โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘แม่ค้าตลาดนัด – แม่ค้าออนไลน์’ มีรายได้แค่ไหน ต้องเสียภาษี?

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 มี.ค. 2564 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 10.35 น. • The Bangkok Insight

ขึ้นชื่อว่า “ภาษี” บอกเลยว่า ใครๆ ก็ปวดหัว โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

“แม่ค้าตลาดนัด – แม่ค้าออนไลน์” ก็เป็นหนึ่งในบรรดาอาชีพอิสระยอดฮิต ซึ่งหลายคนมีรายได้ดี และแน่นอนว่าต้อง เสียภาษี ด้วย แต่อย่าเพิ่งเอามือก่ายหน้าผากกันหมด เพราะ กรมสรรพากร ได้แนะนำวิธีคำนวณภาษีง่าย ๆ มาฝากกัน

แม่ค้าออนไลน์ แม่ค้าตลาดนัด เสียภาษี

“แม่ค้าตลาดนัด – แม่ค้าออนไลน์” มีรายได้แค่ไหน ต้อง เสียภาษี?

ตามกฎหมายมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้เงินที่ได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม และการขนส่ง เป็นเงินได้พึงประเมินซึ่งต้องเสียภาษี

สำหรับแม่ค้าตลาดนัดและแม่ค้าออนไลน์สามารถหักลดค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% และในกรณีที่มีค่าลดหย่อน เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท จะสามารถนำฐานรายได้ มาคำนวณอัตราการจ่ายภาษีคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • รายได้ทั้งปีระหว่าง 60,000 - 525,049 บาท ต้องยื่นภาษีเงินได้ แต่ไม่ต้องเสียภาษี
  • รายได้ทั้งปีระหว่าง 525,050 บาท ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้และต้องเสียภาษีเริ่มต้น 1 บาท
  • รายได้ทั้งปีตั้งแต่ 1,000,001 บาท ต้องเสียภาษี 11,500 บาท
  • รายได้ทั้งปีตั้งแต่ 2,000,000 บาท ต้องเสียภาษี 63,500 บาท

อย่างไรก็ตาม หากเหล่าพ่อค้าแม่ค้ามีเอกสารค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าจ้างลูกจ้าง หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย และพิสูจน์ได้ว่า มีค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าการหักค่าใช้จ่ายเหมา เมื่อนำรายได้ไปคำนวณภาษีแล้ว จะสามารถลดจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียเพิ่มได้อีก

นอกจากนี้ หากมีรายได้จากการขายทั้งปีเกิน 1,800,000 บาทขึ้นไปก่อนหักค่าใช้จ่าย ซึ่งรายรับจากการขายนี้ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของรายได้ พ่อค้าแม่ค้าต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 นับ หลังจากมียอดขายเกิน 1,800,000 ล้านบาท โดยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)

แม่ค้าตลาดนัด แม่ค้าออนไลน์ เสียภาษี

ในกรณีที่พ่อค้าแม่ค้ายื่นแบบประเภทภาษีบุคคลธรรมดาในปีนี้ จะสามารถยื่นค่าลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 23 รายการ ดังนี้

ลดหย่อนภาษี เพื่อตนเองและครอบครัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัว : ลดหย่อนได้ 60,000 บาท ที่นำไปหักจากรายได้ที่ต้องยื่นภาษีเงินได้ โดยเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ยื่นภาษีทุกคน สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ค่าลดหย่อนคู่สมรส : จำนวน 60,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าคู่สมรสไม่มีรายได้ ไม่ว่ากรณีสามี หรือ ภรรยา เป็นผู้ไม่มีรายได้ และมีเงื่อนไขว่าต้องจดทะเบียนสมรส อีกทั้งต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 180 วัน

ค่าลดหย่อนบุตร : ค่าลดหย่อนสำหรับผู้ที่มีบุตรได้คนละ 30,000 บาท แต่ภายหลังนโยบายรัฐบาลสนับสนุนให้คนมีบุตร จึงแก้ไขประมวลรัษฎากรใหม่ สำหรับบุตรคนที่ 2 และเกิดตั้งแต่ปี 2561 สามารถลดหย่อนบุตรตั้งแต่คนที่ 2 คนละ 60,000 บาท โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นบุตรโดย “ชอบด้วยกฎหมาย”

สำหรับกรณีผู้ที่มี“บุตรบุญธรรม” เพียงอย่างเดียว สามารถลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท แต่ถ้ามีทั้งบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และบุตรบุญธรรม ให้นับจำนวนลดหย่อนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นจึงลดหย่อนบุตรบุญธรรม แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 3 คน

ค่าลดหย่อนบิดามารดา : ให้ลดหย่อน ภาษี ได้คนละ 30,000 บาท สำหรับผู้เสียภาษีที่ดูแลพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีพ่อแม่เสียชีวิตระหว่างปี ภาษี ก็สามารถหักค่าลดหย่อนในปีภาษีนั้นได้เช่นกัน (พี่น้องสามารถเปลี่ยนสิทธิยื่นค่าลดหย่อนบิดามารดาได้ แต่ต้องเป็นคนละปีภาษี)

ค่าลดหย่อนดูแลผู้พิการหรือทุพพลภาพ : ให้ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท สำหรับผู้ดูแลผู้พิการหรือทุพพลภาพ ซึ่งกรณีค่าลดหย่อนประเภทมีการจำแนกเป็น 2 กรณี คือ กรณีแรก หากเป็นบุตร คู่สมรส หรือ พ่อแม่ ให้ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท และกรณีที่ 2 เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่กรณี ให้ลดหย่อนได้ 60,000 บาทเช่นกัน แต่ได้คนเดียว

ทั้งนี้ ค่าลดหย่อนผู้พิการหรือทุพพลภาพ เป็นสิทธิลดหย่อนนอกเหนือจาก ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตรและค่าลดหย่อนบิดามารดา หากคู่สมรส บุตร หรือ บิดามารดา เป็นผู้พิการด้วย ให้หักค่าลดหย่อนประเภทนี้เพิ่มขึ้นจากค่าลดหย่อนแต่ละประเภทได้

ค่าฝากครรภ์และทำคลอด : หักได้ตามจริง แต่ไม่เกินท้องละ 60,000 บาท สำหรับกรณีลูกแฝดนับเป็นท้องเดียว

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป : หักค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กรณีประกันชีวิตทั่วไปให้ตัวเอง โดยรวม “เงินฝากแบบมีประกันชีวิต” ด้วย นอกจากนี้ กรณีเบี้ยประกันคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ให้หักค่าลดหย่อนได้ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท (ต้องเป็นคู่สมรสตลอดปีภาษี)

เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : ประกันสุขภาพพ่อแม่ หักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง รวมไม่เกิน 15,000 บาท และในกรณีคู่สมรสไม่มีรายได้ ก็สามารถนำประกันสุขภาพของพ่อแม่คู่สมรสไปหักลดหย่อนได้ ไม่เกินปีละ 15,000 บาท เช่นเดียวกัน

เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง : ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ผู้ซื้อประกันสุขภาพให้ตนเองสามารถลดหย่อนได้ แต่ต้องไม่เกิน 25,000 บาท และ เมื่อรวมกับ “เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป” และ “เงินฝากแบบมีประกัน” ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นการคุ้มครองประกันสุขภาพที่รับประกันโดยบริษัทประกันชีวิต หรือ บริษัทประกันวินาศภัยในไทย

ลดหย่อน ภาษี เพื่อการลงทุน

กบข./กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนครูเอกชน : ทั้ง 3 ประเภท คือ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอชน ให้หักค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 บาท แต่กรณีกองทุนสำรองเลี้ยง มีเงื่อนไขเพิ่มเติม หักได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) : หักค่าลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท แต่หากผู้มีเงินได้จ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. หรือ กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน เมื่อรวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสีย ภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท แต่หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี “เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป” สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

เงินประกันสังคม : ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกินปีละ 9,000 บาท เนื่องจากอัตราการหักเงินสมทบสูงสุด 750 บาทต่อเดือน

เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 13,200 บาท สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีระบบสวัสดิการสังคมอื่น

กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) : เงินซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม ( Super Saving Fund : SSF) ตามที่มีการลงทุนจริงในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องถือให้ครบ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ เริ่มตั้งแต่ปี 2563-2567

เมื่อรวมกับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. หรือ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน รวมถึง กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญและกองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

 

กองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (Super Saving Fund Extra : SSFX) : ผู้ต้องการลดหย่อนต้องซื้อกองทุนประเภทนี้ ระหว่าง 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2563 ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่อาศัย : ใช้ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับผู้กู้เงินซื้อที่อยู่อาศัย

ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต : ให้ลดหย่อนได้เพิ่ม 1 เท่าจากจำนวนที่จ่ายจริง ในกรณีผู้เสียภาษีรับชำระค่าธรรมเนียมด้วยบัตรเครดิต ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2559-31 ธันวาคม 2564 โดยเฉพาะการรับชำระประเภท ค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับเหมา หรือเงินได้การประกอบธุรกิจ

 

ลดหย่อนภาษีตามนโยบายรัฐ

เงินบริจาคพรรคการเมือง : ลดหย่อน ภาษี ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

ค่าซื้อโครงการบ้านหลังแรก : สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกในปี 2558-59 ใช้เป็นค่าลดหย่อนได้สูงสุดปีละ 120,000 บาท ที่ซื้อบ้านหลังแรกระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2558 - 31 ธันวาคม 2559 ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยปีนี้เหลือใช้สิทธิเป็นปีสุดท้ายสำหรับคนที่ซื้อในปี 2559

ค่าซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศ (ช้อปดีมีคืน) : ใช้ลดหย่อนตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการ ระหว่าง 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 สำหรับร้านค้าที่ร่วมบริการ และยังรวมถึงค่าธรรมเนียมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ด้วย

เงินบริจาคเพื่อการศึกษา : ลดหย่อน ภาษี ได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น

เงินบริจาคทั่วไป : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เช่น บริจาคให้กับวัด สภากาชาดไทย สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์กรของรัฐบาล สถานศึกษาเอกชน กองทุนสวัสดิการ โดยมีรายชื่อองค์กรที่มีสิทธิ์ขอหักค่าลดหย่อนที่กรมสรรพากร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...