โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อลิอันซ์ กำไรนิวไฮ 4.9 แสนล้าน ปี 66 เบี้ยธุรกิจประกันชีวิตในไทยโต 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2566 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2566 เวลา 01.00 น.
AFP Photo

กลุ่มอลิอันซ์ กำไรปี 2565 ทำนิวไฮ 4.9 แสนล้านบาท โต 5.7% แรงส่งพอร์ตประกันทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด-ประกันชีวิตและสุขภาพ ด้าน ‘อลิอันซ์อยุธยาฯ’ ตั้งเป้าเบี้ยรวมปี 66 โต 10% แตะ 3.7 หมื่นล้านบาท

อลิอันซ์ กำไรนิวไฮ 4.9 แสนล้านบาท

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 มร.โอลิเวอร์ เบเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2565 ของกลุ่มอลิอันซ์ มีรายได้และกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% จากปี 2564 มาอยู่ที่ 1.527 แสนล้านยูโร หรือประมาณ 5.27 ล้านล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.7% มาอยู่ที่ 1.42 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 4.9 แสนล้านบาท

จากผลประกอบการที่ดีเยี่ยมของประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (Property-Casualty) และประกันชีวิต/สุขภาพ ในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนเพื่อความมั่นคง (Solvency II capitalization) อยู่ที่ 201% (ณ สิ้นไตรมาส 4/2565)

“ตอกย้ำสถานะอันแข็งแกร่งของอลิอันซ์ในฐานะสถาบันการเงินระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด มีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดีเยี่ยมและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด โดยผลการดำเนินงานของอลิอันซ์ที่ยอดเยี่ยมนี้ เป็นผลจากการวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง และการบริหารจัดการเงินทุนอย่างมีวินัย” มร.โอลิเวอร์ กล่าว

เป้าเบี้ย 3.7 หมื่นล้าน โต 10%

มร.โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต (AZAY) กล่าวว่า ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (GWP) จะอยู่ที่ 3.77 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบจากปีก่อน และเบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) 7.7 พันล้านบาท มาจากช่องทางตัวแทนประกันชีวิต 3.5 พันล้านบาท ช่องทางขายผ่านธนาคารกรุงศรี 2.4 พันล้านบาท

ช่องทางขายตรง (Direct Marketing) 1.6 พันล้านบาท และช่องทางประกันกลุ่ม (employee benefit) 200 ล้านบาท (โดยมีเบี้ยรับรวมของประกันกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 พันล้านบาท) ขณะที่พอร์ตเบี้ยรับปีแรกจากสินค้าประกันสุขภาพ ตั้งเป้า 2.5 พันล้านบาท เติบโต 16%

“ผลประกอบการช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ถือว่าเห็นสัญญาณที่ดีมาก ๆ ซึ่งเป็นการเปิดต้นปีที่สดใส และคาดว่าจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้โตได้โดดเด่น”

โดยแผนกลยุทธ์ปีนี้เราจะมุ่งเน้นผ่าน 4 เสาหลักคือ

  • Faster Growth สร้างการเติบโตแบบเร่งรัด โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นช่องทางหลักในการสร้างเบี้ยรับปีแรกและกำไร โดยปีนี้ได้ทำการเปิดตัวโปรแกรมใหม่ The Franchise Builder มุ่งผลักดันสร้างตัวแทนระดับผู้บริหารให้เพิ่มจำนวนยิ่งขึ้น
  • Product Leadership มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และครอบคลุมทุกความต้องการคุ้มครองสุขภาพของลูกค้าทุกกลุ่ม อีกทั้งวางแผนเติบโตพอร์ตประกันควบการลงทุน (Unit-linked) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565 มีการเปิดตัวสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ UDR เพื่อใช้แนบกับประกันควบการลงทุนโดยเฉพาะ รวมทั้งเปิดตัวกองทุนต่างประเทศ และในปีนี้ยังจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
  • Operating Profit การสร้างผลกำไรจากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ AI เข้ามาช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำเสอนสินค้าตรงกับความต้องการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Franchise Stronger บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการสร้างความผูกพันธ์ระหว่างพนักงานกับองค์กร โดยเราได้รับคะแนน NPS Score ซึ่งเป็นคะแนนในด้านความพึงพอใจของลูกค้าเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และได้คะแนน AES Score ซึ่งเป็นคะแนนในด้านความผูกพันธ์ของพนักงานต่อองค์กร สูงเป็นอันดับ 2 จากบริษัทในเครืออลิอันซ์ทั่วโลก

เบี้ยประกัน 3.43 หมื่นล้าน โต 7%

สำหรับในปี 2565 ที่ผ่านมา ถือว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในทุกช่องทางการขาย โดยผลการดำเนินของบริษัทเติบโตเหนือตลาด มีเบี้ยรับรวมเข้าเป้าอยู่ที่ 3.43 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เทียบจากปี 2564 ในขณะที่อุตสาหกรรมติดลบ 1% (ณ สิ้นเดือน พ.ย.2565)

“สาเหตุที่อุตสาหกรรมติดลบ 1% นั้นคาดว่ามาจากมีผู้เล่นหลายรายมียอดขายสินค้าแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว (ซิงเกิ้ลพรีเมียม) ที่ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นตัวฉุดเบี้ยในตลาด เพราะสินค้าดังกล่าค่อนข้างมีผลกระทบต่อความผันผวนเรื่องอัตราดอกเบี้ยในตลาด”

เบี้ยขายผ่าน ‘ตัวแทน-แบงก์’ พุ่ง

และมีเบี้ยรับปีแรกรายปีอยู่ที่ 7 พันล้านบาท เติบโตกว่า 15% ในขณะที่อุตสาหกรรมโต 7.5% โดยมาจากช่องทางตัวแทนประกันชีวิต 2.9 พันล้านบาท เติบโต 25% ซึ่งเป็นช่องทางที่สำคัญที่สุด และช่องทางขายผ่านธนาคารกรุงศรีฯ 2.7 พันล้านบาท เติบโต 17%

ช่องทางช่องทางขายตรง (Direct Marketing) 1.4 พันล้านบาท ลดลง 3% และช่องทางประกันกลุ่ม (employee benefit) 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% (เบี้ยรับรวมของประกันกลุ่มอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท)

โดยสินค้าประกันสุขภาพยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุด มีเบี้ยรับปีแรกเติบโตถึง 11% ในขณะที่อุตสาหกรรมโต 7.7%

ทั้งนี้ปัจจุบันเบี้ยประกันของบริษัท หลัก ๆ มาจากพอร์ตสินค้าคุ้มครองสุขภาพ 55% ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน 6% และประกันออมทรัพย์และอื่น ๆ อีกประมาณ 35%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...