โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บริติช เคานซิล ยกระดับครูไทย ผ่านโครงการวิจัยในชั้นเรียน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2567 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2567 เวลา 13.46 น.

ทักษะภาษาอังกฤษถือเป็นตัวแปรสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน และใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ในระดับสากล ซึ่งนำไปสู่หน้าที่การงานที่ดีขึ้น และเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในหลากหลายประเด็นผ่านสื่อกลางต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ

ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงส่งเสริมวิชาภาษาอังกฤษให้เป็นหนึ่งในวิชาสำคัญในโรงเรียน ซึ่งการที่นักเรียนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการสอนของครูนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญของการสร้างการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษที่ดี

แต่ในชั้นเรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ในประเทศไทย โอกาสที่นักเรียนจะได้สื่อสารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนมีค่อนข้างจำกัด หากนักเรียนมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็น สื่อสารกับครูได้โดยตรง ถึงความต้องการและสิ่งที่นักเรียนสนใจ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนของครู อาจมีส่วนทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริติช เคานซิล จึงผลักดันโครงการวิจัยในชั้นเรียน หนุนครูไทยยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบองค์รวม

“แดนนี่ ไวท์เฮด” ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า เสียงสะท้อนและความคิดเห็นของนักเรียน เป็นส่วนสำคัญที่สามารถช่วยให้ครูได้กลับมาคิดไตร่ตรองถึงวิธีการสอนของตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาการสอนของครูในชั้นเรียนได้อย่างมากและช่วยแก้ปัญหาในชั้นเรียนได้ตรงจุด

ด้วยเหตุนี้ ในปี 2565 บริติช เคานซิล ประเทศไทย จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาทักษะการทำวิจัยในชั้นเรียน หรือโครงการ Exploratory Action Research (EAR) ด้วยการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สำนักงานฝ่ายโปรแกรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษประจำภูมิภาค (Regional English Language Office : RELO), สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสมาคมครูผู้สอนภาษาอังกฤษแห่งประเทศไทย (Thailand TESOL)

โดยโครงการนี้เน้นให้ความรู้ทักษะการทำวิจัยในชั้นเรียน และให้ครูลงมือทำวิจัยในชั้นเรียนจริงเป็นระยะเวลา 5-6 เดือน ควบคู่ไปกับการได้รับความช่วยเหลือแบบตัวต่อตัวจากครูพี่เลี้ยง (Mentor) ผู้มีประสบการณ์ด้าน EAR จากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะทำให้ครูที่เข้าร่วมสามารถพัฒนาด้านการสื่อสารงานวิจัยในชั้นเรียนของตนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยในชั้นเรียนทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

“เรามีความภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับคุณครู และหน่วยงานที่สนับสนุนการศึกษาในประเทศไทย เพื่อพัฒนาการเรียน การสอน และการวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษอย่างทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย และความฝันของพวกเขา”

โครงการวิจัยในชั้นเรียนจะทำให้ครูได้พิจารณาถึงวิธีการสอนของตนเอง และคิดค้นวิธีที่จะสามารถพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษเพื่อช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะไม่ใช่การทำวิจัยเชิงวิชาการ

แต่จะเป็นการลงมือปฏิบัติจริงโดยการลงมือทำวิจัยกับนักเรียนในชั้นเรียนของตนเอง ส่งเสริมให้ครูได้ฝึกกระบวนการสะท้อนความคิด (Reflective Thinking) รวมถึงการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และยังช่วยให้ครูมีทัศนคติที่ดีในการตั้งคำถามถึงการสอนของตัวเองว่า วิธีการใดที่ใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผลในห้องเรียน และเพราะสาเหตุที่ทำให้วิธีการนั้นได้ผลหรือไม่ได้ผลคืออะไร

ซึ่งล้วนเป็นกระบวนการหาคำตอบผ่านการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อสรุปข้อค้นพบ (Findings) จัดทำแผนการสอนเพื่อแก้ไขปัญหาจากข้อค้นพบ นำแผนการสอนไปใช้สอนในห้องเรียน และนำผลมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงการสอนในจุดที่ยังเป็นปัญหาต่อไป

ในขณะเดียวกันการรับฟังความเห็นจากนักเรียนยังทำให้ครูได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ทำให้ครูเข้าใจความต้องการและความสนใจของนักเรียนได้ดียิ่งขึ้น นักเรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากขึ้น บรรยากาศห้องเรียนภาษาอังกฤษดีขึ้น การวางแผนการศึกษาอย่างเป็นระบบในลักษณะนี้จะทำให้ครูมีพัฒนาการในการสอนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อนักเรียน

นอกจากเป้าหมายในการพัฒนาทักษะวิจัยในชั้นเรียนให้กับครูสอนภาษาอังกฤษแล้ว โครงการ EAR ยังมีเป้าหมายในการสร้างครูพี่เลี้ยงด้านวิจัยในชั้นเรียน โดยการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการให้เข้ารับการพัฒนาเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูคนอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนของประเทศไทย และสอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ

โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา โครงการวิจัยในชั้นเรียน (EAR) ในประเทศไทย ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีจากทั่วประเทศ โดยในปัจจุบันมีจำนวนครูผู้เข้าร่วมโครงการทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามากกว่า 100 คน ประกอบด้วย ครูสอนภาษาอังกฤษ 80 คน และครูพี่เลี้ยง 25 คน

“จิตติมา ดวงมณี” ครูสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยในชั้นเรียน (EAR) ผู้ที่ทำวิจัยในหัวข้อ “การช่วยเหลือนักเรียนแก้ไขปัญหาการอ่านและทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ” กล่าวว่า ในการทำวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ที่จะแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านการอ่าน ในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยเริ่มจากการสำรวจหาสาเหตุของปัญหาทั้งจากพฤติกรรมการสอนของครู พฤติกรรมการเรียนและเจตคติของผู้เรียน เพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนรู้

“ข้อมูลที่ครูได้รับในขั้นสำรวจปัญหา คือ ผู้เรียนชื่นชอบและเห็นความสำคัญของทักษะการอ่าน แต่มีปัญหาเรื่องการไม่รู้ความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ขาดเทคนิคการอ่านที่ดี และไม่สามารถสรุปใจความเรื่องที่อ่านได้ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ได้นำไปสู่การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนเพื่อแก้ปัญหาิ

ครูจึงได้เพิ่มกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเดาความหมายคำศัพท์จากบริบท ฝึกใช้เทคนิคการอ่าน และทำแบบฝึกหัดการสรุปเรื่องที่อ่าน นอกเหนือจากนี้มีการสร้างความมั่นใจให้ผู้เรียนโดยการเพิ่มกิจกรรมกลุ่มให้มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตรวจสอบคำตอบและแบ่งปันเทคนิคการอ่านกับเพื่อนในกลุ่มและในชั้นเรียน ซึ่งผลจากการดำเนินการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้เรียนมีทักษะการอ่านที่ดี มีความมั่นใจ และมีความสุขในการเรียนรู้

จิตติมากล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะครูผู้สอนประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จากที่เคยตัดสินสถานการณ์การเรียนรู้ตามความเชื่อและประสบการณ์ของตัวเอง มากกว่าการศึกษาหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งส่วนใหญ่ครูจะมองว่าปัญหาเกิดจากผู้เรียน ไม่ใช่ที่ตัวครูหรือการสอนของครู แล้วครูก็ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ครูเชื่อว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ดี โดยไม่เคยสำรวจและพิจารณาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง

“ดังนั้น การเข้าร่วมโครงการ EAR ในครั้งนี้ ทำให้ครูมีมุมมองที่กว้างขึ้น และได้เรียนรู้วิธีการสำรวจและวิเคราะห์ปัญหา ฝึกตั้งคำถามการวิจัย การออกแบบเครื่องมือการวิจัย การดำเนินการวิจัย การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล จนถึงขั้นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวของการวิจัยนี้ผ่านโปสเตอร์ บทความ และการประชุมวิชาการต่าง ๆ”

อีกหนึ่งผู้เข้าร่วมโครงการ “อาตีกะห์ อาลีลาเต๊ะ” ครูสอนภาษาอังกฤษจากโรงเรียนบ้านยือลาแป จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำการวิจัยในหัวข้อ “การช่วยเหลือนักเรียนให้จดจำและเขียนอักษรภาษาอังกฤษทั้งในตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กได้” กล่าวว่า เล็งเห็นว่าการจดจำตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นขั้นพื้นฐานของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในลำดับถัดไป ซึ่งหากนักเรียนมีปัญหานี้จะส่งผลต่อการพัฒนาทักษะอื่น ๆ ตามมา เช่น การสะกดคำ การสร้างประโยค ฯลฯ

ซึ่งสถานการณ์ที่พบในชั้นเรียนคือ บางครั้งเวลาครูอ่านคำศัพท์ให้ฟังและลองถามตัวสะกด นักเรียนไม่สามารถตอบได้ว่า คำศัพท์นี้สะกดด้วยอักษรอะไร ซึ่งหากเด็กจำการออกเสียงไม่ได้ การสอน Phonics หรือวิธีการออกเสียงตัวอักษรภาษาอังกฤษ ในอนาคตก็จะทำได้ยาก

“จากการทำวิจัย เมื่อรู้ปัญหา รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมของนักเรียนที่มักมีสมาธิจดจ่อได้เพียง 10-15 นาทีแรกของการเรียน ก็ได้ทำโมเดลการสอนของตัวเองขึ้นมา นั่นคือโมเดล 4R-Review, Repeat, Rewrite และ Remember เพื่อใช้ในการสอนแต่ละครั้ง และช่วยให้ต่อยอดในการสร้างสื่อและกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมอีกด้วย เช่น การใช้ Flash Card การเล่นเกม การขยับร่างกาย การฝึกเขียน ซึ่งหลังจากที่ได้ปรับปรุงรูปแบบการสอน มีการประเมิน เปรียบเทียบ ก็พบว่านักเรียนสามารถจดจำตัวอักษรได้ดีขึ้น

การทำวิจัย EAR ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณครูผู้สอนสามารถนำผลจากการวิจัยไปปรับปรุงการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง แต่เป็นการเจาะลึกถึงปัญหาจริง ๆ จากตัวของนักเรียนเอง ช่วยให้เราได้รับรู้ว่านักเรียนแต่ละคนอยากเรียนแบบไหน เพื่อหาวิธีการที่จะทำให้เด็กรู้สึกอยากเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น ไม่ต่อต้าน และมีความพร้อมจะรับการสอนจากเรา สุดท้ายจะเป็นประโยชน์เพื่อการพัฒนาของนักเรียนได้อย่างถูกทางและเท่าทันเพื่อนร่วมชั้น”

โครงการวิจัยในชั้นเรียน (EAR) นี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สามารถสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของสหราชอาณาจักร ที่มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยในการพัฒนายกระดับภาคการศึกษา เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับหน่วยงานด้านการศึกษาในประเทศไทย เพื่อพัฒนาการสอน การเรียนรู้ และการประเมินผลภาษาอังกฤษ ซึ่งจะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้และช่วยให้เยาวชนมีอนาคตที่ดีขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บริติช เคานซิล ยกระดับครูไทย ผ่านโครงการวิจัยในชั้นเรียน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...