โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรารู้ว่าชาวยุโรปเดินทางค้นพบทวีปอเมริกา แล้วทำไมชนพื้นเมืองอเมริกาไม่เดินทางไปยุโรป?

Histofun Deluxe

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2567 เวลา 09.11 น.
แอซเท็ก (Aztec) หนึ่งในอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเมโสอเมริกา

เรารู้ว่าชาวยุโรปเป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกาหรือที่พวกเขาเรียกว่า ‘โลกใหม่’ (New World) ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 15 หรืออาจจะย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 10 เมื่อชาวนอร์สพยายามตั้งนิคมในอเมริกาเหนือ

ว่าแต่สงสัยไหมว่า ในเมื่อชาวยุโรปแล่นเรือจนมาถึงทวีปอเมริกาได้ แล้วทำไมทวีปอเมริกาที่เป็นตั้งของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างแอซเท็กหรือมายา ผู้คนในทวีปแห่งนี้ถึงไม่ได้ออกแล่นเรือข้ามมาสำรวจยุโรปบ้าง

ในข้อสงสัยนี้ นักเขียนชื่อดังอย่างจาเร็ด ไดมอนด์ (Jared Diamond) ก็ได้ให้คำตอบผ่านหนังสือ ปืน เชื้อโรค เหล็กกล้า กับชะตากรรมของสังคมมนุษย์ (Guns, Germs, and Steel : The Fates of Human Societies) ของเขาไว้ว่า เกิดจากสองปัจจัยหลักนั่นก็คือพืชผลทางการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์

เมื่อหลายล้านปีก่อน ทุกทวีปบนโลกของเราเคยเป็นหนึ่งเดียวมาก่อนในชื่อมหาทวีปแพนเจีย (Pangaea) จนกระทั่งประมาณ 200 ล้านปีที่แล้ว แพนเจียก็ค่อย ๆ แยกตัวจนกลายเป็นทวีปแบบที่รับรู้กันในปัจจุบัน

ราว 6-7 ล้านปีที่แล้ว มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นในแอฟริกา ก่อนที่ราว 300,000 ปีที่แล้ว โฮโมเซเปียนส์ (Homo sapiens) สายพันธุ์มนุษย์ของพวกเราจะอุบัติขึ้น และเริ่มต้นแพร่ขยายครอบครองโลก

แต่มีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือคือยูเรเซีย (ยุโรปรวมกับเอเชีย) และทวีปอเมริกาแยกจากกันโดยมีช่องแคบแบริ่งกั้นขวางไว้ แม้จะมีความเฉลียวฉลาดมากมาย แต่มนุษย์ในตอนนั้นก็ไม่สามารถเดินทางจากไซบีเรียข้ามไปยังอลาสก้าได้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรียกว่า ยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย (Last Glacial Maximum) ที่เกิดขึ้นในช่วง 29,000-19,000 ปีที่แล้ว ทำให้เกิดสะพานแผ่นดินที่เชื่อมสองทวีปนี้ไว้ มนุษย์จากยูเรเซียจึงเดินทางข้ามไปยังอเมริกา และครอบครองพื้นที่ตั้งแต่อลาสก้าจนถึงใต้สุดของอเมริกาใต้

แต่เมื่อปรากฎการณ์นี้สิ้นสุดลง ระดับน้ำทะเลกลับมาสูงขึ้น บรรพบุรุษของชนพื้นเมืองอเมริกา ก็ถูกตัดขาดจากญาติพี่น้องชาวยูเรเซีย และเป็นเวลานับหมื่นปีกว่าที่คนทั้งสองทวีปจะกลับมาพบกันอีกครั้ง

การถูกตัดขาดเป็นหมื่นปี ทำให้ผู้คนในยูเรเซียและอเมริกามีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างมาก ในพื้นที่พระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent) ในอียิปต์และเมโสโปเตเมีย ธัญพืชอย่างเช่นข้าวบาร์เลย์ ถั่วชิกพี และแฟลกซ์ พืชเหล่านี้เพาะปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ย่อยง่าย และให้พลังงานสูง

แฟลกซ์และข้าวบาร์เลย์ ยังเป็นธัญพืชที่สามารถพบได้นอกพื้นที่พระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ แต่ไม่นานธัญพืชชนิดอื่น ๆ ก็ถูกส่งออกและเพาะปลูกไปทั่วยูเรเซีย

แต่ขณะที่พืชผลในอเมริกา แม้จะเป็นพืชที่ให้ผลผลิตสูง (หมายถึงมีโปรตีนและให้พลังงานสูง) แต่พืชเหล่านี้มักต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงอย่างมาก และใช้แรงงานในการเพาะปลูกมากกว่า

ที่สำคัญกว่านั้น พืชท้องถิ่นของอเมริกาอย่างมะเขือเทศ สควอช มันฝรั่ง และพริก ก็ไม่สามารถเก็บรักษาได้นานเหมือนกับธัญพืชแห้ง ส่วนธัญพืชเช่นข้าวโพดที่สามารถเก็บรักษาได้นาน ก็ให้สารอาหารที่น้อยกว่าหากเทียบกับธัญพืชชนิดอื่นอย่างข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ของยูเรเซีย และต้องผ่านกระบวนการแปรรูปที่ยากกว่ากว่าที่จะรับประทานได้

ดังนั้นผู้คนในยูเรเซียที่มีอาหารที่ให้สารอาหารและพลังงานที่ง่ายกว่าและสูงกว่า จึงทำให้ประชากรเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประชากรที่มากขึ้น ก็หมายถึงอาชีพต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นตามมา ผู้คนจึงไม่จำเป็นต้องทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว พวกเขาสามารถไปทำอย่างอื่น โดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ วรรณกรรม และปรัชญา เลยเป็นเหตุผลที่ว่า ในเวลาไม่กี่พันปีเท่ากัน คนยูเรเซียจึงมีปืน ส่วนคนในอเมริกาไม่มี

แต่ปืนกลับไม่ใช่อาวุธที่ชาวยูเรเซียใช้พิชิตโลกใหม่ แต่เป็นเชื้อโรคต่างหาก ประชากรพื้นเมืองในอเมริกามากถึง 95% หรือราว 20 ล้านคน เสียชีวิตจากโรคระบาดที่ติดตัวมากับชาวยุโรป เพราะพวกเขาปราศจากภูมิคุ้มกันของโรคเหล่านี้

แล้วอะไรที่ให้คนสองกลุ่มมีหรือไม่มีภูมิคุ้มกันโรค คำตอบก็คือสัตว์ที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้น ๆ โดยจาเร็ด ไดมอนด์ ได้ยกสิ่งที่เรียกว่า สัตว์กินพืชขนาดใหญ่ 14 ชนิด (14 Big Herbivorous Animals) ที่ประกอบด้วยแกะ แพะ วัว หมู ม้า อูฐอาหรับ อูฐแบ็กเตรียน ลามะ (และอัลปากา) ลา กวางเรนเดียร์ ควาย จามรี วัวบาหลี และมิธาน

ในสัตว์ 14 ชนิดนี้ มีอยู่ 5 ชนิดหรือ Major Five ที่มีความสำคัญที่สุดคือแกะ แพะ วัว หมู และม้า สัตว์ทั้งห้าชนิดมีบทบาทสำคัญเพราะถูกนำไปใช้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหารให้กับมนุษย์ มอบผลผลิต ทำเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงใช้ในการคมนาคม

ประเด็นสำคัญคือ สัตว์ที่เป็น Major Five ล้วนเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในยูเรเซีย ขณะที่อเมริกามีเพียงแค่ลามะและอัลปากาเท่านั้น ที่มีถิ่นกำเนิดในเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้

การที่ยูเรเซียมีสัตว์สำคัญหลายชนิดทำให้ได้เปรียบเหนืออเมริกา โดยเฉพาะข้อได้เปรียบที่ว่า สัตว์เหล่านี้เป็นต้นตอของโรคระบาดร้ายแรงหลายโรค (รวมถึงแมลงพาหะที่อยู่ใกล้กับสัตว์เหล่านี้) ทำให้คนยูเรเซียมีโอกาสสร้างภูมิคุ้มกันจากการใกล้ชิดสัตว์ที่เป็นต้นตอของโรค ตรงข้ามกับคนในอเมริกาที่ไม่มี

“พวกมันมอบเนื้อ ผลิตภัณฑ์นม ปุ๋ย ยานพาหนะทางบก หนัง รถจู่โจมทางทหาร รถไถ และขนสัตว์ รวมถึงเชื้อโรคที่ฆ่าผู้คนที่ไม่เคยได้รับเชื้อมาก่อน” จาเร็ด ไดมอนด์กล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องพืชผลและสัตว์ ก็ไม่สามารถอธิบายข้อสงสัยได้ทั้งหมดว่า ทำไมคนในอเมริกาไม่เดินทางข้ามทะเลมายังยุโรป เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ยังไม่ถูกพิจารณา ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อุดมการณ์ทางการเมือง ความเชื่อ ศาสนา ภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเกิดขึ้นมาของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่หรือยอดอัจฉริยะ

https://s.shopee.co.th/5ppHaZ0drl

อ้างอิง

• Big Think. Why didn’t the Aztecs invade Europe?. https://bigthink.com/the-past/why-didnt-the-aztecs-invade-europe/

• Britannica. last glacial maximum. https://www.britannica.com/science/Last-Glacial-Maximum

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...