โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

วาสนาบุตรีกำพร้า

นิยาย Dek-D

อัพเดต 18 พ.ค. 2567 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2567 เวลา 15.03 น. • MissSamae
ขณะที่กำลังออกสเต็บเต้นท่าทางเหมือนนักร้องเกาหลี วงที่ชื่นชอบอย่างไม่ยอมใครในผับชื่อดัง ย่านทองหล่อ อย่างสนุกสนานท่ามกลางแก็งค์หมอทหารที่พึ่งผ่านหลักสูตรการฝึกหนัก รสรินหรือ ร.อ.แพทย์หญิงรสริน

ข้อมูลเบื้องต้น

ขณะที่กำลังออกสเต็บเต้นท่าทางเหมือนนักร้องเกาหลี วงที่ชื่นชอบอย่างไม่ยอมใครในผับชื่อดัง ย่านทองหล่อ อย่างสนุกสนานท่ามกลางแก็งค์หมอทหารที่พึ่งผ่านหลักสูตรการฝึกหนัก รสรินหรือ ร.อ.แพทย์หญิงรสริน

๋๋๋๋๋๋

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

(ฉบัับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๘)

จากหมอทหารที่ดื่มและเต้นจนเกิดอุบัติเหตุล้มหัวฟาดขั้นบันไดจนเสียชีวิต ทำให้วิญญาณของร.อ.พญ.รสริน ล่องลอยมาเข้าร่างของลู่เหมยฮวาเด็กหญิงกำพร้าวัยแปดขวบ ของหม้ายสาวที่สามีตายเนื่องจากป่วย

เมื่อได้ร่างใหม่แล้ว แรกตื่นนางก็เรียกหาท่านเทพเพื่ออำนวยพรสามข้อตามที่เคยอ่านนิยายย้อนยุคมา ปรากฎว่าเธอไม่มีท่านเทพมาช่วยเหมือนนางเอกคนอื่นที่ย้ายวิญญาณมา หรือเธอจะไม่ใช่นางเอกกันล่ะ

เช่นนั้นคงจะรอท่านเทพไม่ได้แล้ว เนื่องจากร่างเดิมที่เธอย้ายมาอยู่นั้น ยากไร้เหลือเกิน บ้านไม่อุ่น อาหารการกินไม่อิ่ม เสื้อผ้าไม่เพียงพอ ยารักษาโรคก็แสนแพง

มาตามลุ้นและเป็นกำลังใจให้ลู่เหมยฮวาเด็กน้อยกำพร้า ต่อสู้และสร้างฐานะไปด้วยกัน

มาดูกันว่า วาสนาของบุตรีกำพร้า คนนี้จะพานางไปถึงจุดไหน

แล้วยังมีลูกพี่ลูกน้องชายอีกสี่คนที่จะเป็นคุ้มกำลังให้นาง เอ๊ะ!! หรือจะเป็นตัวป่วนกันแน่

ข้อมูลเบื้องต้น

ค่าเงิน

1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน

1ตำลึงเงิน = 1000 อีแปะ

1000 อีแปะ = 1 ก้วน = 1 ตำลึงเงิน

เวลา

1เค่อ = 15 นาที

ครึ่งชั่วยาม=1ชั่วโมง

1ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง

ช่วงเวลา

ยาม เหม่า =05.00-06.59

ยาม เฉิน =07.00-08.59

ยาม ซื่อ =09.00-10.59

ยาม อู่ =11.00-12.59

ยาม เว่ย =13.00-14.59

ยาม เซิน =15.00-16.59

ยาม โหย่ว =17.00-18.59

ยาม ซวี่ =19.00-20.59

ยาม ห้าย =21.00-22.59

ยาม จื่อ =23.00-24.59

ยาม โฉ่ว =01.00-02.59

ยาม อิ่น =03.00-04.59

#ผู้เขียนไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ พึ่งลองแต่งครั้งแรก ถ้ามีเนื้อเรื่องส่วนไหน หรือมีคำศัพท์สะกดผิด ฝากช่วยสะกิดกันนะคะ ผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะแต่งนิยายนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยมัธยม เนื่องจากเกิดความภูมิใจที่คุณครูช่วยผลักดันเรียงความหมู่บ้านของฉัน จนได้รับรางวัล สมัยก่อนติดนิยายมากๆ มีร้านไหนขายหรือให้เช่าจะแอบหนีจะโรงเรียนประจำออกไปซื้อไปเช่ามาอ่านให้ได้ โดนฝ่ายปกครองเอาไปเผาเอาราดน้ำให้ช้ำใจจนเสียน้ำตากันมากแล้ว เสียค่าปรับที่ให้ร้านเช่าไปก็เยอะ 5555

ที่นี่พอเรียนจบมัธยมเข้าสู่มหาวิทยาลัยทั้งเรียนทั้งทำงาน ก็เริ่มห่างจากนิยายที่ชอบ พอเริ่มทำงานประจำ วันๆแค่กลับถึงห้องเช่าปิดประตูห้องก็อยากจะมุดหมอนอย่างเดียว หลังลาออกจากงานกลับมาอยู่ต่างจังหวัด จึงได้มีโอกาสได้อ่านหนังสือออนไลน์ ความรู้สึกที่ว่าเราเคยอยากเขียนนิยายให้คนอื่นอ่านมันก็กลับมาอีกครั้ง จึงเริ่มต้นเขียนนิยายครั้งแรกด้วยวัยเลยกลางคนด้วยเหตุนี้

ฝากติดตามและช่วยติชมผู้เขียนด้วยนะคะ

ฉลองส่งท้าย

หลังจากที่ผ่านพ้นการฝึกหนัก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อเตรียมพร้อมเข้ารับราชการเป็นคุณหมอทหาร สมความตั้งใจของคุณพ่อที่เป็นนายทหารยศพันเอก และคุณแม่ผู้เป็นแพทย์หญิงด้านสูตินรีเวชแห่งโรงพยาบาลรัฐที่มีจำนวนประชาชนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่วัน ร้อยเอกหญิงแพทย์หญิงรสริน บุตรสาวคนเล็กประจำบ้าน ที่เป็นความหวังของทั้งพ่อและแม่ในการสืบทอดอาชีพที่ภาคภูมิใจ

ที่บอกว่าเป็นความหวังเดียวนั้นเพราะครอบครัวของเธอมีลูกแค่สองคน เนื่องจากบุตรชายคนเดียวของบ้านรวมทั้งเป็นพี่ชายของรสริน ไม่สนใจที่จะเป็นทั้งทหารและหมอ กลับชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขั้นแอบหนีไปเรียนทำอาหาร ต่อมาเปิดร้านอาหารเองเป็นเชฟที่ทั่วทั้งวงการให้การนับถือในความสามารถ ปัจจุบันมีร้านอาหารกระจายไปตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ต้องเดินทางไปมาตลอดเวลาเพื่อไปดูงานยังสาขาต่างๆ แต่เมื่อไหร่ที่กลับมาบ้านก็เข้าครัวแสดงฝีมือให้ที่บ้านได้ชิมของอร่อยๆ อยู่เสมอ รวมทั้งหนีบน้องสาวตัวเล็กเข้าครัวเพื่อถ่ายทอดเคล็ดวิชาการทำอาหาร ทำให้รสรินสามารถปรุงอาหารพื้นฐานและคิดค้นเมนูแปลกๆ มาทำให้เพื่อนๆ ที่อยู่หอพักนักศึกษาร่วมกันได้ชิม ซึ่งเพื่อนๆ ก็กล่าวชื่นชมว่ารสรินคือเชฟมิชลินสามดาว ประจำหอนั้นเอง
แต่ตอนนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงทหารยศร้อยเอก แพทย์หญิง หรือเชฟระดับมิชลินของเพื่อนๆ ชาวหอ ตอนนี้มีเพียงรสริน สาวนักเต้นโคฟเวอร์ศิลปินเกาหลี จะวงไหน ท่าไหนรสรินสามารถแกะและก๊อปปี้มาได้ทุกท่า มันคือการเที่ยวฉลองการจบหลักสูตร ส่งท้ายการฝึกหนักจนได้รับการประดับยศ รวมทั้งปลดปล่อยความเครียดจากการเรียนอย่างหนักในสาขาแพทย์ คืนนี้รสรินพร้อมเพื่อนกลุ่มใหญ่จึงนัดมาผับขนาดใหญ่ชื่อดังย่านทองหล่อ แหล่งเที่ยวแหล่งพบปะที่มีนักท่องราตรีมาผ่อนคลายดื่มกินเป็นจำนวนมาก
หลังเข้าออกดื่มกินมาถึงร้านที่สามของคืนนี้ เครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า บทเพลงผ่านไปทั้งสนุกสนานเต้นยับและเพลงเบาๆ กลุ่มพวกเธอก็สามารถร้องตามได้ทุกเพลง จนล่วงเลยเวลามาถึง ห้าทุ่มกว่า เพื่อนชายใจสาวของรสรินก็ฟุบลงกับโต๊ะ เนื่องจากเป็นคนที่คออ่อนที่สุดในกลุ่ม แก้วที่ยังคาอยู่ในมือร่วงตกพื้น เครื่องดื่มที่ยังเหลือครึ่งแก้วเจิ่งนองไปทั่วบริเวณโต๊ะที่กลุ่มพวกตนกำลังเต้น โดยที่ไม่มีใครในกลุ่มสังเกตเห็น

รสรินที่กำลังกระโดดโลดเต้นตามการให้จังหวะของดีเจบนเวที ไม่ได้สังเกตที่พื้นใต้ขาตัวเองคืนนี้เป็นคืนเที่ยวต้องใส่ชุดเครสรัดรูปและรองเท้าสูงที่สูงปรี๊ดเท่านั้น เกิดลื่นจนหงายหลังหัวฟาดกับขอบสเต็ปขั้นบันไดที่หน้าเวที ก่อนสติจะดับรสรินเห็นเพื่อนๆ กำลังช่วยกันประคองศีรษะของเธอให้นอนราบ เพื่อนสาวบั้ดดี้ของเธอกำลังกดโทรศัพท์อย่างเร่งรีบ เสียงเพลงเงียบลง แสงไฟก็ดับมืดไป
อ่าาาาาาาา ทำไมแสงมันแยงตาขนาดนี้ คงเป็นเพราะเธอลืมตาเร็วเกินไปทำให้ปรับสายตารับไม่ทัน นี่เธออยู่โรงพยาบาลใช่มั้ย!! หลังจากล้มหงายหลังหัวฟาดขอบปูนเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย แต่ทำไมเพดานถึงเป็นหญ้าคาละ หันไปหัวเตียงไม่มีสายน้ำเกลือ แล้วเสียงคนร้องไห้ข้างๆ นี่คุณแม่สินะ เธอจึงหันไปแต่ปรากฏร่างสตรีใส่ชุดเหมือนในหนังจีนโบราณ

ใคร???? มันต้องมีเพื่อนคนไหนเล่นตลกกับเธอแน่ๆเลย นี้ฉันเมาจนภาพตัดเลยใช่ไหม

ทั้งทีที่สบตากันสตรีคนนั้นก็ปล่อยโฮ ลุกขึ้นมากอดเธอพร้อมทั้งเรียกเธอว่าลูก "เหมยฮวา เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหน แม่ผิดเองที่ดูแลเจ้าไม่ดี ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเยี่ยงนี้"

อีหยังล่ะ!!!! ไอ้พวกนี้ถึงกับจ้างนักแสดงมาอำกันเลยหรอ แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงร้องไห้ขนาดนี้ล่ะ

รสรินนิ่งเงียบไป สบตาคนที่เรียกตัวเองว่าลูก สายตาบ่งบอกว่ากำลังสับสนมึนงง จนหลีอี้นั่ว ถึงกับน้ำตาร่วง สะเทือนใจหนักมากกว่าเดิม ที่บุตรสาววัยแปดหนาวคนเดียวของตนมีอาการความจำเสื่อมจำตนเองไม่ได้

เนื่องจากก่อนหน้านี้สามวันที่แล้ว บุตรสาวได้ไปช่วยตนเองซักเสื้อผ้าที่ลำธาร เกิดลื่นหินที่มีตะไคร่น้ำหงายหลังหัวฟาดพื้น ตนจึงรีบอุ้มร่างกายที่ผอมแห้งมีขนาดตัวที่เล็กกว่าอายุจริง เนื่องจากขาดการบำรุงที่เหมาะสมกับช่วงวัยทั้งยังต้องช่วยงานมารดา กลับมาที่บ้านและรีบไปตามหมอในหมู่บ้านมาช่วยดูอาการ ท่านได้กล่าวว่าบุตรสาวได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ให้สังเกตอาการ ถ้าฟื้นแล้วมีอาการมึนงงจำความไม่ได้ ก็ให้พยายามพูดคุย

ลู่เหมยฮวา อายุยังน้อย สามารถฟื้นตัวได้เร็ว

วิญญาณย้ายร่าง1

ขณะที่หลีอี๋นั่ว มารดาของร่างกำลังฟูมฟายเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้ลูกได้รับบาดเจ็บรวมทั้งกังวลว่าบุตรสาวจะจำเรื่องราวไม่ได้อยู่นั้น อยู่ดีๆ รสรินก็รู้สึกว่ามีแสงพุ่งแวบมาที่ตา เจ็บจี้ดไปถึงสมองของเธอ จนถึงกับส่งเสียงกรีดเสียงร้องออกมา "กรี๊ดดดดดดดด เจ็บๆๆ โอ๊ยทำไมเจ็บอะไรอย่างนี้ เจ็บจนจะขาดใจตายแล้ว" ร่างกายเล็กๆ ดิ้นไปมา มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมรอบศีรษะ ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสงสาร

พลางทำให้มารดายิ่งทำอะไรไม่ถูกได้แต่ส่งเสียงถามว่า

"เหมยเออร์ เจ้าเป็นอะไร เจ็บตรงไหนบอกแม่มาลูก" ซ้ำๆ พร้อมกับคิดว่าหากตนเจ็บแทนลูกได้ตนก็ยินดี สำหรับคนเป็นแม่แล้วการที่ต้องเห็นลูกเจ็บทุรนทุรายมันทรมานยิ่งนัก

เวลาผ่านไปชั่วสิบลมหายใจเข้าออก รสรินที่กำลังเจ็บปวดจนแทบจะสิ้นสติ จู่ๆ ก็มีความทรงจำของร่างเก่าเข้ามาในศีรษะ ร่างนี้มีชื่อว่า ลู่เหมยฮวา อายุแปดขวบเป็นลูกกำพร้าพ่อ เนื่องจากบิดาเสียชีวิตด้วยโรคไข้ป่าเมื่อตอนที่ร่างนี้อายุได้ห้าหนาว สตรีที่นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ชื่อหลีอี๋นั่วเป็นมารดาของเด็ดน้อยคนนี้

หลังจากสามีจากไป ในช่วงแรกนั้นก็ยังอาศัยรวมชายคากับครอบครัวฝั่งสามี พอนานวันเข้า พี่ชายสามีที่ช่วยดูแลครอบครัวของนางต้องการที่จะรับนางเป็นภรรยาอีกคน ทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ ต่อหน้าสามีไม่กล้าว่ากล่าวด้วยสังคมที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ในบ้าน แต่ลับหลังจะมาว่ากล่าวกระแนะกระแหน ซึ่งตัวนางก็นิ่งเงียบไม่กล้าตอบโต้ เนื่องด้วยเคารพว่าอีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ อีกทั้งยังต้องอาศัยร่วมชายคานานวันเข้าด้วยนางไม่สู้คนทำให้อีกฝ่ายได้ใจกลั่นแกล้งหนักขึ้นทั้งใช้งานสารพัดสร้างเรื่องมาปรักปรำ จนถึงขนาดรังแกทุบตีบุตรสาวกำพร้าของนาง ทำให้นางตัดสินใจที่จะออกมาเช่าที่ดินของคนในหมู่บ้าน สร้างกระท่อมหลังน้อย อาศัยอยู่กับลูกสองคน

รวมทั้งตัดความหวังของพี่ชายสามีโดยการปฏิเสธที่จะเป็นภรรยาคนที่สอง ด้วยนางนั้นแต่งเข้ามาเป็นภรรยาของน้องชาย นางก็ถือว่าเป็นน้องสาวของพี่เขา จะแต่งให้คนที่นางเคารพเป็นพี่ชายได้อย่างไร

หลังจากที่ความทรงจำของร่างเก่า เข้ามาจนครบถ้วนแล้ว รสรินก็คลายความเจ็บปวด หลับตาลงเพื่อตั้งสติ พระเจ้า! มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมเธอขึ้นย้ายมาร่างนี้ แล้วร่างของเธอละ เธอตายแล้วหรอ แล้ววิญญาณของเจ้าของร่างนี้ไปไหน เธอจะได้กลับไปร่างเดิมมั้ย พลันคิดถึงพ่อแม่ พี่ชาย เพื่อนๆ ที่จากมา น้ำตาก็ร่วงออกมาช้าๆ ทั้งที่ยังหลับตา พ่อแม่จะเสียใจแค่ไหนที่ลูกสาวที่รักและเป็นความหวังต้องมาจากไป พี่ชายคงช็อก เพื่อนๆ คงคิดถึงเธอ ด้วยผ่านช่วงเวลาทั้งสุขทุกข์มาด้วยกันตั้งหลายปี

"เหมยเออร์ เดี๋ยวแม่ไปหาข้าวต้มยามาให้เจ้า หลังกินข้าวแล้วจะได้นอนพัก"นางหลีอี้นั่วกล่าวขึ้น เมื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่มีอาการเจ็บปวด แล้วก็เดินไปเข้าครัว เตรียมอาหารและยา ทิ้งไว้เพียงรสรินหรือร่างนี้ที่ชื่อลู่เหมยฮวา ให้นอนคิดไม่ตก ว่าจะเอายังไงกับชีวิตตอนนี้ดี

ทำไมเธอถึงต้องตายทั้งที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองเลย เพิ่งเรียนจบแพทย์เพิ่งฝึกทหารเสร็จ ทุนหลวงก็ยังไม่ได้ใช้ความตั้งใจของเธอคือได้บรรจุลงในพื้นที่ชนบทที่ขาดแคลนหมอ ประชาชนส่วนมากของประเทศยังเข้าไม่ถึงระบบการบริการทางด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง

อีกฝั่งกลับไปยังยุคปัจจุบัน หลังจากที่รสรินจากไปได้สิบวัน พิธีศพของเธอได้ผ่านไปแล้ว

“ลูกแม่ ทำไมจากแม่ไปเร็วยังนี้ล่ะ” หญิงวัยกลางคนกอดรูปรสรินที่ยิ้มสดใสในชุดนักศึกษาแพทย์

“แม่ครับหักห้ามใจเถอะนะครับ น้องจากเราไปแล้วคุณแม่อย่าร้องไห้อีกเลยนะครับ เธอจะมีห่วง” เกรียงไกรพี่ชายคนเดียวของรสรินกอดแพทย์หญิงรุ่งทิพย์ผู้เป็นมารดา

“ไกร แม่คิดถึงน้อง” ตลอดเวลาที่ลูกทั้งสองเกิดมาเธอต้องอุทิศเวลาในการรักษาคนไข้ เข้าเวรไม่เป็นเวลาจนไม่มีความสามารถเลี้ยงดูพวกเขา สามีก็เป็นทหารต้องไปอยู่ชายแดน สุดท้ายก็เลือกที่จะจ้างพี่เลี้ยง เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้าน สร้างความตกใจให้แก่ลูกๆ ทั้งเกรียงไกรและรสรินกลับเลือกที่จะวิ่งไปหาพี่เลี้ยงไม่ใช่เธอที่เป็นแม่

ต่อมาเมื่อโตขึ้นเธอตัดสินใจที่จะให้ลูกๆ ไปอยู่โรงเรียนประจำ นานๆ ครั้งเธอถึงจะไปรับพวกเขากลับบ้าน รสรินจึงผูกพันกับพี่ชายมากว่าพ่อและแม่

เธอยังไม่ได้กอดและอยู่ข้างลูกอย่างที่ควรจะเป็นตอนนี้รสรินได้จากไปยังไม่มีวันกลับ เธออยากชดเชยเวลาเหล่านั้นให้ลูกเหลือเกิน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...