ทำไมถึงมีอาการเมาได้แม้ดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์?
“ทั้ง ๆ ที่ดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แต่กลับยังรู้สึกเมา? แถมยังตรวจพบแอลกอฮอล์อีก” หลายคนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้กันมาแล้วใช่ไหมคะ? ทั้งที่บนกระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า “ไม่มีแอลกอฮอล์” แล้วทำไมถึงรู้สึกเมาได้ล่ะ? ในครั้งนี้ เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ
แม้จะดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แต่ก็ยังเมาได้จริงหรือ?
โดยปกติแล้ว เรามักจะคิดไปว่าถ้าดื่มเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ก็จะทำให้ไม่เมา เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์บางชนิดก็ยังถือว่ามีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ และถ้าหากดื่มมากเกินไป ก็อาจทำให้รู้สึกเมาได้ ตามมาตรา ข้อที่ 2 ของกฎหมายภาษีสุรา “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” คือ “เครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ตั้งแต่ 1% ขึ้นไป” ดังนั้นเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 1% จึงสามารถเรียกว่าเป็น “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์” ได้
แต่กล่าวคือ ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ก็อาจที่จะมีแอลกอฮอล์เล็กน้อย (ต่ำกว่า 1%) ปะปนอยู่ ซึ่งถ้าดื่มในปริมาณมากที่มากก็มีความเป็นไปได้ที่จะรู้สึกเมาเสมือนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริง ดังนั้น ก่อนการขับขี่ยวดยานพาหนะ เช่น รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้
เหตุผลที่ดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แล้วรู้สึกเมาเป็นเพราะ?
เมื่อพูดถึง “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์” หลายคนก็มักจะนึกถึง “เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี โดยตามนิยามแล้วแม้จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่แต่ถ้าหากว่าปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 1% ก็สามารถวางจำหน่ายในชื่อของเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ได้ ดังนั้น แม้จะดื่มในปริมาณเล็กน้อย แต่หากดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในปริมาณมาก ก็มีโอกาสสูงที่จะรู้สึกเมาได้
ที่น่าแปลกใจก็คือ มีรายงานว่าแม้จะดื่มเครื่องดื่มที่ระบุว่าแอลกอฮอล์ 0.00% ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มแบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์เลย บางคนก็ยังรู้สึกเหมือนเมาได้อยู่ ในส่วนของเหตุผลที่ทำให้รู้สึกเมาจากเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เลยนั้นว่ากันว่าเกิดจากอาการที่เรียกว่า “คาราโยอิ“ (Karayoi = 空酔い) หรือ “การเมาหลอก” โดยเป็นปรากฏการณ์ที่เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติเหมือนแอลกอฮอล์ แม้จะไม่มีแอลกอฮอล์จริงอยู่เลยก็ตาม แต่กลับแสดงอาการเมาออกมาได้ราวกับว่าดื่มแอลกอฮอล์จริง ๆ เข้าไป
อาการของการเมาหลอกจากเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีลักษณะอาการเป็นอย่างไรบ้าง?
อาการและลักษณะสำคัญของอาการเมาหลอกที่พบเห็นได้บ่อย คือ หน้าแดง รู้สึกตัวร้อน ๆ อุ่น ๆ ไปทั่วร่างกาย หรือมีอารมณ์ดี รู้สึกมีความสุข มีความกระปรี้กระเปร่า ซึ่งลักษณะของอาการเหล่านี้คล้ายกับอาการที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริง ๆ ซึ่งบางครั้งก็เกิดขึ้นได้จริง ในส่วนของสาเหตุที่ทำให้เกิดลักษณะอาการเช่นนี้ เชื่อว่าเกิดจากการที่สมองเกิดการหลอกตัวสมองเองหรือคือ “มโน” ไปเองว่า “เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่จริง ๆ” หรือกล่าวคือ “ปรากฏการณ์ Placebo Effect” ที่สมองเราเข้าใจผิดว่าได้มีการรับแอลกอฮอล์เกิดขึ้น จึงไปเรียกความทรงจำตอนที่เคยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่จริงออกมา และพยายามสร้างปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นต่อร่างกายอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อยู่จริง ๆ อาการเมาหลอกแบบนี้จึงเป็นเพียงแค่การหลอกของสมองเท่านั้น จึงไม่ทำให้เกิดอาการเมาจริง ทำให้ในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจโดยตำรวจ ก็จะไม่พบแอลกอฮอล์แต่อย่างใด นอกจากนี้ อาการเมาหลอกแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนเสมอไป
ดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์แล้วขับรถได้ไหม?
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 0.00% ซึ่งไม่มีแอลกอฮอล์เลยนั้นจะไม่ทำให้เมาอย่างแน่นอน ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในขณะขับรถจึงไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างไรก็ตาม หากตำรวจเห็นคุณดื่มเครื่องดื่มจากกระป๋องหรือขวดที่มีลักษณะเหมือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ ก็อาจถูกเรียกตรวจสอบหรือทำการทดสอบลมหายใจได้ ดังนั้นควรหยุดแล้วจอดรถที่ลานพักจอดรถก่อนดื่มเพื่อป้องกันความยุ่งยากที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ค่ะ
ดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ระหว่างทำงานละ?
เรื่องนี้มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลและความคิดเห็นต่างกันไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมองว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาสถานการณ์ความเหมาะสมในแต่ละโอกาส (TPO : Time, Place, Occasion) จึงถือว่าไม่สามารถบอกหรือตัดสินได้อย่างเด็ดขาดว่าห้ามดื่มหรือไม่ แต่ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 100% ก็ยังมีคนที่รู้สึกไม่ดีหรือไม่เห็นด้วยกับการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ในเวลางาน ดังนั้นควรระมัดระวังและประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจดื่มนะคะ
เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ได้ไหม?
ตามนิยามของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ถ้ามีแอลกอฮอล์น้อยกว่า 1% ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ถ้ามีแอลกอฮอล์ แม้จะน้อยกว่า 1% ก็ถือว่าเป็นเครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ก็เชื่อได้ว่าก็คงยังมีคนสงสัยอยู่ว่าแล้วถ้าเครื่องดื่มนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ 0.00% จริง ๆ ล่ะ? ในกรณีนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวและกฎของแต่ละโรงเรียน เพราะบางครั้งอาจมีการห้ามดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย แต่ตามกฎหมายของญี่ปุ่น เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะไม่ได้รับโทษต่อให้ดื่มเครื่องดื่ม 0.00% นี้ แต่อย่างไรก็ตามในด้านจริยธรรมและค่านิยมทางสังคม การที่เด็กผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะดื่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์นั้นก็ยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่ดี ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากคำถามที่พบบ่อยบนเว็บไซต์ของบริษัท Sapporo Beer ได้ให้คำตอบในลักษณะนี้ว่า
“ตามกฎหมายแล้ว เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถดื่มได้โดยไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากเครื่องดื่มนี้เป็นเครื่องดื่มโซดารสเบียร์ จึงไม่แนะนำให้เด็กดื่มผลิตภัณฑ์เช่นนี้ จนกว่าจะมีอายุ 20 ปีขึ้นไป”
เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์แต่มีรสชาติอร่อยยังคงมีอยู่อีกมากมาย อาจจะเป็นการดีเสียกว่าถ้าเด็ก ๆ เลือกดื่มเครื่องดื่มทั่วไปที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ แล้วรอจนกว่าจะถึงอายุที่กฎหมายกำหนดให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างถูกต้องจะดีที่สุดค่ะ
เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในปัจจุบันมีแบบไหนกันบ้าง?
เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ หลายคนมักจะนึกถึง “เครื่องดื่มรสเบียร์” เป็นอันดับแรก แต่ในปัจจุบันเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีหลากหลายรสชาติมากที่ออกมาวางขายจำหน่ายขายอยู่ในท้องตลาด ไม่จำกัดแค่รสเบียร์เท่านั้น โดยบางชนิดยังเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น ไม่มีสารพิวรีน (Purine) ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในร่างกาย หรือไม่มีน้ำตาล เป็นต้น
ตัวอย่างรสชาติของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ได้แก่ รสเหล้าอุเมะชู (เหล้าบ๊วย) รสอามะซาเกะ (เหล้าข้าวญี่ปุ่นแบบหวาน) รสไฮบอล (วีสกี้ผสมโซดา) รสไวน์แดง รสไวน์ขาว รสสปาร์คกลิ้งไวน์ เป็นต้น โดยถ้าดูจากดีไซน์ของกระป๋องหรือขวดของเครื่องดื่มเหล่านี้ หลาย ๆ ชนิดมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จริง ๆ จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งถือว่าไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้น แต่การสร้างภาพลักษณ์ผ่านสายตาก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ด้วยเหตุผลบางประการ จึงทำให้ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจริงได้ การเลือกดื่มเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีรสชาติคล้ายเครื่องดื่มแบบที่มีแอลกอฮอล์อยู่จริง ก็ถือว่าช่วยทดแทนความพึงพอใจได้
ทั้งนี้ แม้จะเรียกว่าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์บางชนิดที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 1% อยู่บ้าง ดังนั้นสำหรับผู้ที่จะต้องขับขี่รถยนต์หรือสตรีมีครรภ์ ควรตรวจสอบฉลากอย่างละเอียดเสียก่อนว่าเครื่องดื่มที่กำลังจะดื่มนั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 0.00% แบบไม่มีแอลกอฮอล์แท้จริงหรือไม่ก่อนจะดื่มจะเป็นการดีที่สุดค่ะ
สุดท้ายนี้ ในปัจจุบันเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีรสชาติอร่อยมากก็ได้มีวางจำหน่ายอยู่อย่างมากมาย ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลมากเกินไป เราควรที่จะเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์ได้อย่างสบายใจกันนะคะ แล้วถ้าได้ลองดื่มดูแล้วพบว่ายี่ห้อไหนอร่อย อย่าลืมมาบอกต่อกันนะคะทุกคน
สรุปเนื้อหาจาก : shufuse.com