โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"เอกชนเชียงราย" เร่งพื้นฟูท่องเที่ยว ส่วนการฟ้องคนแพร่เชื้อนั้นขอพักไว้ก่อน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ธ.ค. 2563 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2563 เวลา 11.05 น.

“เอกชนเชียงราย” เร่งพื้นฟูท่องเที่ยว ส่วนกรณีฟ้องคนแพร่เชื้อนั้นขอพักไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ห้องประชุมร้านอาหารท่าน้ำภูแล ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย กลุ่มเครือข่ายภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมและบริษัทนำเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กว่า 100 คน ได้จัดประชุมร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการตามมาตรฐาน SHA และการหารือด้านผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 รวมถึงการหารือมาตรการการฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้นำเชื้อโควิด 19 เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย

น.ส.นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 63 มีนักท่องเที่่ยวชาวไทยไปเยือนเชียงรายประมาณ 3.2 ล้านคน ลดลงกว่าปีก่อน 8.04% และชาวต่างชาติ 223,896 คน ลดลง77.61% ขณะที่ จ.เชียงราย มีห้องพักโรงแรม 538 แห่ง มีห้องพักรวม 16,604 ห้อง หลังเหตุการณ์การพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ทำให้โรงแรมที่แจ้งผลกระทบเข้าไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.-3 ธ.ค.ทันที 76 ราย ห้องพักถูกยกเลิก 2,994 ห้อง และกระทบมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนมากกว่านี้แม้แต่สายการบินที่มีที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จำนวน 5 สายการบินก็มีสายการบินนกแอร์ที่ยกเลิกเที่ยว 3 ทุ่มในวันที่ 4 วันที่ 5 และวันที่ 31 ธ.ค.นี้

น.ส.นงเยาว์ กล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายนเป็นต้นมา ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวเกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะการจองห้องพักที่หายไปกว่าครึ่ง เหลือเพียงประมาณร้อยละ 40 ชเท่านั้น จึงมีการหารือเพื่อขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการกระตุ้นโครงการขนาดใหญ่ด้านกท่องเที่ยว เข้ามายังพื้นที่เพื่อพื้นฟูสภาพการท่องเที่ยวของพื้นที่ และหามาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับโครงการเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเกิดปัญหาไม่สามารถยกเลิกการจองได้

นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหารค้า จ.เชียงราย กล่าวว่าประเด็นสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือ การพื้นฟูสภาพการท่องเที่ยวซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 โดยพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และการจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนกรณีที่ทางภาคเอกชนมีแนวคิดที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กับผู้ลักลอบเขาเมืองและนำเชื้อโควิด 19 เข้ามาในประเทศนั้น บางคนก็เห้นด้วยบางคนก็เกรงจะกระทบกับการดำเนินการของทางจังหวัด จึงเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่จะต้องมีการพุดคุยกันอย่างรอบคอบก่อน แต่สิ่งที่จำเป็นคือต้องพื้นการท่องเที่ยวและควบคุมโรคให้ได้ก่อน ค่อยมีการพุดถึงกันถึงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเดินทางมาพร้อมคณะได้เข้ารับฟังปัญหาจากภาคเอกชนในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า จนถึงขณะนี้สถานการณ์การติดโควิด19 ในพื้นที่ จ.เชียงราย ยังไม่มีแรงกระเพื่อมให้เกิดสถานการณ์กระทบการท่องที่รุนแรง เพราะส่วนใหญ่จะตรวจพบในสถานที่กักกันของรัฐ มีเพียงเคสเดียวที่ส่งผลบ้าง แต่เชื่อว่าหากพ้นหลัง 14 วันนับจากวันแพร่ระบาดคือ 29 พฤศจิกายน หากไม่พบการติดเชื้อเพิ่มสถานการณ์ น่าจะคลี่คลาย ซึ่งทางกระทรวงฯจะเร่งดำเนินการจัดโครกงารเข้ามากระตุ้นในพื้นที่ โดยยกต้นแบบจาก จ.ระยอง หรือระยองโมเดล โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 14 ธ.ค.เป็นต้นหรือและคาดว่าจะทำได้เต็มที่ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.เป็นต้นไป โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะรับช่วงต่อจากการะทรวงสาธารณสุขเรื่องการเยียวยา โดยส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติ กิจกรรมประชุม สัมมนา งานต่างๆ การแสดงดนตรี ฯลฯ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการเสนอให้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน สามารถให้เลื่อนการจองและยังคงได้สิทธิรัฐจ่ายให้ 40% เหมือนเดิมนั้น ตนจะได้นำไปหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อขอให้ผ่อนผัน ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถให้ได้ ส่วนข้อเสนออื่นๆ จะได้นำไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ฤดูท่องเที่่ยวของภาคเหนือยังมีอยู่จนถึงเดือน ก.พ.เป็นอย่างน้อยดังนั้นยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนหากผ่านพ้นวันเวลาที่กำหนดไปแล้วตนเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวและหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ จะพากันไปใช้บริการที่ จ.เชียงราย จำนวนมากเหมือนเดิม นอกจากจะทางกระทรวจะมีการดึงอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติเดข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่ด้วย

นายเกรียงศักดิ์ เกียรติเวชช์ ประธานสภาทนายความจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สภาทนายความกำลังข้อกำหมายเกี่ยวกับ ผู้ออกข่าวเพรชนิวส์ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อจังหวัดทั้งการค้าและการท่องเที่ยว ว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพราะส่งผลเสียมาก ส่วนกรณีทีทางผู้ประกอบการ มีแนวคิดที่จะฟ้องร้องเอาผิดและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้แพร่เชื้อนั้น หากเข้ามาอย่างถูกต้องตามสถานที่กักกันของรัฐ ไม่สามรรถกระทำได้ ส่วนผู้ที่ลักลอบหรือหลบหนีนำเข้าไปตามพื้นที่ต่างๆ สามารถกระทำได้ ทั้งนี้จะต้องดูการหารือจากผู้ประกอบการก่อนว่าจะดำเนินเช่นไร ซึ่งทางสภาทนายความ จ.เชียงราย พร้อมให้การช่วยเลหือในทุกด้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...