โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หนีแล้งแห่ปลูกข้าวโพดทะลุเป้า พณ.ต่อประกันรายได้อุ้ม 1.2 แสนครัวเรือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 เม.ย. 2563 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2563 เวลา 07.42 น.

“ภัยแล้ง” ดันข้าวโพดปีཻ ทะลัก 5 ล้านตัน นบขพ.ชงขยายเวลาประกันรายได้ 1 เดือน เยียวยาเกษตรกร 1.2 แสนครัวเรือน ปัดข้อเสนอเลื่อนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ “อาฟต้า” จาก ก.พ.-ส.ค.เป็น เม.ย.-พ.ย. หวั่นกระทบข้าวโพดลอต 2 ที่ออกสู่ตลาด

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) มีมติขยายระยะเวลาโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ออกไปอีก เพื่อขยายให้ครอบคลุมผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะออกมาช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งจะทำให้เกษตรกร 1.5 แสนราย ได้รับเงินส่วนต่าง กก.ละ 0.29 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณ 670 ล้านบาท พร้อมทั้งเห็นชอบการทำประกันภัยพืชผลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกร หากประสบปัญหาภัยพิบัติ โดยรัฐบาลจ่ายเบี้ยประกันให้กับเกษตรกรอัตราไร่ละ 160 บาท แบ่งเป็นรัฐบาลจ่าย 96 บาท ธ.ก.ส.ช่วยจ่าย 64 บาท เพื่อให้เกษตรกรได้รับการชดเชยไร่ละ 1,500 บาท หากเป็นโรคระบาด จะได้รับชดเชยไร่ละ 750 บาท ใช้วงเงิน 313 ล้านบาท ทั้งนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเงินชดเชยให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะสำรองจ่ายไปก่อน

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า สถานการณ์ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูการผลิตปี 2563 มีปริมาณ 4.31 ล้านตัน เพิ่มจากคาดการณ์เดิม 4.22 ล้านตัน บนพื้นที่การเพาะปลูกอยู่ที่ 6.731 ล้านไร่ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น เพราะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 ออกมาถึง 7 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิม 5 แสนตัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปริมาณที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2563 คิดเป็น 19% ของปริมาณผลผลิตทั้งปี

ขณะที่ปริมาณความต้องการภายในประเทศทั้งปีอยู่ที่ 8.44 ล้านตัน ดังนั้นจึงต้องมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 มีการนำเข้ามาแล้ว 3.8 แสนตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 20,000 ตัน โดยคาดว่าทั้งปีจะนำเข้า 6.8 ล้านตัน

“จากการคาดการณ์ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดยังไม่พอกับปริมาณความต้องการบริโภคภายในประเทศ ยังจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งเมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว ตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า (AFTA) ซึ่งกำหนดเปิดให้นำเข้าได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคมของทุกปี รวม 7 เดือนที่เปิดให้มีการนำเข้าจากต่างประเทศ ประเด็นนี้ยังคงเป็นประเด็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงของการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ดังกล่าว เป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ ทั้งยังเป็นข้าวโพดคุณภาพไม่ดี และเมื่อนำเข้ามาแล้วโรงงานกดดันให้ราคาภายในตกต่ำ ซึ่งราคาขายเฉลี่ยปัจจุบัน กก.ละ 8 บาท จากราคาหน้าโรงงาน กก.ละ 8.70 บาท จึงได้เสนอให้ปรับเวลานำเข้าจากกุมภาพันธ์เป็นช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไปได้หรือไม่”

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศจำเป็นต้องนำไปศึกษา เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการพิจารณาหาทางออกให้กับทุกฝ่ายต่อไป

“กรณีนี้ เนื่องจากเป็นกรอบข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับหลายกลุ่ม และเกี่ยวข้องกับการเจรจา หากลดนำเข้า ก็ต้องการขยายเวลาเพิ่มออกไปถึงพฤศจิกายน ดังนั้น เรื่องนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ที่ชัดเจน”

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้พิจารณาปัญหาการลักลอบนำเข้า มาสวมสิทธิเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย เพื่อใช้ “ปริมาณ” ไปคำนวณสิทธิขอนำเข้าข้าวสาลี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ลักลอบนำเข้า 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) 2563 ได้ปริมาณ 59 ตัน มูลค่ากว่า 3 แสนบาท ที่ประชุมให้ทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการตรวจสอบเรื่องการลักลอบนำเข้าอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร

รายงานข่าวจากสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทย ระบุว่า ราคารับซื้อวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เดือนมีนาคมเฉลี่ยที่ กก.ละ 8.52 บาท ลดลง 0.11% จากเดือนก่อนหน้าที่ราคา กก.ละ 8.53 บาท ขณะที่ราคาเฉลี่ย 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค 2563) เฉลี่ย กก.ละ 8.72 บาท ลดลงช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา กก.ละ 9.56 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...