โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยอดส่งออกรถยนต์เดือน ก.พ. พุ่ง 11.42% ส่วนยอดขายในประเทศร่วง 3.94%

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มี.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • The Bangkok Insight

"ส.อ.ท." เผยยอดส่งออกรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 88,525 คัน พุ่ง 11.42% ส่วนยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 165,612 คัน เพิ่มขึ้น 6.39% ขณะที่ยอดขายอยู่ที่ 71,551 คัน ลดลง 3.94%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ส่งออกได้ 88,525 คัน เพิ่มขึ้น 11.42% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) มากขึ้น จึงผลิตส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะเพิ่มขึ้น 50.04% และ 7.44% ตามลำดับ ทำให้ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตะวันออกกลาง อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ส่งออกรถยนต์

ยอดผลิตรถยนต์

สำหรับจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มีทั้งสิ้น 165,612 คัน เพิ่มขึ้น 6.39% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากได้รับชิ้นส่วนชิปเพิ่มขึ้น จึงผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 16.17% และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 6.39% และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2566 ที่ 2.02% ส่งผลในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) มีจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ทั้งสิ้น 327,939 คัน เพิ่มขึ้น 6.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายรถยนต์

ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 71,551 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2566 ที่ 9.11% แต่ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 3.94% ลดลงจากการผลิตรถกระบะเพื่อการขนส่งลดลงถึง 54.13% เพราะขาดชิ้นส่วนชิป ส่งผลให้ยอดขายรถกระบะลดลงถึง 23.5%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์

ยอดส่งออกรถยนต์

เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ส่งออกได้ 88,525 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 2% และเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ 11.42% เพิ่มขึ้นเพราะได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นจึงผลิตส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะเพิ่มขึ้น 50.04% และ 7.44% ตามลำดับ ทำให้ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตะวันออกกลาง อเมริกากลางและอเมริกาใต้

"สถานการณ์ชิปทั่วโลกดีขึ้นตั้งแต่ช่วง ส.ค. 65 เนื่องจากโควิด-19 คลี่คลาย ความต้องการใช้ชิปเพื่อผลิตแล็ปท็อปลดลง จำนวนชิปจึงเพียงพอต่อการผลิตรถยนต์ ส่งผลให้ยอดส่งออกของไทยตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค. 65-ก.พ. 66 ดีขึ้น จึงคาดการณ์ว่าปีนี้ยอดส่งออกจะอยู่ที่ 1,050,000 คัน ใกล้เคียงกับก่อนเกิดโควิดเมื่อปี 62 ที่ 1,054,000 คัน ตั้งเป้ายอดขายในประเทศ 9 แสนคัน ซึ่งคาดว่าเป็นไปได้หากสถานการณ์เหมือนช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังต้องจับตาสถานการณ์สงคราม และเศรษฐกิจ" นายสุรพงษ์ กล่าว

ส่งออกรถยนต์

ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง

  • ประเภทไฟฟ้า (BEV) : เดือนกุมภาพันธ์ 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 7,536 คัน เพิ่มขึ้น 763.23% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2565
  • ประเภท HEV : เดือนกุมภาพันธ์ 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 7,921 คัน เพิ่มขึ้น 47.70% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2565
  • ประเภท PHEV : เดือนกุมภาพันธ์ 2566 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,249 คัน เพิ่มขึ้น 30.51% จากเดือนกุมภาพันธ์ 2565

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) มีตัวเลขจดทะเบียนถึง 5,402 คัน สูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกจำนวนจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึง 5,061.16% และมีสัดส่วนถึง 7.85% ของยอดรวมรถยนต์นั่ง ถ้ารวมรถยนต์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊กตามประเทศอื่น ๆ จะมีสัดส่วน 9.67% ของยอดจดทะเบียนรวมทั้งหมด

ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายส่งเสริมกระตุ้นการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล จึงทำให้ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้รถยนต์ไฟฟ้าอันดับต้น ๆ เข้ามาตั้งฐานผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจและสามารถเลือกซื้อรุ่นรถตามความนิยมของตนได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...