โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อก! อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ เผยเรื่องที่ไม่มีใครรู้ เป็นมะเร็งต่อมไทมัส ระยะที่ 2

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 พ.ค. 2567 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 03.56 น. • The Bangkok Insight

ช็อก! อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ เผยเรื่องที่ไม่มีใครรู้ เป็นมะเร็งต่อมไทมัส ระยะ 2 คุณหมอให้คำแนะนำว่าต่อมพวกนี้ บางครั้งมันจะเกิดมาได้เป็นปกติอยู่แล้ว

ก่อนอื่นต้องขอส่งกำลังใจให้กับดาราดัง อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ที่ได้ออกมาเผยเรื่องราวที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ว่าเธอนั้นเพิ่งผ่านพ้นการรักษากับการป่วยเป็นโรคทะเร็งต่อมไทมัส ระยะที่2 ซึ่งเธอได้เข้ารับการผ่าตัดแล้ว

ช็อก! อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ เผยเรื่องที่ไม่มีใครรู้ เป็นมะเร็งต่อมไทมัส ระยะ 2

ล่าสุด (9 พ.ค.) อร ได้ออกมาเผยเรื่องที่ไม่มีใครรู้ว่าต่อสู้กับมะเร็ง ผ่านรายการ แฉ พร้อมเล่าอาการที่พบเจออย่างละเอียด โดยเธอบอกว่า หลายคนคิดว่ามันน่ากลัว แต่มันก็ยังดีกว่าโรคติดต่อกับการสัมผัส เจอกัน แบบนั้นเราไม่สามารถอยู่ร่วมกันคนอื่นได้ แต่มะเร็งมันอยู่กับตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลรักษาตัวเอง และรักษามะเร็งไปควบคู่กันด้วย

เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อปีที่แล้ว คือตอนแรกจริง ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็น เพราะกินอาหาร พักผ่อน ดูแลตัวเองดีมาก แต่ตอนจะไปถ่ายละคร เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หายไม่ทั่วท้อง ก็เลยบอกกองถ่ายว่าขออนุญาตไปโรงพยาบาลก่อน เพราะตอนนี้ไม่ไหวแล้ว หายใจไม่ออกเลย ไม่หายใจลงข้างล่างเลย มันเจ็บหน้าอกไปหมดเลย

ไม่มีสัญญาณเลย?
คือก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณอะไรเลย ไม่มีสาเหตุอะไรเลย ไม่เคยนอนโรงพยาบาล ไม่เคยไปรักษาโรคอะไรเลย และแน่นหน้าอกเจ็บบริเวณหน้าอก เวลาหายใจแล้วเจ็บ ก็เลยไปหาหมอ

ก็คิดว่าเราจะเป็นโรคหัวใจไหม หรือเป็นโรคอย่างอื่นไหม ก็คือให้คุณหมอตรวจ จนวัดคลื่นหัวใจ วัดอะไรหมดเลย คุณหมอเลยให้เอ็กซเรย์ดูดีกว่า เพราะมันอยู่บริเวณทรวงอก

ปรากฎว่าไปเจอก้อนต่อมไทมัส ซึ่งต่อมนี้มันอยู่ระหว่างกลางหัวใจและปอด ครั้งแรกที่ได้ยิน คือคิดว่าร่างกายเรามันมีต่อมนี้ด้วยเหรอ เราไม่เคยได้ยินเลย

คุณหมอก็บอกว่ามันอาจจะเจอน้อยนะ แต่ว่ามันจะไม่ร้ายแรง เราฟังแล้วก็อ๋อ สบายใจ ว่ามันไม่ได้ร้ายแรง แต่เคสของต่อมไทมัสเนี่ย สักหนึ่งแสนคนจะเจอหนึ่งคน เพราะฉะนั้นการรักษามันจะไม่ได้เยอะมาก ถ้าเราไปเสิร์ชหาข้อมูล ก็ถามว่าสาเกตุเกิดจากอะไร สาเหตุหนึ่งเกิดจากความเครียด พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก ความเครียดสะสม

มันทำหน้าที่อะไรกับร่างกาย?
ต่อมไทมัสมันทำหน้าที่สร้างความเจริญเติบโต มันมีมาตั้งแต่เราคลอดแล้ว เพราะเด็กต้องใช้ต่อมไทมัสในการสร้างความเจริญเติบโตกับร่างกาย

แต่พอเราอายุมากขึ้น ต่อมนี้มันจะหดลง แต่พอต่อมมันผิดปกติ มันก็ดันใหญ่ขึ้น แล้วตอนนั้นที่เอ็กซ์เรย์ดู ก็ใหญ่ประมาณ 4 เซนติเมตร คือตอนนั้นมันอาจจะเริ่มโตและไปเบียดหัวใจกับปอด แสดงว่ามันก็ต้องมีสัญญาณมาก่อนหน้านี้ แต่ว่ามันไม่แสดงอาการ คือเราไม่รู้ หายใจไม่ออกกินยาอะไรไป เรานึกว่าเราเป็นกรดไหลย้อน

คุณหมอก็บอกว่าไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวลนะ แต่เราก็มีความรู้สึกว่ามันจะน่ากลัวไหม เพราะเรายังต้องดูแลลูกอยู่ เราต้องดูแลคนในครอบครัว ลูกคนโตตอนนี้อายุ 19 ปี คนเล็กอายุ 17 ปี

การรักษาล่ะ?
คือพอเรารู้ว่าต้องผ่าตัด ก็เลยขอกองละคร ว่าเราต้องผ่าตัด เพราะฉะนั้นเดือนนี้ให้คิว แล้วก็วางแพลนว่าวันที่ 6 ตุลาคมปีที่แล้วจะผ่าตัด ใช้เวลา 1 เดือนในการพักรักษาตัว พักฟื้น แล้วระหว่างที่เราเตรียมตัวรอผ่าตัด ก็ต้องดูแล เพราะคุณหมอให้คำแนะนำว่าต่อมพวกนี้ บางครั้งมันจะเกิดมาได้เป็นปกติอยู่แล้ว

ถ้าบางครั้งเราอาจจะดูแลตัวเองน้อยเกินไป แต่หลัก ๆ เลย เวลาเรารับประทานเนื้อสัตว์ ประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ มันเป็นกรดในร่างกาย อาจจะทำให้ในร่างกายของเรา มันไม่มีบาลานซ์ที่สมดุลกัน เพราะถ้ามีกรดเยอะ มันก็สามารถทำให้เกิดโรคได้ ไม่ใช่แค่มะเร็งเท่านั้น มันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้

และหลังจากผ่าไปแล้ว คุณหมอก็บอกว่าขอเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ พอไปตรวจปุ๊บ คุณหมอก็บอกเป็นเนื้อร้ายก็คือมะเร็ง แล้วเป็นระยะที่สอง เพราะว่ามันเริ่มไปเบียดอวัยวะของเราแล้ว ก็ต้องเริ่มการฉายรังสี ก็ฉายรังสีตั้งแต่ 26 ตุลาคม ไปจบปลายเดือนธันวาคม ในระหว่างนั้นก็ดูแลตัวเอง พักผ่อน หรือทานอะไรที่มันดีต่อร่างกาย ซึ่งมันจะทำให้เรามีกำลังใจ

แล้วที่สำคัญเลย คือลูกก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวนี้มะเร็งมันไม่ได้น่ากลัว และวิวัฒนาการทางการแพทย์ก็ค่อนข้างพัฒนาไปไกลแล้ว และคุณหมอที่ดูแล ก็ให้กำลังใจตลอด ว่าเริ่มเจอระยะแรก ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องห่วง

มันก็วูบเหมือนกันนะ แต่โชคดีที่อย่างน้อย ๆ เราศึกษาธรรมะมา ร่างกายมันอนิจจัง มันไม่ใช่ของเรา สังขารก็ไม่ใช่ เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าเราก็อยากอยู่ดูแลลูก ประคองให้มันดีที่สุด ก็เลยคิดว่ามะเร็งมันอยู่กับตัวเรา เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลตัวเราให้ดี กลับมาให้ความสำคัญเรื่องของการทาน การพักผ่อน การออกกำลังกาย

ขอบคุณ : GMM25Thailand

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...