โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตำรวจเขมรเล่นบทเหยื่อ! โอดโซเชียลเล่นสกปรกใช้AIตัดต่อภาพลวนลามผู้ต้องหาสาว

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

21 พฤศจิกายน 2568 จากกรณีที่มีการแชร์คลิปผ่านทางโลกโซเชียลทางฝั่งไทยถึงพฤติกรรมของตำรวจเขมร คุกคามลวนลามผู้ต้องหาสาวเวียดนาม ซึ่งถูกจับในคดีช่วยนักโทษชาวเวียดนาม หลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวไปขึ้นศาลจังหวัดสวายเรียง ของกัมพูชา โดยนำอาวุธปืนไปให้นักโทษใช้ยิงเปิดทางหลบหนี เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนถูกตำรวจกัมพูชาติดตามจับกุมตัวได้ทั้งหมด 6 ราย

ความคืบหน้าล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงกับภาพที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยหญิง ซึ่งถูกจับได้หลังจากช่วยเหลือผู้ต้องขัง 6 คนหลบหนีจากเหตุการณ์ที่สวายเรียง ภาพนี้ถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย พร้อมคำบรรยายภาพว่า “ประเทศกัมพูชาเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเจ้าหน้าที่ชาวกัมพูชาจำนวนมาก นี่เป็นการกระทำที่ย่ำยีศักดิ์ศรีต่อผู้หญิงที่สุด”

ดังที่เห็นก่อนหน้านี้ในภาพตัดต่อของผู้บาดเจ็บชาวกัมพูชาที่นอนยิ้มเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ภาพดังกล่าวได้รับการตัดต่ออย่างชัดเจน โดยใบหน้าของบุคคลทั้งสองคนได้รับการปรับให้เรียบและมีสีสันที่ต่างกัน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า จากการตรวจสอบและวิจัย เจ้าหน้าที่พบว่ากิจกรรมนี้เป็นภาพปลอมที่สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาโดยประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีเจตนาเพื่อยุยงปลุกปั่นและโจมตีรัฐบาลและเกียรติยศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา

ในเรื่องนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอเรียกร้องให้ประชาชนและผู้ใช้โซเชียลมีเดียหยุดการแชร์ภาพดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่อาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ยังคงแชร์ภาพปลอมนี้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...