โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : ความดันโลหิตมาตรฐานคือ 150/90 สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 18.58 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2567 เวลา 11.58 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ว่า สหรัฐอเมริกาได้กำหนดอย่างเป็นทางการว่า “ความดันเลือดมาตรฐาน สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป คือ 150/90” เรื่องนี้จริงหรือไม่ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ข้อมูลที่แชร์ส่วนใหญ่ไม่จริง เป็นข้อมูลเก่า และอาจส่งผลให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันเลือดสูงเสียโอกาสในการรักษาได้

สหรัฐอเมริกากำหนดอย่างเป็นทางการว่า “ความดันเลือดมาตรฐาน คือ 150/90” จริงหรือ ?

สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่อ้างกันตรงนี้ไม่เป็นความจริง ตามวิทยาลัยโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา และสมาคมหัวใจของสหรัฐอเมริกา การวินิจฉัยความดันเลือดสูงในผู้ใหญ่ทุกกลุ่มอายุ ถือว่าความดันเลือดในเกณฑ์ปกติคือ “ตัวบน” น้อยกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท (มม.ปรอท) และ “ตัวล่าง” น้อยกว่า 80 มม.ปรอท โดยไม่ได้กินยาลดความดัน

ผู้สูงอายุปกติ อายุมากกว่า 80 ปี ความดันเลือด 160 หรือ 170 ก็เป็นที่ยอมรับเช่นกัน จริงหรือ ?

ตรงนี้ก็ไม่จริงอีก เนื่องจากการศึกษาวิจัยทั่วโลกบอกว่า ความดันเลือดผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป “ความดันตัวบน” ถ้าสูงเกิน 120 มม.ปรอท ขึ้นไป สัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มขึ้นโดยตลอดในทุกช่วงอายุ

มีสูตรคำนวณความดันเลือดสำหรับวัยต่าง ๆ จริงหรือ ?

ความดันเลือด “ค่าตัวบน” หรือค่าซิสโตลิก (systolic) ปกติของผู้ชายคือ 82 + อายุ และของผู้หญิงคือ = 80 + อายุ เป็นที่เล่าลือกันมามากกว่า 10 ปีแล้ว ยังไม่พบเห็นในวารสารการแพทย์อะไร หรือองค์กรวิชาชีพที่ใช้สูตรคำนวณนี้

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ไม่สามารถมีความดันเลือดสูง “ต่ำกว่า 130 มม.ปรอท” ได้ มิฉะนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดความดันเลือดต่ำ และเป็นลมได้ จริงหรือ ?

เรื่องนี้… ไม่จริง เพราะจากการสำรวจประชากรทั่วประเทศไทย พ.ศ. 2557 พบว่า

ผู้ชาย อายุ 70-79 ปี จำนวนมากกว่า 900 คน มีความดันเลือด โดยเฉลี่ย 101-165 มม.ปรอท

ผู้หญิง อายุ 70-79 ปี จำนวนมากกว่า 1 พันคน มีความดันเลือด โดยเฉลี่ย 105-163 มม.ปรอท

ผู้ชาย อายุมากกว่า 80 ปี จำนวน 351 คน มีความดันเลือด โดยเฉลี่ย 109-166 มม.ปรอท

ผู้หญิง อายุมากกว่า 80 ปี จำนวน 382 คน มีความดันเลือด โดยเฉลี่ย 103-164 มม.ปรอท

เพราะฉะนั้นความดันเลือดที่ต่ำกว่า 130 มม.ปรอท เป็นไปได้ในผู้สูงอายุ

ความดันเลือดสูงระหว่าง 150 ถึง 130 ปลอดภัยกว่า จริงหรือ ?

จะดีกว่าที่จะสูงกว่า อย่าต่ำกว่า แล้วแต่ว่าเขาเป็นโรคความดันเลือดสูง และกินยาลดความดันอยู่หรือเปล่า

คนที่กินยาลดความดันเลือดอยู่ (ถ้าอายุเกิน 65 ปี) ระดับความดัน “ตัวบน” ก็ควรจะอยู่ที่ 130-139 มม.ปรอท และระดับความดัน “ตัวล่าง” 70-79 มม.ปรอท ซึ่งค่าระดับความดันนี้เป็นคำแนะนำของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย

สำหรับคนที่ไม่กินยาลดความดันเลือด ค่าระดับความดัน 90-120 มม.ปรอท (ตัวบน 120 มม.ปรอท ตัวล่าง 90 มม.ปรอท) ถือเป็นความดันเลือดปกติเฉพาะของคนนั้นได้

มาตรฐานของระดับน้ำตาลในเลือด ควรจะผ่อนคลายเมื่ออายุเพิ่มขึ้น จริงไหม ?

มีบางส่วนที่เป็นความจริง สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ออกเป็นลักษณะคำแนะนำ เวลาจะดูผู้ป่วยโรคเบาหวานว่าควรจะมีน้ำตาลระดับเท่าไหร่ ให้พิจารณาหลายประเด็นด้วยกัน ซึ่งตรงนี้จะมีการกำหนดออกมาที่ชัดเจนว่าอายุเท่าไหร่ เป็นโรคประจำตัวอะไร เป็นเบาหวานมานานกี่ปี คุมเบาหวานได้ดีหรือไม่ดี โอกาสที่จะเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

มีความดันเลือดสูง มีน้ำตาลในเลือดสูง ควรดูแลตนเองอย่างไร ?

สำหรับผู้ที่มีความดันเลือดสูงและน้ำตาลในเลือดสูง จะต้องดูแลตนเองหลัก ๆ คือเรื่อง 3 อ.” และ “2 ส.”

ข้อ 1 “อ.1” อาหาร นำจานมา 1 จาน แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้

2 ใน 4 (ครึ่งหนึ่ง) ใส่อาหารพวกผัก ถั่ว งา

1 ใน 4 ใส่ข้าว โดยเฉพาะข้าวกล้อง

1 ใน 4 ใส่เนื้อสัตว์ เน้นไปที่เนื้อไก่กับเนื้อปลา ไก่ไม่ติดมัน

เพิ่มเติมด้วยผลไม้ (ตามฤดูกาล) อีก 2-3 ฝ่ามือ และน้ำเปล่า

ข้อ 2 “อ.2”อิริยาบถ เคลื่อนไหวออกแรง ออกกำลังกาย ง่ายที่สุดคือ “การเดิน”

เท่าที่มีการศึกษาพบว่า “การเดิน” ช่วยลดความดันเลือดได้ อย่างน้อยใน 1 วันควรเดินประมาณ 8,000 ก้าว

ข้อ 3 “อ.3” อารมณ์ เรียกว่า “ออกกำลังใจ” ก็คือการที่เราไม่เครียด ใช้สมองทั้งวัน อดหลับอดนอน พักผ่อนไม่พอ

ข้อ 4 “2 ส.” สูบบุหรี่ กับสุรา ซึ่งทั้ง 2 ตัวนี้ก็ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นได้ทั้งคู่

ข้อความเกี่ยวกับ “ความดันเลือด” และ “น้ำตาลในเลือด” ที่แชร์กันเป็นอย่างไร ?

ไม่ควรแชร์ต่อเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะทำให้คนที่รับข่าวสารเข้าใจผิดแล้ว เขายังเสียโอกาสในการที่จะได้มาดูแลความดันเลือดสูงแต่เนิ่น ๆ เพราะถ้ายิ่งทิ้งความดันเลือดสูงนานมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจและหลอดเลือด แม้แต่มะเร็ง สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ตามมาได้

การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เสียโอกาสในการดูแลสุขภาพให้ดีได้

สัมภาษณ์โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : ความดันโลหิตมาตรฐานคือ 150/90 สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...