โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แมวกำลังครองโลก (หนังสือ)? วรรณกรรมญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับ ‘แมว’ ขายดีทั้งในและนอกประเทศ

TODAY

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 21.29 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 14.29 น. • workpointTODAY

ทุกคนชอบพูดว่าแมวจะครองโลก ซึ่งก็อาจใกล้ความจริงแล้วก็ได้ อย่างในโลกออนไลน์เชื่อว่าทุกคนเคยผ่านตากับ “มีมแมว” ที่อาจปรากฎบนหน้าฟีดของหลายๆ คน แทนการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ส่วนที่ญี่ปุ่น ดูเหมือนว่าเหล่าแมวเหมียวยังได้ชิงพื้นที่โลกหนังสือไปครอบครองได้แล้ว เมื่อนักเขียนญี่ปุ่นผลิตวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับแมว มีแมวเป็นตัวเอก หรือเป็นตัวละครที่สำคัญในเรื่องออกมามากมายในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา และความนิยมในวรรณกรรมแมวญี่ปุ่นนี้ยังแผ่ขยายไปยังตลาดนอกประเทศอีกด้วย

บทความ “How Japan’s ‘cat lit’ lures fans abroad” ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Nikkei Asia ระบุว่า ครั้งแรกที่วรรณกรรมเกี่ยวกับแมวของนักเขียนญี่ปุ่นเป็นที่สนใจของนักอ่านต่างชาติคือราวกลางทศวรรษ 2010 แต่ตอนนี้วรรณกรรมแมวแทบจะกลายเป็นกลุ่มย่อยของวรรณกรรมประเภทหนึ่งไปแล้ว

‘ลูอิส ฮีล คาไว’ นักแปลวรรณกรรมภาษาญี่ปุ่นชื่อดังบอกว่า แต่ก่อนเมื่อพูดถึงโลกวรรณกรรมญี่ปุ่นบรรดาสำนักพิมพ์ล้วนให้ความสนใจไปที่ ‘ฮารูกิ มูราคามิ’ นักเขียนชาวญี่ปุ่นที่โด่งดังและเป็นเจ้าของผลงานนิยายยอดนิยมมากมายที่ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา แต่ตอนนี้ความสนใจของสำนักพิมพ์เหล่านี้หันไปที่ ‘แมว’

แม้ตอนนี้ญี่ปุ่นมีประชากรแมวที่ถูกเลี้ยงในฐานะสัตว์เลี้ยงราว 9.1 ล้านตัว แต่แมวที่เลี้ยงกันอยู่ตามบ้านเรือนนั้นไม่ใช่สัตว์พื้นถิ่นของญี่ปุ่น โดยเชื่อกันว่าพวกมันถูกนำเข้ามาจากจีนพร้อมกับการเผยแผ่พุทธศาสนา

บทความจาก Nikkei Asia ระบุว่าบันทึกฉบับแรกที่เกี่ยวกับแมวที่ปรากฏในญี่ปุ่นสามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึง ค.ศ. 889 ที่พูดถึงจักรพรรดิหนุ่มองค์หนึ่งตรัสชื่นชมแมวในฐานะสัตว์สายพันธุ์จากต่างถิ่นที่ทรงได้รับเป็นของขวัญว่า “มีขนฟูเหมือนน้ำหมึกสีเข้มที่สุด” มีเสียงร้องเหมียวเหมือนเสียงร้องอันโดดเดี่ยวของ “มังกรดำที่ลอยอยู่เหนือเมฆ” และยังตรัสว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่ามันเหนือกว่าแมวตัวอื่นทุกตัว” เป็นการตบท้าย สะท้อนให้เห็นว่าจักรรดิหนุ่มพระองค์นี้ได้ทรงถูก “ตก” ให้เป็นทาสแมวตัวดังกล่าวไปแล้วเรียบร้อย

หลังจากนั้น ก็มีการพูดถึงแมวในนิทานพื้นบ้านทั้งในฐานะแมวกวักนำโชคและปีศาจกินซากศพ โดยหลังการฟื้นฟูเมจิปี 1868 เมื่อญี่ปุ่นเปิดประตูสู่โลกภายนอกและรับแนวคิดและความเป็นตะวันตกเข้ามา ซึ่งนั่นรวมถึงรูปแบบวรรณกรรมแบบตะวันตก ก็ทำให้เกิดผลงานวรรณกรรมชื่อ “I Am a Cat” ของนักเขียน ‘นัตสึเมะ โซเซกิ’ (วรรณกรรมเรื่องนี้ยังถูกแปลเป็นภาษาไทยชื่อ “อันตัวข้าพเจ้านี้คือแมว”) ซึ่งถูกตีพิมพ์ตอนแรกครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 1905 ในนิตยสารและได้รับความนิยมอย่างสูง ขณะที่ในผลงานวรรณกรรมของมูราคามิ นักเขียนชื่อดังร่วมสมัย ก็มีแมวปรากฏอยู่บ่อยครั้งด้วยเช่นกัน

และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์วรรณกรรมที่มีแมวก็ยิ่งเฟื่องฟู โดยข้อมูลจากหอสมุดแห่งชาติของญี่ปุ่น (National Diet Library) ระบุว่า จำนวนหนังสือญี่ปุ่นเกี่ยวข้องกับแมว มีคำว่าแมวอยู่ในชื่อเรื่องที่ถูกตีพิมพ์นั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 และเพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2011 สวนทางกับวรรณกรรมเกี่ยวกับเจ้าตูบที่ลดลงตั้งแต่ปี 2005 ก่อนถูกงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับแมวแซงหน้าไปในปี 2008

วรรณกรรมญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับแมวยังดูเหมือนกำลังอยู่ในช่วงความนิยมขาขึ้นในตลาดต่างประเทศด้วย โดย ‘เจน ลอว์สัน’ (Jane Lawson) รองผู้จัดพิมพ์ของ Doubleday Books สำนักพิมพ์ในเครือของ Penguin Random House ซึ่งเป็นธุรกิจสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของโลกบอกว่า เธอตัดสินใจเลือกวรรณกรรม “The Guest Cat” โดยนักเขียนและนักแต่งกลอนชาวญี่ปุ่น ‘ทาคาชิ ฮิราอิเดะ’ (Takashi Hiraide) ซึ่งเล่าเรื่องราวความผูกพันของแมวแปลกหน้ากับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งมาตีพิมพ์ก็เพราะ เธอถูก “ตก” จากดวงตาสีเขียวของรูปวาดเจ้าเหมียวหน้ากลมบนปกหนังสือเล่มดังกล่าวที่วางอยู่บนชั้น ซึ่งวรรณกรรมแมวเล่มนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศด้วย

ยังมีหนังสือนิยายแมวๆ อีกหลายเรื่องที่ถูกแปลและตีพิมพ์โดย Doubleday Books และกลายเป็นวรรณกรรมเกี่ยวกับแมวที่ครองใจนักอ่านในตลาดต่างประเทศ เช่น “The Travelling Cat Chronicles” ที่ขายไปแล้วกว่า 1 ล้านเล่ม “She and Her Cat” ซึ่งเรื่องนี้ยังได้ถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “เธอและแมวตัวนั้น” และ “We’ll Prescribe You a Cat” โดยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของนักเขียนชาวญี่ปุ่น

รองผู้จัดพิมพ์ของ Doubleday Books บอกว่าหนังสือเกี่ยวกับแมวส่วนใหญ่ของสำนักพิมพ์จะมียอดขายมากกว่า 100,000 เล่ม ในขณะที่หนังสืออื่นๆ ร้อยละ 90 มียอดขายต่ำกว่า 2,000 เล่ม ตัวเลขยอดขายนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าหนังสือเกี่ยวกับแมวได้รับความนิยมมากขนาดไหน

แม้ยากจะฟันธงว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ให้หนังสือเกี่ยวกับแมวได้รับความนิยม แต่ Nikkei Asia รายงานอ้างอิงผู้จัดพิมพ์หลายรายที่บอกว่าอินสตาแกรมและติ๊กต็อกมีส่วนสำคัญ โดยภาพปกสวยๆ รูปแมวทำงานเรียกร้องความสนใจของนักอ่านได้ดีผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ และคนชอบหนังสือก็มักจะชอบไอเดียของการมีเพื่อนเป็นแมวเหมียวที่ชอบความเงียบสงบ

นอกจากนี้ อนิเมะและมังงะญี่ปุ่นที่มีแมวเป็นตัวละครเอกก็ถูกมองว่ามีส่วนทำให้คนสนใจเรื่องแมวๆ ของญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมก่อนจะเริ่มอ่านวรรณกรรมแมวของนักเขียนญี่ปุ่น ขณะที่ ‘เอลิสัน ฟลินเชอร์’ (Alison Fincher) นักจัดรายการพอดแคสต์เกี่ยวกับวรรณกรรมญี่ปุ่นระบุว่า การมีภาพแมวอยู่บนปกหนังสือได้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้วว่า หนังสือพวกนั้นจะเป็นเล่มที่อ่านเพื่อการ “ฮีลใจ” มีคนมากมายที่ใช้วิธีการอ่านวรรณกรรมเกี่ยวกับแมวเพื่อเป็นวิธีการในการรับมือกับปัญหาบางอย่างที่ส่งผลต่ออารมณ์หรือจิตใจที่พวกเขาต้องเจอด้วย

ทำไมใครๆ ก็เป็นทาสแมว

นอกจากมีแมวในหนังสือมากมายแล้ว ในญี่ปุ่นแมวยังปรากฏอยู่ในงานศิลปะประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรืออิโมจิที่ใช้กันในโลกออนไลน์ แมวแทบจะกลายเป็นอีกภาพลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปแล้ว

รายงานเมื่อปี 2017 ของเว็บไซต์ Nippon.com ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางสังคมของญี่ปุ่นเป็นปัจจัยสำคัญทำให้คนสนใจเรื่องแมว กลายเป็นพ่อแม่แมว (และทาสแมว!) เนื่องจากญี่ปุ่นมีอัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง คนมีครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น นี่เปิดทางให้เจ้าเหมียวได้ค่อยๆ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของบ้าน มีครัวเรือนมากมายที่เลี้ยงแมวในฐานะสมาชิกของครอบครัวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง คนที่ไม่มีลูกหรือเลือกที่จะไม่มีลูก ก็เลี้ยงแมวเป็นลูกแทน

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของญี่ปุ่นยังมาในรูปแบบของการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่งรวดเร็วและคนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองใหญ่โดยต้องอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด นี่ทำให้แมวดูจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพื้นที่เล็กๆ และยังง่ายกว่าสำหรับคนสูงอายุในการดูแล เพราะไม่จำเป็นต้องพาเจ้าเหมียวออกไปเดินเล่นทุกวันเหมือนการเลี้ยงสุนัข ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถูกมองว่ามีผลที่ทำให้จำนวนประชากรสุนัขในญี่ปุ่นที่ถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงลดลงจากเกือบ 12 ล้านตัวในปี 2011 ลงมาเหลือราว 6.8 แสนในปี 2023

ไม่เพียงแค่ในญี่ปุ่น ข้อมูลจากเว็บไซต์ petfoodindutry.com รายงานอ้างอิง ‘แมททิแอส คอช’ (Matthias Koch) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารของ Anibene ผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงยักษ์ใหญ่ที่กระจายสินค้าจากยุโรปมายังเอเชียที่ระบุว่า ในหลายประเทศในเอเชียรวมถึงจีน จำนวนของแมวในฐานะสัตว์เลี้ยงเริ่มแซงหน้าสุนัขตั้งแต่ปี 2021 โดยปัจจัยมาจากทั้งการระบาดใหญ่ของโควิด การขยายตัวของเมืองที่เพิ่มขึ้นที่ทำให้คนต้องย้ายมาอยู่ในที่พักที่ขนาดเล็กลง การเลี้ยงแมวจึงได้รับความนิยมมากกว่า ในขณะที่จำนวนประชากรสุนัขขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ยังคงที่หรือเริ่มลดลงในบางประเทศในเอเชีย

เอเชียไม่ใช่ที่เดียวที่คนเลี้ยงแมวมากขึ้น โดยในยุโรปที่คนอาศัยอยู่ในที่พักอาศัยที่เล็กลงก็มีแนวโน้มแบบเดียวกัน ข้อมูลจาก FEDIAF ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในยุโรประบุว่าจำนวนแมวมากกว่าสุนัขที่ 127 ล้านตัวต่อ 104 ล้านตัว

ส่วนในสหรัฐฯ จำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงลูกแมวก็เพิ่มขึ้นในขณะที่จำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงลูกสุนัขลดลง โดย ‘เดวิด สปริงเคิล’ (David Sprinkle) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของ Packaged Facts ระบุว่าจำนวนครัวเรือนในสหรัฐอเมริกาที่มีลูกสุนัขอายุต่ำกว่า 1 ปี ลดลงจาก 5.6 ล้านครัวเรือนในปี 2014 เหลือ 4.4 ล้านในปี 2023 แต่ขณะเดียวกัน ครัวเรือนที่มีลูกแมวเพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านเป็น 3.9 ล้านในช่วงเวลาเดียวกัน

หรือแม้แต่ในอเมริกาใต้ที่ในประเทศส่วนใหญ่ดูเหมือนคนจะชอบหมามากกว่าแมว จนถึงปี 2023 ยอดขายอาหารแมวก็เพิ่มขึ้นที่อัตราเติบโตร้อยละ 7 ต่อปี ส่วนยอดขายอาหารสุนัขโตที่ร้อยละ 5

ที่มา
https://asia.nikkei.com/Editor-s-Picks/Tea-Leaves/How-Japan-s-cat-lit-lures-fans-abroad
https://www.nippon.com/en/currents/d00344/
https://mainichi.jp/english/articles/20240111/p2a/00m/0li/025000c#:~:text=The%20overall%20number%20of%20pet,increase%20of%2023%2C000%20from%202022)).
https://www.petfoodindustry.com/blogs-columns/adventures-in-pet-food/blog/15637375/cats-cat-food-growing-in-asia-and-around-the-world

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...