พูดแล้ว “แขก คำผกา” สำนึกผิด ทำช่องถูกปิด ชื่นชม “เศรษฐา” สลายความขัดแย้งรัฐบาล
ออกมาเปิดใจพร้อมเคลียร์ชัดทุกประเด็นดราม่าร้อนเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “แขก คำผกา” หลังจากเกิดกรณี เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา “Voice TV” ออกมาประกาศปิดกิจการ และ ยุติการออกอากาศ เลิกจ้างพนักงานมากกว่า 100 คน จนมีคนสงสัยว่า “สาเหตุที่ปิดกิจการ เพราะจะไปเปิดช่องใหม่ หรือ ถูกยุบเพราะมีผู้ใหญ่ระดับบิ๊กสั่ง” กันแน่?
ล่าสุด รายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ได้เชิญ “แขก คำผกา” มาร่วมพูดคุยทุกเรื่องราว พร้อมถามถึงความชื่นชมผลงาน ของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงเรื่องของ “Voice TV” ความจริงขาดทุนย่อยยับ เป็น เรื่องของธุรกิจ หรือว่ามีเรื่องอื่นๆ เช่นความเสื่อม ความนิยมที่ “พรรคเพื่อไทย” ไปจับมือกับฝั่งรัฐประหาร จนศรัทธาหาย ถึงขั้นช่องเจ๊ง?
สำหรับประเด็นดังกล่าว “แขก คำผกา” ก็ตอบชัดว่า “คิดว่าความศรัทธานี้มันพึ่งเกิดเมื่อปี 63 แต่ Voice เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 51 แล้วปี 51-63 เราก็เป็นสื่อเหมือนที่คุณเกลียดถึงทุกวันนี้ และพึ่งมารักเรา เมื่อประมาณปี 61-63 แต่พอเราไปจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว คุณแค่กลับไปเหมือนก่อนปี 62 เท่านั้นเอง"
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : แต่เราก็ยอมรับว่าศรัทธามันลดลง?
“แขก คำผกา” : คือเรื่องศรัทธาไม่ใช่เรื่องของแขก ถูกไหมคะ เรื่องศรัทธาไม่ใช่เรื่องของ Voice เพราะ Voice ทำงานของตัวเองไป แต่ความศรัทธาเป็นเรื่องของประชาชนซึ่งเราบังคับเขาไม่ได้ ตอนที่เขาให้เราบอกว่าอย่ามาศรัทธาฉัน ก็พูดไม่ได้ ตอนที่เขาเสื่อมศรัทธาเรา เราบอกให้เขาหยุดเสื่อมศรัทธาเราก็พูดไม่ได้ เพราะทุกๆครั้ง แขกจะบอกทุกคนเสมอว่าอย่ามาศรัทธาเรา เราไม่ได้เป็นฮีโร่ เราแค่ยืนอยู่บนหลักการของเรา และเราประกอบสัมมาอาชีวะ เราไม่ได้มาเป็นพระผู้ไถ่ เราไม่ได้มาเป็นผู้ปลดปล่อย สิ่งที่เราอยากได้มากกว่าศรัทธาคือ สปอนเซอร์
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : เป็นไปได้ไหมคะ ที่คนพูดว่าช่อง Voice TV ก็เป็นเครื่องมืออย่างนึง ของครอบครัวชินวัตร มาตลอด พอวันนี้เขาได้เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว เขาก็คงไม่สนใจอุปกรณ์ชิ้นนี้ไหมคะ เพราะเขาอาจจะมีอุปกรณ์อื่นๆ ทำให้ Voice TV เป็นหมาหัวเน่า ถูกลอยแพทิ้ง?
“แขก คำผกา” : คำถามนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรก Voice TV เป็นเครื่องมือ แขกไม่ใช้คำว่าตระกูลชินวัตรได้ไหมคะ แขกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และเป็นเครื่องมือทำ political campaign ให้กับพรรคเพื่อไทย อันนี้จริง แขกไม่เคยปฏิเสธ แต่ถามว่าการที่เราเป็นเครื่องมือให้กับพรรคการเมืองพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ถูกรัฐประหาร 2 ครั้ง และถูกยุบพรรค 3 ครั้ง เราก่ออาชญากรรมหรือเปล่า ถ้า Voice TV เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนรัฐประหารจะเป็นสิ่งที่แขกอาย แต่ Voice TV เป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง ที่ยืนหยัดอยู่กับระบอบประชาธิปไตยในระบบเลือกตั้งเสมอมา และไม่มีแต่ 1 นาที ที่ Voice TV สนับสนุนรัฐประหาร ดังนั้นแขกสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า Voice TV เป็นเครื่องมือ และเป็นกระบอกเสียงของพรรคเพื่อไทย เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และเพื่อให้สถาบันทางการเมือง ที่เรียกว่าพรรคการเมืองนั้น เข้มแข็ง ส่วนที่ 2 เป็นรัฐบาลแล้วไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือนี่แล้วหรือไม่ คำตอบของแขก พรรคการเมืองใดก็ตาม เมื่อได้มาเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่ได้เป็นชั่วฟ้าดินสลาย คุณจะรู้ได้อย่างไร ดังนั้นมันไม่ใช่คำตอบที่เขาปิด Voice TV เพราะว่า ถ้าเขาได้เป็นรัฐบาล และได้เป็นจนชั่วฟ้าดินสลาย และเขาเลือก Voice TV ออกเพราะหมดฟังก์ชันแล้วนะ บาย แยกย้ายกันเติบโต เข้าใจได้ แต่ในเมื่อ ไม่มีอะไรรับประกันว่า พรรคเพื่อไทย จะเป็นรัฐบาลไปอีก 2 ปี 3 ปี 4 ปี และ 4 ปี เป็นรัฐบาลแล้ว เลือกตั้งอีกครั้งนึง เธอรู้ได้ไงว่าเลือกตั้งจะชนะ หรือแพ้ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าเครื่องมือทางการเมืองนี้ มันหมดฟังก์ชันแล้ว แขกไม่แน่ใจค่ะ
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : หลังจากนี้ไป แขก คำผกา จะไปทำอะไรคะ และผู้อื่น 100 ชีวิตได้รับการดูแลเยียวยา?
“แขก คำผกา” : น้องๆ ใน Voice TV ได้รับเงินชดเชย ตามกฎหมายบวก 1 สมมุติว่าตามกฎหมายได้ 6 พวกเขาจะได้ 7 และให้นับวันลาพักร้อนที่เหลือเป็นเงินหมดเลย ทุกคนแฮปปี้กับการชดเชยอันนี้ อย่างที่แขกบอกว่าทุกคนใน Voice TV ล้วนแต่เป็นจอมยุทธ์ ในยุทธภพนี้ สวยเลือกได้กันมาก หยิ่งมาก นั่งแบบผมคิดดูก่อนนะพี่ อันนี้เด็ก แต่ที่ลำบากพวกแขกนี่แหละค่ะ
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : เดี๊ยนได้ข่าวการยุบ Voice TV ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย หรือรัฐบาล เดี๊ยนไม่ทราบ แว่วว่าจะจัดช่องทีวีใหม่มาอีกหนึ่งช่อง ได้ข่าวว่าผู้อำนวยการช่องคนใหม่ ที่ชื่อ คำผกา จริงไหมคะ ?
“แขก คำผกา” : (หัวเราะ) ได้ยินมาจากไหนคะ เพราะว่าตัวแขกเองไม่ได้ยินอะไรเลย ไม่มีค่ะ
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : ไม่น่าจะมีช่องใหม่ขึ้นมาแทน?
“แขก คำผกา” : ไม่ใช่ ไม่น่ามีค่ะ ฟันธงว่าไม่มี อยากรู้อะไรมาถาม
รายการ คนดังนั่งเคลียร์
“อาจารย์ยิ่งศักดิ์” : คำผกา 7 เดือน กับพรรคที่เธอรักเหลือเกิน มีผลงานอะไรเด่นๆให้เธอเชิดชูไหม?
“แขก คำผกา” : อันดับแรก ผลงานที่แขกคิดว่าต้องให้เครดิตกับพรรคเพื่อไทย และกับคุณเศรษฐานั้นก็คือ สามารถสลายขั้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมายาวนานมากในประเทศไทย การสลายขั้วความขัดแย้งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะลบประวัติศาสตร์ หรือปล่อยให้คนทำรัฐประหาร เข่นฆ่าประชาชนลอยนวล มันเป็นคน
ละเรื่องกัน การที่เรายังคงรักษาเอกสารทางประวัติศาสตร์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นใน 20 ปีที่ผ่านมา เรายังคงความทรงจำอันนี้ และยังคงเตือนความทรงจำกันบ่อยๆ มันเป็นหนึ่งเรื่อง แต่ว่าเรื่องที่สังคมยังคงต้องก้าวข้ามต่อไป ที่แขกเคยพูดในรายการนี้ ก็คือประชาธิปไตยในช่วงเปลี่ยนผ่าน และถามว่ากุญแจแห่งความสำเร็จกับประชาธิปไตยในช่วงเปลี่ยนผ่าน มันจะต้องทำให้ทุกฝ่ายมีที่ยืนพอสมควร ไม่เข่นฆ่าอีกฝ่ายหนึ่งจนหลังพิงฝา และไม่มีทางสู้ แขกคิดว่าอันนี้เป็นเครดิตของพรรคเพื่อไทย และเป็นเครดิตที่ต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมาก
คุณเศรษฐา เพิ่งพูดในงานเพื่อไทยว่า ในช่วงต้นที่มีการฟอร์มรัฐบาล เป็นช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวด แต่เมื่อผ่านพ้นความเจ็บปวดไปแล้ว เราจะไปจมกับความเจ็บปวดไม่ได้ มันจะต้องเดินหน้าทำงาน ซึ่งอุปสรรคข้อแรกก็คือ เราต้องเจียมตัว เรามีแค่ 141 เสียง และเราเจอกับปัญหาที่คั่งค้าง เราไม่ได้บอกว่ารัฐบาลที่แล้วดีไม่ดี แต่มันมีปัญหาคั่งค้างหมักหมมอยู่หลายเรื่อง มีเรื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และอาจารย์ยิ่งศักดิ์ที่ผ่านโลกมามาก จะต้องจินตนาการออกว่า 9 ปี นายกฯที่อยู่รัฐบาล 9 ปี สมมุติว่าเขาแต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดแล้ว เราเพิ่งเข้าไป นั่งดูหน้าข้าราชการ ไม่ใช่คนของเราสักคน เราจะเริ่มนับหนึ่งทำงานกับองคาพยพ ที่เป็นองคาพยพของข้าราชการทั้งหมดให้ราบรื่น ให้เขาให้ความร่วมมือกับเราอย่างไร อันนี้เป็นศิลปะขั้นสูงมาก