ความหมายและที่มาของนกกระเรียนกระดาษพันตัว จากเรื่องราวแสนเศร้าสู่สันติภาพ
นกกระเรียนพันตัวหรือเซ็นบะซุรุ (千羽鶴) เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ความสงบสุข หรือบางครั้งก็ใช้ในการอธิษฐานขอพร แต่ทำไมนกกระเรียนกระดาษจึงมีความหมายในแง่นี้ได้ ? ในบทความนี้เราจะนำเสนอที่มาของนกกระเรียนกระดาษ รวมถึงความหมาย และเรื่องราวแสนเศร้าที่ทำให้นกกระเรียนกระดาษกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ
กำเนิดนกกระเรียนพันตัว
นกกระเรียนพันตัวมาจากการพับนกกระเรียนกระดาษทีละตัวแล้วนำมาร้อยด้ายเข้าด้วยกัน เดิมทีการพับนกกระเรียนเป็นการเล่นพับกระดาษเพื่อความบันเทิง ได้รับความนิยมในฐานะงานอดิเรกของเด็ก ๆ และสตรี และมีการสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่นอกจากจะเล่นเพื่อความสนุกสนานแล้ว ในอีกด้านหนึ่งก็มีประเพณีการพับนกกระเรียนเพื่ออธิษฐานขอพรและนำไปถวายที่ศาลเจ้าและวัดเพื่อให้ความปราถนาเป็นจริง ผู้คนจะอธิษฐานขอพรในสิ่งที่ต้องการไปพร้อม ๆ กับการพับกระดาษสี่เหลี่ยมอย่างประณีตให้ออกมาเป็นนกกระเรียนที่สวยงาม
ในญี่ปุ่น นกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว เชื่อว่ามีอายุได้ถึงพันปี และได้รับการยกย่องมาช้านานว่าเป็นนกมงคล การรวบรวมนกกระเรียนมงคลเข้าด้วยกันหลาย ๆ ตัวก็เป็นการขอพรให้เกิดสิ่งดี ๆ เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำว่า “พัน” ไม่ได้หมายถึงจำนวนหนึ่งพันที่แน่นอนเสมอไป แต่หมายความว่า “จำนวนมาก” การพับนกกระเรียนพันตัวโดยแต่ละตัวก็แฝงไปด้วยคำอธิษฐาน แล้วนำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันด้วยเส้นด้ายโดยหวังให้ความปรารถนาเป็นจริง ทำให้เกิดเป็นที่มาของคำว่าเซ็นบะซุรุหรือนกกระเรียนพันตัวนั่นเอง
ประวัติศาสตร์นกกระเรียนพันตัว
ต้นกำเนิดของการพับนกกระเรียนกระดาษยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ในหนังสือสมัยเอโดะชื่อ โคโชคุ อิจิได โอโตโกะ (好色一代男 ปี 1682) มีคำอธิบายเกี่ยวกับการพับนกฮิโยกุ (นกในตำนานจีนโบราณ) ซึ่งมีลักษณะคล้ายนกกระเรียน อีกทั้งในหนังสือรวบภาพลวดลายกิโมโนชื่อ โทริวชิจิโฮโทคิวะ ฮีนากาตะ (當流七寶常盤ひいなかた ปี 1700) ยังมีภาพวาดนกกระเรียนกระดาษอยู่ด้วย นอกจากนี้ภาพพิมพ์อุคิโยเอะ เก็นจิโกะชูโยโจ วากามุระซากิ (源氏後集余情 わかむらさき ปี 1857) ก็มีภาพหญิงสาวกำลังพับนกกระเรียนกระดาษ
เมื่อการพับนกกระเรียนกระดาษได้รับความนิยมมากขึ้น เทคนิคเร็นซุรุ (連鶴) จึงถือกำเนิดขึ้นมา เป็นเทคนิคโอริกามิแบบคลาสสิคที่จะตัดและพับนกกระเรียนหลายตัวจากกระดาษแผ่นเดียวโดยมีส่วนปาก หรือปีก หรือหางติดกัน แต่จากชื่อหนังสือ ฮิเด็น เซ็นบะซุรุ โอริกาตะ (秘伝千羽鶴折形 ปี 1797) ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการพับกระดาษโอริกามิที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้ทราบได้ว่าเทคนิคการพับนกกระเรียนหลายตัวติดกันแบบนี้นั้นเคยถูกเรียกว่าเซ็นบะซุรุมาก่อน ซึ่งดังที่ได้กล่าวไปว่าคำว่าเซ็นหรือพัน หมายถึงจำนวนมาก
ต่อมาไม่นาน นกกระเรียนกระดาษจำนวนมากมายก็ถูกนำมาร้อยเข้าด้วยกันบนเส้นด้าย และเรียกกันว่าเซ็นบะซุรุ ยังไม่แน่ชัดว่าการนำมาร้อยด้ายเข้าด้วยกันนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่ในช่วงปี 1900 ผู้คนจะนำนกกระเรียนกระดาษพันตัวไปถวายแด่ศาลเจ้าและวัดต่าง ๆ เพื่อขอพรให้ลูกสาวมีฝีมือทางด้านศิลปะหัตถกรรม
ความหมายและการขอพรในนกกระเรียนพันตัว
ขอให้อายุยืนยาว
ในอดีตว่ากันว่าการพับนกกระเรียนแต่ละตัวจะช่วยยืดอายุขัยได้ นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในการตกแต่งเทศกาลทานาบาตะอีกด้วย
ขอให้หายป่วย
นกกระเรียนกระดาษนิยมถูกส่งเป็นของขวัญเยี่ยมไข้ขอให้หายป่วยโดยเร็ว
ขอให้ความปรารถนาให้เป็นจริง ประสบความสำเร็จ ได้รับชัยชนะ สุขกายสบายใจ ฯลฯ
ในอดีตผู้คนจะนิยมนำนกกระเรียนพันตัวไปถวายที่ศาลเจ้าและวัดเพื่อขอพรให้ครอบครัวมีความสุข สำเร็จในหน้าที่การงาน หรือขอให้คนที่ไปทำสงครามกลับมาอย่างปลอดภัย
ขอให้มีสันติภาพ
นกกระเรียนกระดาษกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความสงบสุข ดังเรื่องราวที่จะเล่าให้หัวข้อถัดไป
ทำไมนกกระเรียนพันตัวจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ?
เหตุผลที่นกกระเรียนพันตัวกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เนื่องมาจากเรื่องราวของซาซากิ ซาดาโกะ เด็กหญิงตัวน้อยวัย 2 ขวบที่โดนกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณูและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในอีกสิบปีต่อมา
ในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่ฮิโรชิม่า ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ฮิโรชิม่าราบเป็นหน้ากลอง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมากถึงหลักแสนคน ขณะนั้นซาดาโกะมีอายุเพียง 2 ขวบ เด็กน้อยไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ แต่หารู้ไม่ว่าสารกัมมันตรังสีที่อยู่ในระเบิดจะทำให้คนจำนวนมากในพื้นที่นั้นต้องพบเจอกับโรคระเบิดปรมาณูหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ยากจะรักษาได้ในช่วงเวลานั้น ซาดาโกะก็เป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ต้องประสบกับโรคนี้
ซาดาโกะเติบโตขึ้นมาอย่างสดใสและเป็นนักวิ่งแข่งของโรงเรียน แต่เมื่ออายุ 11 ปี เธอเริ่มมีอาการผิดปกติ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานอยู่ในโรงพยาบาลกาชาดฮิโรชิม่าซึ่งเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยที่ได้รับผลจากระเบิดปรมาณู
ในเดือนพฤษภาคม 1955 ซาดาโกะได้รับจดหมายเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจมากมาย มีจดหมายฉบับหนึ่งจากเพื่อนแนบนกกระเรียนกระดาษมาด้วย เธอเชื่อว่าการพับนกกระเรียนให้ได้หนึ่งพันตัวจะทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริง เธอจึงพับนกกระเรียนในโรงพยาบาลทุกวันด้วยร่างกายที่เจ็บปวดด้วยหวังว่าจะหายจากความทรมานนี้ จนปลายเดือนสิงหาคม เธอพับนกกระเรียนได้มากกว่าหนึ่งพันตัว แต่สุดท้ายซาดาโกะก็เสียชีวิตลงในเดือนตุลาคมของปีเดียวกันในขณะที่มีอายุ 12 ปี
การเสียชีวิตของซาดาโกะได้จุดประกายให้เกิดการสร้างรูปปั้นเพื่อปลอบประโลมดวงวิญญาณของเด็ก ๆ ที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูและเพื่อเรียกร้องสันติภาพทั่วโลก มีการระดมเงินทุนทั้งจากในญี่ปุ่นและต่างประเทศเพื่อสร้างอนุสรณ์สถานสันติภาพสำหรับเด็กขึ้น ณ สวนสันติภาพฮิโรชิม่า
อนุสรณ์สถานสันติภาพสำหรับเด็กนี้สร้างขึ้นตามลักษณะของซาดาโกะ เป็นรูปปั้นเด็กหญิงตัวน้อยกำลังถือนกกระเรียนกระดาษ มีนกกระเรียนกระดาษจำนวนมากมายถูกนำมามอบให้จากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก ใต้รูปปั้นมีหินที่สลักข้อความว่า
「これはぼくらの叫びです これは私たちの祈りです 世界に平和をきずくための」
“นี่คือเสียงร่ำร้องของเรา นี่คือคำอธิษฐานของเรา เพื่อสันติสุขในโลกหล้า”
สรุปเนื้อหาจาก allabout