การจะเข้าเป็นสมาชิกก็ต้องปฏิบัติตามกติกาของทางเครดิตบูโรด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2562 มีจำนวนนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาตทั้งสิ้น 1,146 ราย ใน 76 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคำขออนุญาตประเภทพิโกพลัส จำนวน 73 ราย ใน 28 จังหวัด

“ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 ที่กระทรวงการคลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จนถึง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2562 มีจำนวนนิติบุคคลได้ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยื่นคำขออนุญาตแล้วทั้งสิ้น 1,146 ราย ใน 76 จังหวัด”

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (ปล่อยกู้ลูกค้าไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย) และสินเชื่อประเภทพิโกพลัส (ปล่อยกู้ลูกค้าได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย) มากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 100 ราย กรุงเทพมหานคร 87 ราย และขอนแก่น 61 ราย โดยมีนิติบุคคลที่คืนคำขออนุญาตทั้งสิ้น 125 ราย ใน 51 จังหวัด และมีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 667 ราย ใน 71 จังหวัด โดยเป็นใบอนุญาตประเภทพิโกพลัส 8 ราย ใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สงขลา และอุบลราชธานี และประเภทพิโกไฟแนนซ์ 659 ราย ใน 71 จังหวัด มีผู้เปิดดำเนินการแล้วเป็นจำนวน 538 ราย ใน 67 จังหวัด (ประเภทพิโกพลัสจำนวน 7 ราย ประเภทพิโกไฟแนนซ์ จำนวน 531 ราย) และมีจำนวนผู้ประกอบธุรกิจที่ปล่อยสินเชื่อแล้ว 505 ราย ใน 65 จังหวัด

นายพรชัยกล่าวอีกว่า สถิติ ณ สิ้น มิ.ย. 2562 มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสม 97,644 บัญชี รวม 2,511.42 ล้านบาท หรือ เป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 25,720.23 บาท/บัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกัน 46,356 บัญชี เป็นเงิน 1,390.90 ล้านบาท หรือ 55.38% ของยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 51,288 บัญชี เป็นเงิน 1,120.52 ล้านบาท หรือ 44.62% ของยอดสินเชื่ออนุมัติสะสม ขณะที่มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 26,176 บัญชี คิดเป็นเงิน 726 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อคงค้างชำระ 1-3 เดือน มีจำนวน 2,830 บัญชี หรือ 77.21 ล้านบาท หรือ 10.63% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อคงค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) จำนวน 1,888 บัญชี คิดเป็นเงิน 50.12 ล้านบาท หรือ 6.90% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม

นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต นายกสมาคมพิโกไฟแนนซ์ประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครดิตบูโรของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง เนื่องจากส่วนใหญ่ยังมียอดปล่อยสินเชื่อไม่ได้สูงมาก รวมถึงทุนจดทะเบียนยังไม่ถึง 25 ล้านบาท ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขการสมัครสมาชิกของเครดิตบูโร

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินกล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโรจะเป็นประโยชน์ต่อระบบการเงิน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้แก่ผู้ที่ให้กู้ทุกราย เนื่องจากจะทราบสถานะการกู้เงินของลูกค้าที่มาขอกู้ได้ละเอียดขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...