โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

รู้จักกับ “เบ็บปุออนเซ็น” หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่คนญี่ปุ่นเทใจให้

conomi

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 05.03 น. • conomi.co

ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายด้วยการเที่ยวเมืองชนบทญี่ปุ่น แช่ออนเซ็นชมบรรยากาศแสนผ่อนคลาย เราขอแนะนำให้รู้จักกับเมืองเบ็บปุ ของจังหวัดโออิตะ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเรื่องออนเซ็นเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ตัวแทนจากเกาะคิวชูที่หากใครได้ไปจะต้องตกหลุมรัก!

เมืองแห่งออนเซ็นอันน่าภาคภูมิใจของญี่ปุ่น

เบ็บปุออนเซ็น

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นแล้ว คนส่วนใหญ่คงตอบว่า “เมืองเบ็บปุ จังหวัดโออิตะ” แน่นอน เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นมากๆ เนื่องจากมีแหล่งออนเซ็นมากมายที่มีความหลากหลายของอุณหภูมิ แร่ธาตุ และสีของน้ำออนเซ็นในบ่อที่แตกต่างกัน รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่จะทำให้ได้เพลิดเพลินไปวัฒนธรรมและประวัติทางภูมิศาสตร์ของเมือง นอกจากนี้ยังมีที่พักให้เลือกหลายระดับ และมีชื่อเสียงเรื่องโรงอาบน้ำสาธารณะจำนวนมากที่ทุกคนสามารถใช้บริการได้อีกด้วย เราจะมาแนะนำให้รู้จักกันค่ะว่าเมืองเบ็บปุแห่งนี้มีดียังไงบ้าง

หนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดของโลก

เบ็บปุออนเซ็น

เบ็บปุออนเซ็นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นออนเซ็นที่มีขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นแล้ว ยังติดหนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยเบ็บปุออนเซ็นแห่งนี้มีประวัติมายาวนานหลายร้อยปี แร่ธาตุที่ได้จากหินภูเขาไฟใต้พื้นดินทำให้น้ำออนเซ็นมีคุณบัติช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายได้ จึงมีเรื่องราวที่กล่าวเอาไว้ในพงศาวดารของ “บุงโกะ โนะ คุนิ ฟุโดคิ (Bungo no kuni fudoki)” ของจังหวัดบุงโกะ (ซึ่งตรงกับจังหวัดโออิตะในปัจจุบัน) ว่าเทพเจ้าก็เคยใช้น้ำออนเซ็นของเบ็บปุในการรักษาร่างกาย ในสมัยก่อนโรงเตี๊ยมที่เบ็บปุยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่พักฟื้นของกลุ่มซามุไรในอดีตอีกด้วย

จำนวนแหล่งน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินมากที่สุด

เมืองเบ็บปุ จังหวัดโออิตะ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเกาะคิวชู แต่ละปีจะมีผู้คนจากทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาแช่ออนเซ็นกันจำนวนมาก ไฮไลท์น่าชมของเมืองนี้คือการที่มองเห็นไอน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินมากมายหลายจุดด้วยกัน หากมองจากจุดชมวิวมุมสูงของเมืองจะเห็นเอกลักษณ์ตรงนี้ได้อย่างชัดเจน ส่วนนี้เองที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ไปโดยปริยาย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ทิวทัศน์ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นด้วย

ที่เมืองเบ็บปุแห่งนี้มีทั้งน้ำพุร้อนจากแหล่งธรรมชาติและที่มนุษย์ขุดขึ้นมา ปริมาณของน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากแหล่งธรรมชาตินั้นมีมากถึง 87,636 ลิตร/นาที แต่ละวันมีปริมาณมากถึง 37,040 กิโลลิตร และเมื่อนับรวมน้ำพุร้อนทั้ง 2 ประเภทแล้วเบ็บปุขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีจำนวนมากที่สุดของญี่ปุ่นด้วย ทำให้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียก“สวรรค์แห่งออนเซ็น” นั่นเอง

หมู่บ้านแห่งออนเซ็น 8 แห่ง

เบ็บปุออนเซ็น

แหล่งน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นแห่งนี้มีออนเซ็น 8 แห่ง ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงโด่งดัง คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า เบ็บปุฮัตโต (Beppu Hattou, 別府八湯) ได้แก่ เบ็บปุ (Beppu), คันนะวะ (Kannawa), เมียวบัง (Myoban), คันไคจิ (Kankaiji), คาเมะกาวะ (Kamegawa), ชิบะเซะคิ (Shibaseki), โฮริตะ (Horita), ฮะมะวะคิ (Hamawaki)

แหล่งกำเนิดออนเซ็นที่มีจำนวนมากที่สุด

นอกจากเบ็บปุจะมีออนเซ็นที่มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจำนวนมากที่สุดของญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นเมืองที่มีแหล่งกำเนิดของออนเซ็นจากธรรมชาติที่มีจำนวนมากที่สุดอีกด้วย จากแหล่งกำเนิดออนเซ็นทั่วญี่ปุ่นที่มี 27,000 แห่ง แต่เบ็บปุเพียงเมืองเดียวมีแหล่งกำเนิดออนเซ็นไปแล้วถึง 2,292 แห่ง (ในจังหวัดโออิตะทั้งจังหวัดมี 4,445 แห่ง)

นอกจากนี้แหล่งออนเซ็นที่เมืองเบ็บปุยังเต็มไปด้วยความหลากหลายของแร่ธาตุธรรมชาติ ที่ส่งผลถึงสีและคุณสมบัติของน้ำแต่ละบ่อที่แตกต่างกัน โดย 7 ใน 10 ชนิดของบ่อออนเซ็นที่เมืองเบ็บปุแห่งนี้ได้รับการยืนยันเรื่องคุณภาพของน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทั้ง 7 แห่งนี้ต่างมีสีและแร่ธาตุที่แตกต่างกันออกไป รู้จักกันในชื่อว่า “เบ็บปุ จิโกคุ เมกุริ (Beppu Jigoku Meguri)” หรือ “นรกทั้ง 7”

บ่อที่มีสีโทนแดงเกิดจากเหล็กออกไซด์และแมกนีเซียมออกไซด์ มีชื่อเรียกว่า “บ่อนรกสีเลือด (Chi no ike jigoku)”, บ่อสีฟ้าโคบอลต์มีชื่อว่า “บ่อนรกแห่งท้องทะเล (Umi jigoku)”, ส่วนบ่อที่มีสีขาวน้ำนมจะถูกเรียกว่า “บ่อนรกสีขาว (Shiraike jigoku)” เป็นต้น

การเดินทาง : เดินทางไปเมืองเบ็บปุได้ทั้งเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ เรือ และรถบัส หลากหลายเส้นทาง สามารถดูรายละเอียดการเดินทางได้ที่ th.visit-oita.jp/access (ภาษาไทย)

แนะนำกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจในเบ็บปุ!

1. ลิ้มลองเมนูท้องถิ่น

นอกจากบ่อออนเซ็นทั้ง 7 นี้แล้ว ยังมีเมนูขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นน่าลิ้มลองอย่าง “จิโกคุ มุชิ (Jigoku Mushi)” ที่บอกเลยว่าห้ามพลาด ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้ คือ ทั้งผัก, ไข่, ปลาและวัตถุดิบอื่นๆ ในเมนูล้วนนึ่งด้วยไอร้อนจากออนเซ็นทั้งนั้น เมื่อลิ้มลองเข้าไปก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นของออนเซ็นที่แตะกับต่อมรับรสเบาๆ เป็นรสชาติสุดพิเศษที่หาทานจากที่อื่นไม่ได้ ส่วนเมนูของหวานขึ้นชื่อคือ “จิโกคุ มุชิ พุดดิ้ง (Jigoku Mushi Pudding)”

นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารท้องถิ่นยอดนิยมของจังหวัดโออิตะที่ห้ามพลาด เช่น ไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นโทริเต็น, บะหมี่เย็นเบ็ปปุ, ซุปดังโกจิรุ, ขนมหวานยาเซะมะด้วยค่ะ

2. อบไอน้ำออนเซ็นได้ที่ ห้องอบไอน้ำคันนาวะ

ขอแนะนำอีกหนึ่งกิจกรรมนอกจากการแช่ออนเซ็นที่เบ็บปุ นั่นคือการเอนตัวนอนบนสมุนไพรแล้วอบตัวด้วยไอน้ำจากออนเซ็น ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเหงื่อก็ขับออกมาแล้ว เป็นการอบไอน้ำออนเซ็นและสมุนไพรที่ช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อและของเสียออกมาในปริมาณมาก ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นไปอีก ที่นี่อนุญาตให้ใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นได้ หรือจะเช่าชุดยูกาตะในราคา 210 เยนก็ได้เช่นกัน

ห้องอบไอน้ำคันนาวะ

เบอร์โทรศัพท์ 0977-67-3880 ที่อยู่ เลขที่ 1 Kannawakami, Beppu, Oita เวลาเปิดทำการ 6:30 – 20:00 (เปิดให้เข้ารอบสุดท้ายเวลา 19:30) วันหยุดทำการ วันพฤหัสบดีที่ 4 (หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะหยุดในวันถัดไปแทน) ค่าบริการ ห้องอบไอน้ำราคา 510 เยน การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟ JR ลงสถานี Beppu และต่อรถแท็กซี่อีก 15 นาที / เดินทางโดยรถยนต์ : 10 นาทีด้วยเส้นทาง Beppu IC จาก Oita Expressway

3. ทำอาหารท้องถิ่นได้ที่ จิโกคุมุชิ โคโบ คันนาวะ

แนะนำอีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร ด้วยการทำเมนูขึ้นชื่อของท้องถิ่นอย่าง “จิโกคุ มุชิ (Jigoku Mushi)” สุดท้าทาย ทางสถานที่จะจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ ให้ แต่หากเราจะซื้อเตรียมไปเองก็ได้เพียงแต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวัตถุดิบด้วย (ขนาดเล็กราคา 500 เยน, ขนาดใหญ่ราคา 700 เยน)

วิธีทำคือ นึ่งวัตถุดิบต่างๆ ด้วยไอน้ำจากออนเซ็นโดยตรง เป็นกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เนื่องจากไม่มีการใช้น้ำมันใดๆ เลยจึงดีต่อสุขภาพมากๆ

จิโกคุมุชิ โคโบ คันนาวะ

เบอร์โทรศัพท์ 0977-66-3775 ที่อยู่ Furomoto 5 เมือง Beppu จังหวัด Oita (เลียบเส้น Ideyuzaka) เวลาเปิดทำการ 10:00 – 19:00 น. (เปิดให้เข้ารอบสุดท้าย เวลา 18:00 น.) วันหยุดทำการ วันพุธที่ 3 (หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะหยุดในวันถัดไปแทน) ค่าบริการ ค่าใช้อุปกรณ์ (สำหรับ 30 นาที) ราคาเริ่มต้น 510 เยน การเดินทาง เดินทางโดยรถไฟ JR ลงสถานี Beppu และต่อแท็กซี่อีก 20นาที / เดินทางโดยรถยนต์ : 10 นาทีด้วยเส้นทาง Beppu IC จาก Oita Expressway

4. สักการะเทพเจ้าได้ที่ ศาลเจ้าฮาจิมังอะซะมิ

View this post on Instagram

A post shared by 八幡朝見神社 (@asamijinja)

มาเที่ยวออนเซ็นแล้วลองแวะมาสักการะศาลเจ้าประจำเมืองเบ็บปุกันดูก็ดีเหมือนกันนะคะ ศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานีเบ็บปุเพียง 4 นาทีเท่านั้นเอง ส่วนเทพเจ้าที่ประดิษฐานที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ได้แก่ เทพโอโฮซะสะคิ (Ohosazaki no mikoto), เทพโฮมุดะวะเคะ (Homudawake no mikoto), เทพทะระชินะคะสึฮิโกะ (Tarashinakatsuhiko no mikoto) และอีกมากมาย บริเวณทางเข้าของศาลเจ้าจะมีหินรูปถ้วยและรูปน้ำเต้าอยู่ตรงทางเดินด้านใน ว่ากันว่าถ้าเหยียบหินเหล่านี้จะมีสุขภาพดีและจะได้รับโชคดีอีกด้วย

นอกจากนี้ตรงทางเข้าศาลเจ้าจะมีต้นสนสึกิสองต้นที่ขึ้นชื่อเรื่องให้โชคด้านความรัก หากเดินจับมือกับคนรักลอดใต้ต้นไม้สองต้นนี้เชื่อว่าคู่รักคู่นั้นจะครองคู่กันตลอดไป นอกจากต้นคู่รักแล้วยังมีแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่ชื่อว่า “มันทาโร่ ชิมิสุ (Mantaro Shimizu)” ที่มีเรื่องเล่าว่าหากนำน้ำจากที่นี่ให้คุณแม่ที่ป่วยอยู่อาการจะดีขึ้นด้วยค่ะ และถัดไปบริเวณใกล้เคียงยังมีอาคารที่อยู่ด้านในสุดของศาลเจ้าที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปีตั้งอยู่อีกด่วย

ศาลเจ้าฮาจิมังอะซะมิ

การเดินทาง :
โดยรถบัสสาธารณะ : Beppu Station ไปกลับ Kawachi หรือ Beppu Station ไปกลับ Kaigake ลงป้าย Asami (ศาลเจ้าฝั่งที่ติดภูเขา)
หรือรถบัส Beppu Station ทางออกฝั่งตะวันตก ⇔ ท่าเรือ Yuto Hamawaki ลงป้าย Miyukibashi (ศาลเจ้าฝั่งที่ติดทะเล)
*ตรวจสอบเส้นทางและเวลาเดินรถให้ดีนะคะเนื่องจากรถบัสมีรอบที่จำกัดพอสมควรเลย

เมืองเบ็บปุไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวออนเซ็นยอดนิยมอันดับหนึ่งในหมู่คนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศต่างก็ให้ความสนใจและมาท่องเที่ยวเพื่อเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็นของที่นี่เป็นจำนวนมาก ด้วยอาหารท้องถิ่น ทิวทัศน์อันสวยงาม และบรรยากาศสุขสงบนี้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อยากแนะนำให้ลองมาพักผ่อน ณ สวรรค์แห่งออนเซ็นแห่งนี้กันดูค่ะ ก่อนกลับอย่าลืมแวะไปรับพลังบวกจากศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ประจำเมืองเบ็บปุด้วยนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก yukoyuko.ne, travel.navitime.com, syain-ryokou.com, asami.or.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...