ระบบตกปลาเหนือสวรรค์
ข้อมูลเบื้องต้น
มู่เฉินมีระบบตกปลาไม่จำกัด แต่ทุกครั้งที่ตกปลาเขาจะต้องจ่ายเงิน 1000 หยวน
(ติ้ง…แหล่งกำเนิดไฟแพนโดร่า ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตจักรกลขนาดเล็ก)
(ติ้ง…โอสถแห่งแสง มีพลังโจมตีด้วยแสง เคลื่อนที่ความเร็วแสง เพิกเฉยต่อการโจมตีกายภาพยกเว้นเวทมนตร์)
(ติ้ง…หลุมหลบผัยวันโลกาวินาศ ขนาด 3x3 ติดตั้งแบตเตอรี่ทำงานถึง 1 ปีโดยไม่ต้องชาร์จ)
(ติ้ง…บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราคา 1 หยวน)
(ติ้ง…ชุดเมดราคาถูก)
(ติ้ง…ปัญญาประดิษฐ์เรดควีน)
เนื่องจากระบบตกปลาทำให้มู่เฉินไม่ต้องไปแย่งชิงทรัพยากรจากคนอื่น และในวันโลกาวินาศเขาก็มีโอกาสได้พบนางเอกดังจากภาพยนตร์มาเวส สกาเล็ต คอลเนลลี่
ระบบตกปลาเหนือสวรรค์
เสียงนาฬิกาปลุกตอนเช้าทำเอามู่เฉินรู้สึกหงุดหงิด แต่เมื่อดวงตาของเขากวาดไปรอบด้านใบหน้าถึงกับตื่นตระหนก ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความไม่เชื่อ ต้องตบหน้าตัวเองซ้ำๆ คล้ายต้องการยืนยันว่าเป็นฝันหรือเรื่องจริง
“โอ๊ย…เจ็บๆ นี่เราไม่ได้ฝันเหรอเนี่ย แต่ย้อนเวลากลับมาจริงๆ แถมยังเป็นห้องนอนในบ้านเมืองปิงอันไม่ใช่ค่ายทหาร แล้วตอนนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่ถูกเสียบสายชาร์จขึ้นมาดู ยังเป็นปี 2023 เดือนพฤษภาคมวันที่ 5
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจใบหน้าของชายหนุ่มวัย 19 ปีก็เต็มไปด้วยความปิติยินดี
“ย้อนเวลามาก่อนวันที่เชื้อไวรัสซอมบี้จะระบาดหนึ่งวัน เราสามารถเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มภัยพิบัติได้ อาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็นต้องรีบซื้อก่อนถึงพรุ่งนี้ตอนบ่าย”
ความโหดร้ายของเชื้อไวรัสซอมบี้ทำให้ประชากรโลกตกอยู่ในสภาพย่ำแย่
กองทัพไม่สามารถกวาดล้างซอมบี้ทั้งหมดไปได้เนื่องจากโลกนี้ไม่เพียงแต่มีซอมบี้เท่านั้น หลังจากเหตุการณ์ซอมบี้ก็เป็นหมอกสีขาวปะทุทั่วโลก อสูรกายออกมาจากหมอก หลังจากนั้นเป็นฝนกรด น้ำท่วมโลกทำให้ผู้คนยากที่จะอยู่อาศัย โชคดีที่ชีวิตก่อนมู่เฉินรอดชีวิตได้เพราะอยู่ในเขตทหาร แต่กระนั้นในช่วงเวลาสุดท้ายเขาก็ตายจึงมาเกิดในอดีต
มู่เฉินเปิดแอปธนาคารเพื่อดูยอดเงินในบัญชี
ความจริงครอบครัวของเขาถือว่าค่อนข้างรวย แต่เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อนทำให้พ่อแม่ของมู่เฉินเสียชีวิต เขาที่กำลังเรียนอยู่ปี 1 จึงรู้สึกโดดเดี่ยว ธุรกิจที่บ้านล้มละลาย พ่อแม่ล้มหายตายจาก สุดท้ายจึงตีตัวออกจากสังคมกลายเป็นคนเก็บตัวและใช้เงินที่เหลือในบัญชีหลังจากหักค่าภาษีและความเสียหายในบริษัท
“เหลือแค่นี้เองเหรอ…” มู่เฉินพูดไม่ออกเมื่อเห็นเงินในบัญชีเหลือเพียงห้าหมื่นหยวนเท่านั้น จำได้ว่าเงินเหลือจากจ่ายส่วนต่างบริษัทคือหนึ่งล้านหยวน แต่เพียงเขาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายทุกเดือนสุดท้ายจึงเป็นอย่างที่เห็น
“ไม่เป็นไร เหลือแค่นี้ก็ใช้เท่านี้ หลังจากนั้นค่อยหาทางเอา” มู่เฉินทำได้เพียงกัดความโกรธกลืนลงไป ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาปล้นร้านสะดวกซื้อเพื่อขโมยสินค้า หากเขากระทำการอุกอาจมีหวังโดนตำรวจจับเข้าคุก โอกาสรอดชีวิตในคุกค่อนข้างมียากกว่าคนข้างนอก ในนั้นไม่มีที่ให้หลบหนี และหากโชคร้ายถูกสวมกุญแจมือก็คงเหมือนหมูในกรงรอซอมบี้รับประทาน
มู่เฉินต้องรอให้ซอมบี้ปะทุถึงจะปล้นร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตได้ แต่กระนั้นใช่ว่าจะไม่มีอันตรายข้างนอก เพียงแค่โดนซอมบี้กัดหรือข่วนก็อาจติดเชื้อ ตอนนี้ยังไม่มียารักษา ต่อให้เป็นมู่เฉินที่มีประสบการณ์ก็เต็มไปด้วยความระมัดระวังเมื่อเหตุการณ์ไวรัสระบาดปะทุวันพรุ่งนี้
มู่เฉินหยิบกุญแจรถเชฟโรเลตเพียงคันเดียวของเขาใส่กระเป๋า กำลังจะออกไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอด แต่ว่าตอนนั้นเองเสียงหนึ่งได้ดังขึ้นในหัว
'ติ้ง…กำลังติดตั้งระบบตกปลาเหนือสวรรค์…ติดตั้งสำเร็จแล้ว โฮสต์สามารถเริ่มดำเนินการตกปลาได้ทันที'
'ตกปลาแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย 1000 หยวน โฮสต์จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ประกอบฉากเช่นเบ็ดตกปลาราคาถูกและแหล่งน้ำไว้หย่อนเบ็ด'
'ของที่ถูกตกมาได้สามารถเก็บไว้ในกระเป๋าของระบบ'
มู่เฉินที่กำลังเดินไปขึ้นรถตกตะลึงหลังจากเห็นข้อมูลตรงหน้า
ถ้าหากเขายังไม่พบเหตุการณ์วันสิ้นโลกคงคิดว่าตัวเองถูกหลอกโดยรายการจ้อจี้ที่ชอบทำให้ผู้ชมหัวเราะ
แต่ตอนนี้เขาย้อนเวลากลับมา จึงมีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งต่างๆ ที่เหนือจินตนาการ แต่กระนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีความสุขที่เห็นระบบตรงหน้า
“ระบบผมต้องการตกปลาตอนนี้ เงินที่อยู่ในบัญชีห้าหมื่นหยวนโอนเข้าบัญชีระบบโดยตรงได้ไหม” มู่เฉินเลือกที่จะเพิกเฉยต่อการออกไปข้างนอกชั่วคราว ตอนนี้เขาสนใจระบบที่อยู่ๆ ก็ปรากฏออกมา สิ่งนี้ดูอัศจรรย์ยิ่ง มันทำให้เขานึกถึงผู้มีความสามารถต่างๆ ที่ได้จากการต่อสู้กับซอมบี้ในชีวิตก่อนหน้า
บุคคลเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นพลเอกกองทัพ หรือไม่ก็พวกหัวรุนแรงที่สร้างกลุ่มของตัวเอง
มู่เฉินจัดอยู่ในประเภทคนธรรมดาที่ใช้อาวุธปืน ดังนั้นความเป็นอยู่ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาจึงแย่มาก
'ติ้ง…เงินโอนเข้าระบบเรียบร้อย'
'ติ้ง…ต้องการอุปกรณ์ประกอบฉาก เบ็ดตกปลาและน้ำ หย่อนเบ็ดเพื่อเริ่มกิจกรรม'
มู่เฉินไม่ใช่คนโง่ เพียงเห็นคำอธิบายซ้ำก็เข้าใจได้ทันที ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจออกไปข้างนอกด้วยรถเชฟโรเลต ร้านอุปกรณ์ตกปลาหาได้ง่ายๆ ผ่านแอปโทรศัพท์มือถือ มู่เฉินจ่ายเงินให้เจ้าของร้านผ่านระบบตกปลา มันค่อนข้างสะดวกไม่ต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมา เพียงเห็นคิวอาร์โค้ดก็สแกนผ่านดวงตาเขาได้ง่ายๆ
มู่เฉินเลือกซื้อเบ็ดตกปลาราคาถูกและถังน้ำไว้หย่อนเบ็ด เขายังไม่รีบกลับบ้านแต่เลือกที่จะขับรถไปยังซูเปอร์มาเก็ต
จริงอยู่ที่มีระบบเอาตัวรอดแล้วตอนนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตกปลานั้นอาจนำมาซึ่งของไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อความอยู่รอดวันสิ้นโลกด้วยอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยเพียงใส่น้ำลงไปมันก็ร้อน เนื้อกระป๋อง ผักดอง น้ำเปล่าราคาถูกที่ไม่มียี่ห้อ
เนื่องจากมู่เฉินขับรถเก๋งจึงไม่สามารถบรรทุกของทุกอย่างลงไปในรถได้ ทางซูเปอร์มาเก็ตจึงบอกว่าจะไปส่งสินค้าช่วงเย็นแบบฟรีๆ เขาตอบตกลงและออกมาจากที่นั่น ก่อนกลับบ้านมู่เฉินบังเอิญผ่านธนาคารในเมือง เขาหยุดรถที่นั่นและมีรอยยิ้มมุมปาก
“ในวันสิ้นโลกยกเว้นทองคำและอาหารเงินกระดาษกลายเป็นสิ่งไร้ค่าโดยสมบูรณ์ ในขณะที่ทุกคนทิ้งเงินทั้งหมดมันก็จะเป็นของเรา แต่ว่าตอนนี้ยังก่อน ไว้ค่อยมาปล้นธนาคารวันหลังแล้วกัน”
แรกๆ ทุกคนก็พากันปล้นเงินอย่างบ้าคลั่ง แต่พอรู้ว่ากระดาษดังกล่าวไร้มูลค่าพวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะนำไปทำเป็นกระดาษเช็ดก้น ดังนั้นสำหรับมู่เฉินจึงเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถสร้างกำไรจากสิ่งเหล่านี้ได้
…………
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็กรอกน้ำใส่ถังแล้วยกมาที่โต๊ะกินข้าว
มู่เฉินยังไม่อยากอาหารเพียงหย่อนเบ็ดตกปลาลงไปในถังแล้วกล่าวกับระบบ
“เริ่มการตกปลาได้” สิ้นเสียงของเขายอดเงินที่อยู่ในบัญชีก็ถูกหักออกไป
มู่เฉินสังเกตเบ็ดตกปลาในถังราวกับว่าอยู่ๆ มันก็ทะลุลงไปก้นถัง แต่ในความจริงแล้วมันทะลุไปโลกอื่นต่างหาก
มู่เฉินใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการตกปลาครั้งแรก เขารู้สึกว่าสายเบ็ดมันกระตุกจึงรีบดึงขึ้นมา โชคของเขาค่อนข้างร้าย ครั้งแรกที่ตกได้คือบะหมี่หนึ่งห่อราคาน่าจะราวๆ 1 หยวน
มู่เฉินโยนบะหมี่ไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มตกปลาครั้งที่สอง
เนื่องจากระบบไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน เขาสามารถนั่งตกได้ทั้งวัน เพียงแต่จะได้ของดีหรือเปล่านั่นขึ้นอยู่กับโชค
มู่เฉินเคยเล่นกาชาปองสุ่มฟิกเกอร์สวยๆ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะได้ของดี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชค แต่โดยสรุปแล้วเขาโชคร้ายเป็นอย่างมาก ใช้เวลาตกปลาประมาณ 1 ชั่วโมงของที่ได้คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กางเกงในผู้หญิงสีชมพู รองเท้าเด็ก กระดาษทิชชูหนึ่งห่อ
มู่เฉินถอนหายใจเล็กน้อย ระบบของเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งเหมือนพลเอกหรือตัวร้ายเหล่านั้น สิ่งนี้ต้องใช้เวลานานในการตกเพื่อรับของดีๆ แต่ส่วนจะมีโอกาสหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา
โทรศัพท์จากพนักงานขนส่งทำให้มู่เฉินต้องเลิกตกปลาชั่วคราว หลังจากเปิดประตูต้อนรับพนักงานมู่เฉินก็บอกให้พวกเขาขนย้ายสินค้าทั้งหมดเข้าไปในบ้าน
ในวันโลกาวินาศอาหารมีความสำคัญมาก มันไม่ใช่เรื่องฉลาดที่จะวางไว้ข้างนอก ดังนั้นจึงต้องเก็บให้มิดชิด
พนักงานไม่สงสัยในคำสั่งและเริ่มดำเนินการทันที
มู่เฉินรอให้พวกเขาทำงานเสร็จแล้วกลับออกไปจึงเริ่มตกปลาอีกครั้ง
ระหว่างรอเขาเลือกที่จะปรุงอาหารด้วยเนื้อสดและผักสดๆ สิ่งเหล่านี้หากินไม่ได้แล้วในอนาคต ดังนั้นมู่เฉินจึงค่อนข้างมีความสุขในขณะนี้ และอดไม่ได้ที่จะคิดว่าหากไม่มีไวรัสระบาดคงดี หรือหากแลกกับระบบตกปลาได้ก็คงยอม
สายเบ็ดกระตุกหนักๆ มู่เฉินต้องรีบวางถ้วยบะหมี่ลงแล้วดึงสายขึ้นมาสุดแรง ครั้งนี้แรงฉุดมากกว่าครั้งก่อนๆ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอคอย เมื่อสายถูกดึงมาจนสุดเสียงระบบก็แจ้งเตือน
'…ติ้ง ได้รับหลุมหลบภัยวันโลกาวินาศ ถูกสร้างขึ้นในปี 2050 โดยมนุษย์ ภายในหลุมหลบภัยมีห้องนอน ห้องน้ำ ขนาดห้อง 3x3 ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมด้วยแบตเตอรี่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงใน 1 ปีโดยไม่ต้องชาร์จไฟ'
ดวงตาของมู่เฉินกลายเป็นประกาย
ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าเอาตัวรอดได้แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายตนยังเป็นเพียงคนธรรมดาไร้อาวุธ ที่อยู่อาศัยย่อมเสี่ยงต่อการถูกโจมตี แต่หากมีหลุมหลบภัยนี้ละก็มันจะต่างออกไป มู่เฉินสามารถซ่อนตัวในใต้ดินโดยไม่มีปัญหา
โอสถแห่งแสงและแท่งไฟกำเนิดชีวิต
มู่เฉินเลิกตกปลาแล้วเดินออกมาที่ลานหน้าบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่าๆ ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิท มองเห็นไฟหลากสีในเมืองใหญ่และเสียงรถยนต์ที่ขับผ่าน ผู้คนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ภาพที่งดงามเช่นนี้น่าเสียดายที่จะหายไปในวันพรุ่งนี้
มู่เฉินถอนหายใจแล้วนำบ้านหลุมหลบภัยออกมา มันมีขนาดเล็กเหมือนแมงมุม นี่คือรูปแบบย่อขนาดยังไม่ถูกเปิดใช้งาน เขาวางมันลงบนพื้นสนามหญ้าเล็กๆ จากนั้นบ้านขนาดเล็กก็เริ่มขยับ ขาสี่ขาที่ทำมาจากโลหะเหลวเริ่มขุดดิน มันเริ่มมุดลงใต้ตินโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที
มู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นรู้สึกประหลาดใจ เทคโนโลยีนี้ทรงพลังมาก หากเป็นเครื่องขุดเจาะขนาดใหญ่บนโลกนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขุดบ้านแต่ใครจะคิดว่าแมลงที่เหมือนแมงมุมโลหะจะมีความแข็งแรงขนาดนี้ ใช้เวลาราว 5 นาทีในการเจาะพื้นใต้ดิน บ้านก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ มันขยายขนาดจากเล็กๆ เป็นบ้านหนึ่งหลังใต้ดิน โดยด้านบนสนามหญ้าทางเข้าจะเป็นประตูโลหะ ที่ดูเหมือนห้องน้ำสาธารณะ
มู่เฉินเดินไปที่ประตูเหล็กที่มีความแข็งแกร่ง มีการสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ หลังจากนั้นประตูก็เปิดออก เขาเดินเข้าไปในช่องทางแคบๆ หลังจากที่ประตูปิดมู่เฉินก็รู้สึกว่าลิฟท์กำลังลงไปยังชั้นล่าง
เนื่องจากมันเป็นหลุมหลบภัยขนาดเล็กจึงมีเพียงชั้น 1
ใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาทีก็ลงมาถึงชั้นอยู่อาศัยที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินประมาณ 3 เมตร มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอนพอดีกับห้อง นอกจากนั้นยังมีห้องน้ำอยู่ข้างๆ มู่เฉินเริ่มสำรวจห้องน้ำ ภายในค่อนข้างแคบ หากนึกภาพไม่ออกให้ลองนึกภาพห้องน้ำในเครื่องบินดู แต่ถึงอย่างนั้นมู่เฉินก็ค่อนข้างพอใจ
หลุมหลบภัยส่องสว่างด้วยไฟที่มาจากแบตเตอรี่ มันสามารถใช้งานได้ถึง 1 ปีเต็ม นอกจากนั้นยังมีเครื่องปรับอากาศ มู่เฉินล้มตัวลงนอนบนที่นอน เตียงค่อนข้างนุ่ม ปลายสุดของเตียงเป็นผนังไม่มีทีวี นอกจากนั้นยังไม่มีตู้เสื้อผ้า ไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร มีเพียงห้องนอนและห้องอาบน้ำเล็กๆ ให้อยู่อาศัยเพียงคนเดียว
มู่เฉินนอนเอามือก่ายหน้าผาก “เราไม่สามารถเอาของที่ซื้อมาไว้ในหลุมหลบภัยได้ พื้นที่ภายในเล็กเกินไป จะเก็บไว้ในพื้นที่ของระบบก็ไม่ได้เพราะมันให้เก็บแต่ของที่มาจากการตกปลาได้เท่านั้น คงต้องซ่อนไว้ที่ห้องใต้หลังคาก่อนสินะ”
มู่เฉินไม่กล้าวางของไว้ส่งๆ ที่กลางบ้าน
ในวันสิ้นโลกเนื่องจากอาหารที่ขาดแคลนผู้คนเริ่มขาดศีลธรรม
การปล้นฆ่าชิงทรัพย์สินถือเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นบ้านของเขาอาจตกเป็นเป้าหมายของโจรได้ จึงต้องซ่อนอาหารไว้ให้มิดชิด
มู่เฉินเดินออกมาจากหลุมหลบภัยแล้วกลับเข้าไปในบ้าน เขาเลือกที่จะเก็บของไปไว้บนชั้นใต้หลังคาแล้วพักผ่อนบนชั้นสอง พรุ่งนี้ค่อยนอนในหลุมหลบภัย วันนี้ขอนอนเตียงใหญ่ๆ ก่อนแล้วกัน ถึงอย่างไรซะเวลาที่ไวรัสจะระบาดก็คือช่วงบ่ายของวัน
……..
คืนนั้นมู่เฉินนอนหลับสนิท ไม่ต้องสะดุ้งตื่นกลางคืนว่าจะพบซอมบี้เปื้อนเลือด
เขาเดินลงมาชั้นล่างและเริ่มทำอาหาร ตอนนี้ยังเป็นเวลาเก้าโมงเช้าอยู่ กินอาหารไปแล้วดูทีวีไป นอกจากนั้นเขายังเริ่มย้ายคอมพิวเตอร์ไปยังหลุมหลบภัย โหลดภาพยนตร์หลายๆ เรื่องลงในฮาร์ดดิสก์ไว้ดูยามเหงา
มู่เฉินไม่อยากออกไปผจญภัยในวันสิ้นโลก เอาจริงๆ เขาก็แค่อยากเป็นปลาเค็ม อยู่ที่นี่เพียงคนเดียว สนุกกับอาหารที่หามาได้ เวลาเบื่อๆ ก็นั่งดูภาพยนตร์ที่ถูกโหลดไว้ ถึงแม้ข้างนอกจะมีซอมบี้แต่หลุมหลบภัยของเขาก็ถือว่าปลอดภัย
จัดการทุกอย่างเสร็จมู่เฉินก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตรวจสอบดูข่าว มีรายงานถึงกลุ่มคนที่อยู่ๆ ก็บ้าคลั่งเริ่มทำร้ายผู้คนในเมืองลั่วหยาง เมืองฉางหุ่ย เมืองเหอหนาน นอกจากนั้นยังมีคลิปวิดีโอที่ถูกอัปโหลดโดยพลเมือง
มู่เฉินกดดูวิดีโอในขณะที่นั่งกินบะหมี่สำเร็จรูป
ภาพในวิดีโอเป็นการถ่ายฉากที่คนกำลังกัดกินกันเอง ใบหน้าเปื้อนเลือด ดวงตาสีแดง วิ่งไล่กัดคนเหมือนสัตว์ร้าย พลเมืองลั่วหยางหลายคนไม่สามารถหนีรอดได้สุดท้ายจึงกลายเป็นเหยื่อ เสียงปืนดังใจกลางเมือง ตำรวจเริ่มเคลื่อนขบวนเข้ามา แต่อนิจจาสถานการณ์นี้เกินกว่าที่จะควบคุมได้ สุดท้ายตำรวจหลายนายก็เสียชีวิต
“มันเริ่มแล้วสินะ” มู่เฉินถอนหายใจแล้วเลื่อนดูคอมเมนต์ไร้สาระจากชาวเน็ต
'นั่นเขาถ่ายหนังเรื่องอะไร พระเจ้าพวกเขาทำเหมือนมาก'
'ปกติหนังซอมบี้เห็นมีแต่เกาหลีทำ'
'มันเจ๋งมาก เห็นเลือดที่พุ่งออกมาจากคอคนนั้นไหม มันดูเหมือนจริงสุดๆ ฉันอยากดูหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์แล้ว มันชื่อเรื่องว่าอะไร'
“ทุกคนยังคิดว่ามันเป็นหนังสินะ” มู่เฉินไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของผู้คน เรื่องแบบนี้หากเป็นเขาเมื่อก่อนก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้ว่าความโหดร้ายของโลกมันเป็นแบบไหน
มู่เฉินเลือกที่จะท่องอินเตอร์เน็ตในวันนี้ เนื่องจากหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือนสัญญาณทุกอย่างจะถูกตัดขาด แม้แต่น้ำหรือไฟฟ้ายังเป็นเรื่องยาก ทำให้หลายชีวิตต้องใช้เทียนหรือเครื่องปั่นไฟด้วยน้ำมันดีเซลหรือถ่านหิน โชคดีที่ยังเป็นฤดูร้อน แต่หากเป็นฤดูหนาวผู้เสียชีวิตจะมีจำนวนมาก
เสียงรถชนกันข้างนอกทำให้มู่เฉินเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วเดินออกไปดู
มองเห็นควันไฟที่ลุกโชนกลางเมืองปิงอัน เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ผู้คนเริ่มหลบหนีเมื่อเห็นว่าถนนถูกปิด รถหลายคันถูกทิ้งไว้ไม่สามารถขยับได้ แต่การออกมาข้างนอกรถเวลานี้ไม่ต่างจากความตายเพราะมีซอมบี้รออยู่
มู่เฉินยัดของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ลืมอะไร หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในหลุมหลบภัย ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก เพราะตอนนี้เขาอ่อนแอมาก ลำพังยังเอาตัวเองไม่รอดดังนั้นลืมเรื่องช่วยเหลือคนอื่นไปได้เลย
มู่เฉินเลือกที่จะตกปลาในช่วงบ่ายของวัน ถังน้ำและเบ็ดตกปลาเตรียมพร้อม
คิดใช้เวลานี้เพื่อให้ตัวเองไม่ฟุ้งซ่านกับเหตุการณ์ข้างนอก
'ติ้ง…บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสสาหร่าย'
“มันก็ดีอยู่หรอกที่ได้ของกิน แต่ว่าขอเป็นอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ” มู่เฉินคร่ำครวญในความโชคร้ายของตัวเองแล้วเริ่มตกปลาอีกครั้ง
เขาเหลือเงินในระบบไม่กี่หยวน จากที่มู่เฉินถามระบบนอกจากเงินแล้วมันยังสามารถใช้ทองคำเพื่อแลกเปลี่ยน หรืออัญมณีมีราคา แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ วันแรกของภัยพิบัติค่อนข้างมีความรุนแรงสูง จะเห็นได้ว่าข้างนอกวุ่นวายแค่ไหน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องฉลาดที่เขาจะอยู่ที่นี่ไม่ออกไปหาเรื่องใส่ตัว
'…ติ้ง รองเท้าเด็กราคาถูก'
มองรองเท้าเด็กที่อยู่บนคันเบ็ดมู่เฉินทำอะไรไม่ถูก
เขาไม่มีลูกสักหน่อยแล้วจะเอารองเท้าเด็กไปทำไม
สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างจากขยะจึงถูกเขาโยนทิ้งทันที
“เห้อ…ไว้ค่อยตกปลาพรุ่งนี้แล้วกัน” มู่เฉินคิดว่าวันนี้ตัวเองโชคร้ายจึงเลือกที่จะหยุด เนื่องจากเงินในระบบกำลังจะหมดแล้วเขาไม่สามารถเสี่ยงดวงได้ จำเป็นต้องออกไปปล้นธนาคาร ร้านเพชรหรือไม่ก็ร้านทอง แต่ก่อนหน้านั้นมู่เฉินหวังว่าจะได้รับความแข็งแกร่งผ่านการตกปลา
………..
วันที่สองของการระบาดซอมบี้
มู่เฉินเลือกตกปลาในบ่ายวันนี้หลังจากกินข้าวเสร็จ
'ติ้ง…โอสถแห่งแสง โจมตีด้วยแสง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง เพิกเฉยต่อการโจมตีกายภาพทั้งหมดยกเว้นเวทมนตร์ ถูกปลุงขึ้นโดยนักปราชญ์ในโลกของโจรสลัด'
มู่เฉินมองดูข้อมูลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อ
เจ้าสิ่งนี้ที่เหมือนกับเม็ดยาสีเหลืองกำลังส่องแสงแวววาวอยู่บนคันเบ็ด เป็นสิ่งที่ถูกสร้างโดยนักปราชญ์ ทั้งยังมีพลังมาก ทันทีที่เห็นสิ่งนี้มู่เฉินก็นึกถึงเหล่าผู้มีอำนาจเช่นพลเอก เขาไม่ลังเลเลยที่จะกินโอสถหลังจากได้รับ
รสชาติของโอสถแย่มาก มู่เฉินเกือบจะคายทิ้งออกมาแต่ต้องกล้ำกลืนกินเข้าไป หลังจากนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
“นี่เรามีพลังแล้ว…” มู่เฉินกำหมัดแน่นแต่ไม่กล้าปล่อยพลังออกมาเพราะกลัวหลุมหลบภัยพังยับเยิน แม้เขาจะไม่รู้ว่าโอสถแห่งแสงทรงพลังมากแค่ไหนหากเทียบกับอาวุธปืน แต่จากคำอธิบายของระบบเขาแทบจะอยู่ยงคงกระพันเลยไม่ใช่เหรอหากไม่พบพ่อมด
“วันนี้ค่อนข้างโชคดี งั้นตกปลาอีกครั้งแล้วกัน” มู่เฉินหยิบเบ็ดตกปลาแล้วจ่ายเงิน หย่อนเบ็ดลงไปในถังเหมือนทุกครั้ง
เวลาผ่านไปราว 1 ชั่วโมง
'ติ้ง…แหล่งกำเนิดไฟแพนโดร่า ใช้สร้างสิ่งมีชีวิตเชิงกลขนาดเล็ก หลังจากใช้ไปหนึ่งครั้งระยะเวลาคูลดาวน์คือ 15 วัน'
มู่เฉินหยิบแท่งสีเงินออกมาจากคันเบ็ด แต่เพราะน้ำหนักมันมากเกินไปเขาจึงบังเอิญทำหล่น แหล่งกำเนิดไฟกระทบกับนาฬิกาบนข้อมือของเขา ทันใดนั้นนาฬิกาก็เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นโดรนขนาดเล็กสีดำ บินอยู่ตรงหน้ามู่เฉิน นอกจากนั้นยังมีดวงตาสีแดง มันกำลังสแกนชายหนุ่มตรงหน้า
“ยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น สวัสดีมาสเตอร์ ผมฟอลคอน”
นางเอกดังฮอลลีวูด
วันที่สามของการระบาดไวรัส
มู่เฉินยังอยู่ในหลุมหลบภัย ทำความคุ้นเคยกับฟอลคอน สิ่งมีชีวิตจักรกลที่เกิดขึ้นด้วยแหล่งกำเนิดไฟ เจ้าตัวเล็กนี้นอกจากจะเปลี่ยนร่างเป็นโดรนได้แล้วมันยังสามารถกลับมาในรูปแบบเดิมซึ่งก็คือนาฬิกาบนข้อมือของมู่เฉิน
เขารู้สึกว่าสิ่งนี้สะดวกสบายมาก ไม่ต้องกังวลว่าพลังงานจะหมด และนอกจากนั้นฟอลคอนยังสามารถสำรวจบริเวณโดยรอบที่อันตรายได้ มู่เฉินปล่อยโดรนขนาดเล็กออกจากหลุมหลบภัยเพื่อดูสถานการณ์ของเมืองปิงอัน แล้วเชื่อมต่อภาพขึ้นจอคอมพิวเตอร์
ภาพถูกถ่ายจากมุมสูง ถนนสายใหญ่มีแต่รถถูกทิ้งร้าง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มซอมบี้เดินยั้วเยี้ยเหมือนแมลง
ฉากดังกล่าวค่อนข้างน่ากลัว มันราวกับวันสิ้นโลกของจริงยิ่งกว่าภาพเหตุการณ์ในหนังฮอลลีวูด
ฟอลคอนบินไปเรื่อยๆ เพื่อถ่ายภาพให้เขารับชม
ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งมู่เฉินได้เห็นกลุ่มผู้รอดชีวิตซุ่มซ่อนอยู่บนหลังคาพร้อมกับปืนสไนเปอร์
จากเครื่องแต่งกายของคนเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นทหารไม่ใช่พลเรือน อาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ แต่อย่างใดก็ตามต่อหน้าทะเลซอมบี้กลุ่มคนเพียงแค่ไม่กี่สิบคนไม่มีบทบาทสำคัญนัก
มู่เฉินเพิกเฉยต่อทหารและกลุ่มผู้รอดชีวิตแล้วสั่งให้ฟอลคอนบินไปยังธนาคารปิงยาง
วันนี้เขาตั้งใจออกไปข้างนอกเพื่อปล้น หลังจากพักอยู่ในหลุมหลบภัยสามวันในที่สุดเงินในระบบก็หมด เขาไม่สามารถตกปลาได้จึงคิดที่จะออกไปเพื่อปล้นธนาคาร แต่ก่อนหน้านั้นต้องสำรวจดูพื้นที่โดยรอบเสียก่อน จุดไหนที่มีซอมบี้เยอะจะได้เลี่ยงถูก
แม้ว่ามู่เฉินตอนนี้จะมีพลังของแสง แต่ในฐานะคนที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายประสบการณ์สอนให้เขาไม่ประมาท
ภาพถ่ายของธนาคารปิงยางปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่นั่นค่อนข้างเละเทะ ประตูเหล็กที่เป็นป้อมปราการเห็นอยู่ว่าถูกดึงลงมาในช่วงวิกฤตเพื่อหลีกเลี่ยงซอมบี้ แต่ด้วยเหตุผลบางประการมันถูกทำลายลงด้วยแรงอันมหาศาล
“หรือว่าจะมีคนปล้นธนาคารก่อนเรา?” มู่เฉินคาดเดาภาพจากภายในที่เกิดเหตุ
นี่เป็นเพียงวันที่สามของไวรัสระบาด ซอมบี้ระดับหนึ่งยังไม่ถูกพัฒนามาก ดังนั้นลืมเรื่องความแข็งแกร่งของมันไปได้เลย และจากความรุนแรงที่เห็นผ่านกรงเหล็กอาจจะเป็นแรงระเบิด ของผู้ก่อการร้ายที่เข้ามาปล้นธนาคาร
เหตุการณ์แบบนี้มู่เฉินเคยเห็นบ่อยๆ ในช่วงแรกของซอมบี้ระบาด โดยพวกเขาคิดว่าเงินยังเป็นสิ่งที่จำเป็นของความมั่งคั่ง
แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงความคิด
อาหารมีค่ามากกว่าเงิน แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งซองยังสามารถซื้อผู้หญิงเรียนจบปริญญาโทมานอนได้ นี่คือความไม่แน่นอนของโลกผ่านการเปลี่ยนแปลงเพราะไวรัสระบาด ทำให้เห็นว่ามันไม่ใช่โลกของทุนนิยมอีกต่อไป แต่เป็นโลกของผู้แข็งแกร่ง
“คงต้องไปที่นั่น ไม่แน่ว่าอาจมีเงินเหลืออยู่ในตู้เซฟ” มู่เฉินเรียกฟอลคอนกลับมา
เมืองปิงอันมีขนาดใหญ่มาก ประชากรโดยประมาณอยู่ที่ 30 ล้านคน พิจารณาจากตัวเลขจำนวนซอมบี้ไม่ใช่น้อยๆ และธนาคารก็มีอยู่หลายแห่ง เพียงแต่หลายสาขานั้นอยู่ห่างกันออกไปและมีซอมบี้เฝ้าอยู่บนถนน มันเป็นเรื่องโง่หากเดินเข้าไปดุ่มๆ แล้วถูกซอมบี้รุมทึ้งบนถนน ดังนั้นเขาจึงเลือกไปธนาคารปิงยางซึ่งใกล้ที่สุด แม้ที่นั่นธนาคารจะถูกปล้นแล้วแต่อาจมีเซฟบางอันที่ยังไม่ได้เปิด
…..
ใช้เวลาไม่นานฟอลคอนก็กลับมา
มู่เฉินเดินออกจากหลุมหลบภัย ในสภาพไร้อาวุธหรือกระเป๋าใส่อาหาร เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับผ่านการตกปลาสามารถเก็บไว้ในพื้นที่ของระบบได้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องนำอาหารติดตัว เพราะในพื้นที่ของระบบยังมีน้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้อยู่กินอิ่มๆ ได้ถึงสองวัน จะดีกว่าที่เดินทางไปตัวเปล่า ไม่ต้องเกะกะเพราะของพะรุงพะรัง
“ไปกันเถอะฟอลคอน”
“เยส มาสเตอร์”
มู่เฉินเดินออกจากบ้านในขณะที่สวมใส่สมอลทอร์คไร้สาย คอยฟังข่าวจากฟอลคอนเกี่ยวกับซอมบี้ที่อยู่ข้างหน้า
เมื่ออยู่ที่บ้านเขาสามารถดูภาพได้แบบเรียลไทม์ แต่อยู่ข้างนอกมันไม่สะดวกที่จะดูแบบนั้น ดังนั้นด้วยความช่วยเหลือจากฟอลคอนสมอลทอร์คนี้จึงเชื่อมต่อกับโดรนตัวจิ๋ว
“มาสเตอร์ ห่างออกไปหนึ่งช่วงถนนมีซอมบี้สิบตัว ดูเหมือนว่าพวกมันจะได้ยินเสียงเท้าของมาสเตอร์จึงเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว และหากดูจากทิศทางเป้าหมายของมันคือมาสเตอร์ จะให้ผมดำเนินการจู่โจมเลยหรือไม่” ฟอลคอนเป็นโดรนที่มีความสามารถในการสอดแนม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังมีอาวุธทำลายล้างติดตั้งอยู่ ทว่าก็มีขนาดเล็กมาก ไม่แรงเท่าปืนพกด้วยซ้ำ ดังนั้นมู่เฉินจึงเพิกเฉยต่อมาตรการตอบโต้ของฟอลคอน
“ไม่ต้อง เดี๋ยวผมจะจัดการเอง”
เขาก็แค่อยากทดสอบพลังของโอสถแห่งแสง
พลังนี้ราวกับถูกถอดแบบมาจากการ์ตูน มันทั้งอันตรายและเย่อหยิ่ง นอกจากนั้นยังโดดเด่นด้านความเร็ว
“รับทราบ” ฟอลคอนปฏิบัติตามหน้าที่ แต่ถ้าหากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นมันจะรีบดำเนินการช่วยเหลือทันที
ไม่นานมู่เฉินเห็นจุดสีดำที่ใกล้เข้ามา มันเป็นซอมบี้สิบตัวที่ได้ยินเสียงเท้าของเขา พวกนี้หลังจากติดเชื้อไวรัสระบบประสาทรับรู้จะทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหรือเสียง พวกมันจะมีความไวเป็นพิเศษ แต่ดวงตาจะด้อยลงมา คล้ายถูกกัดกร่อนด้วยไรวัสจึงยากที่จะมองเห็น นั่นคือข้อมูลโดยสรุปจากกองทัพที่มู่เฉินได้รับรู้ แต่กระนั้นพวกซอมบี้ก็ยังอันตรายอยู่
เสียงคำรามของซอมบี้ทำให้คนที่ซ่อนอยู่ในบ้านแง้มผ้าม่านเพื่อดูคนข้างนอก ทันทีที่เห็นว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุไม่ถึง 20 ปี แถมยังเดินตัวเปล่าไม่พกอาวุธติดตัว คนที่ซ่อนตัวอยู่ก็พูดไม่ออก
มู่เฉินสูดหายใจเข้าลึกแล้วใช้เท้าเตะด้วยความเร็วแสง ซอมบี้ที่ถูกเตะไม่ทันตั้งตัวร่างของมันกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร จากนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้น ปลุกความสนใจของคนที่ซ่อนอยู่ในบ้านระแวกนั้นให้หันมามอง
“โอ้พระเจ้านั่นอะไรน่ะ มีคนแข็งแกร่งแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ตาฝาดหรือเปล่า ก่อนที่ขาของชายหนุ่มคนนั้นจะถึงตัวซอมบี้ดูเหมือนว่าขาของเขาจะมีแสงสว่าง จากนั้นซอมบี้ก็ลอยไปไกลพร้อมกับระเบิด”
“นั่นคือคนที่รัฐบาลส่งมาช่วยเราใช่ไหม เฮ้คุณผมอยู่ตรงนี้ รีบมาช่วยผมสิ!”
มู่เฉินไม่สนเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตอนนี้อาหารมีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนั้นหลุมหลบภัยของเขายังเล็กมาก เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะช่วยเหลือคนอื่น ดังนั้นหลังจากที่จัดการซอมบี้สิบตัวเขาก็เดินต่อไปโดยไม่สนใจเสียงเหล่านั้น
“ไอ้เวรเอ้ยมาช่วยหน่อยก็ไม่ได้!
“เลวจริงๆ”
“แกไม่ตายดีแน่!”
“มาสเตอร์ คนเหล่านั้นร้องขอความช่วยเหลือ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการทำแบบนี้เท่ากับบอกซอมบี้ว่าซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น มาสเตอร์จะช่วยพวกเขาหรือเปล่าครับ” ฟอลคอนถาม
“ไม่ วันนี้เราจะทำการปล้นไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือคน ฟอลคอน”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากเดินไปเรื่อยๆ มู่เฉินพบซอมบี้อีกยี่สิบตัวตรงหน้า พวกมันวิ่งเข้าหาเขาด้วยสัญชาตญาณ หากเป็นชาติก่อนมู่เฉินคงต้องหยิบปืนเพื่อฆ่า แต่ตอนนี้ด้วยโอสถแห่งแสงเขาจึงมีความแข็งแกร่งมาก
“เป็นซอมบี้ที่เหมาะกับการฝึกซ้อมจริงๆ และพวกแกก็ควรจะถูกเตะด้วยความเร็วแสง!” มู่เฉินยิ้มอย่างเย็นชาและเริ่มแสดงฝีมือ
ตอนนี้ซอมบี้อ่อนแอมากเหมาะสำหรับเขาที่จะฝึกซ้อมพลังให้ชิน
เพราะหลังจากเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดจะมีซอมบี้ที่วิวัฒนาการขึ้น นอกจากนั้นอสูรที่ปะทุจากหมอกสีขาวยังแข็งแกร่งมาก เขาจำเป็นต้องปรับปรุงความสามารถของตัวเองเพื่อรับมือกับศัตรูในภายหน้า
เมื่อแสงกระพริบผ่านซอมบี้หลายตัวก็ระเบิดเป็นชิ้นๆ หลังจากเคลื่อนไหวติดต่อกันหลายครั้งมู่เฉินก็เริ่มเข้าใจความสามารถของตัวเอง เขายกมือขึ้นมาข้างหน้า กล่าวว่า “กระจกแปดทิศ”
ลำแสงพุ่งผ่านช่องทางต่างๆ คล้ายกับเส้นทางคดเคี้ยว นี่คือการเดินทางด้วยแสงที่เขาคิดค้น โดยปกติแสงเดินทางเป็นเส้นตรง ดังนั้นจึงต้องมีจุดหักเหของแสงในการเดินทาง ปรับเปลี่ยนทิศทางเหมือนกับพวงมาลัยรถยนตร์
มู่เฉินใช้กระจกแปดทิศเดินทางมาถึงธนาคารปิงยาง แรกๆ เขาไม่คุ้นชินจึงควบคุมตัวเองไม่ได้สุดท้ายหลุดออกจากเส้นทาง กระเด็นไปโดนฝูงซอมบี้จนเกิดการระเบิด พอลองผิดลองถูกนานเข้าเขาก็เริ่มชำนาญ จนในที่สุดก็มาถึงที่หมาย
ประตูด้านนอกถูกทำลาย มู่เฉินเดินเข้าไปในชั้นใต้ดินผ่านการสแกนของฟอลคอน
ที่นั่นเขาเห็นคาบเลือดจำนวนมาก ปลอกกระสุนปืนพกบนพื้น ศพหลายศพที่ถูกวางจนเน่า
“มาสเตอร์ พบว่าห้องนิรภัยด้านหน้ามีคนอยู่ข้างในประมาณ 10 คน ระบบถูกล็อกอย่างแน่นหนา แต่ผมสามารถเปิดมันได้ภายใน 15 วินาที” ฟอลคอนที่บินอยู่หน้าประตูเหล็กกล่าว
“งั้นเปิดมัน”
“เยส มาสเตอร์” ฟอลคอนบินเข้าไปใกล้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเริ่มควบคุมผ่านสมองกลของมัน ประตูที่หนาแน่นแม้แต่โจรก็ไม่สามารถเปิดได้ตอนนี้ถูกเปิดแล้ว
ผู้คนที่ซ่อนอยู่ข้างในดูเหมือนจะตกตะลึงที่ประตูถูกเปิด
มู่เฉินเหลือบมองดูผู้รอดชีวิต ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่คนๆ หนึ่ง สาวผมแดงอยู่ในชุดสีดำ นัยน์ตาสีฟ้า นั่นไม่ใช่สกาเล็ต คอนเนลลี่ สายลับสาวในภาพยนตร์มาเวสหรอกเหรอ