โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โรคสะเก็ดเงินคืออะไร มีสิทธิ์หายรึเปล่า?

Health Addict

อัพเดต 03 ต.ค. 2562 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 02.58 น. • Health Addict
ใครที่เคยสังเกตเห็นความผิดปกติบนผิวของเซเลปชื่อดังอย่าง คิม คาร์เดเชี่ยน หรือนางแบบสาวสุดเท่อย่าง คาร่า เดอเลวีญ ที่มีผื่นเป็นปื้นแดงๆ นี่คืออาการของคนที่เป็น “โรคสะเก็ดเงิน” แต่โรคที่ว่านี้ส่งผลกระทบยังไงบ้าง เรามาไขข้อสงสัยพร้อมๆ กัน

วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินที่ใครหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วใครที่มีโอกาสเป็นบ้าง? ถึงแม้ว่าสะเก็ดเงินจะเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อ แต่ก็สร้างความเครียดให้กับคนที่เป็นได้ไม่น้อย ซึ่งดาราคนดังอย่างคิม คาร์เดเชี่ยน และคาร่า เดอเลวีญ ก็ประสบปัญหากับโรคสะเก็ดเงินนี้อยู่เหมือนกัน
 

    

instagram.com/kimkardashian
รู้จักโรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis) เป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อ เพราะไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแต่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ การเจริญเติบโตของผิวหนังจึงไม่สมบูรณ์และมีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง ลักษณะจะเป็นปื้นแดงนูน ขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดเงินปกคลุม ถ้าขูดลอกสะเก็ดออกจะเห็นเป็นจุดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง มักเป็นบริเวณเข่า ข้อศอก หลังส่วนล่าง และหนังศีรษะ เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งพบได้เพียง 1-2% ของประชากรทั่วโลกเท่านั้น
 

today.com
ไม่หายขาด แถมยังเสี่ยงเป็นข้ออักเสบ
โรคสะเก็ดเงินจัดเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถป้องกันการกำเริบ หากดูแลร่างกายให้แข็งแรงหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง ใครที่เป็นโรคนี้ต้องคอยสังเกตอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบเป็นพิเศษ เพราะ 70% ของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินมักจะมีอาการของโรคสะเก็ดเงินบนผิวหนังก่อน ใครที่มีผื่นลักษณะเหมือนโรคสะเก็ดเงิน ให้ลองเช็คดูว่ามีอาการต่อไปนี้บ้างหรือเปล่า

  • ตื่นกลางดึกเพราะปวดหลังส่วนล่าง
  • ข้อมือและนิ้วบวมหรือเคยมีอาการบวม
  • มีอาการปวดหรือเคยปวดบริเวณส้นเท้า การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
    ใครที่มีอาการเพียง 1 ใน 3 ข้อข้างบนนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยแพทย์จะวางแผนระยะยาวและรักษาอย่างต่อเนื่องตามความรุนแรงของโรค หากเป็นผื่นขึ้นไม่มาก แพทย์อาจรักษาด้วยการใช้ยาทา หรือหากอาการไม่ดีขึ้นก็อาจใช้การฉายแสงอัลตราไวโอเลตร่วมด้วย ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงแพทย์อาจสั่งยาให้ผู้ป่วยกลับมาทาน ซึ่งยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงไม่ควรซื้อมาใช้หรือทานเองเด็ดขาด
    สำหรับใครที่เริ่มสังเกตเห็นผื่นแดงบนผิวหนัง ควรหลีกเลี่ยงการเสียดสี แกะ เกา และรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาทันที และควรดูแลสุขอนามัยเพื่อลดการติดเชื้อ ควรใช้สบู่อ่อนๆ แทนการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดผิว เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองและผื่นกำเริบได้ ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อไหร่ก็ตามที่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ อาการก็สามารถกลับมากำเริบได้อีก 
     
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...