โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ 2 คนร้าย แก๊งกองร้อยปอยเปต หลอกเหยื่อสูญกว่า 300 ล้านบาท

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 07.06 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 5 ก.ค.-ตำรวจไซเบอร์ รวบ 2 คนร้าย แก๊งกองร้อยปอยเปต อ้างตัวเป็นผู้กำกับและผู้หมวด หลอกเหยื่อโอนเงินเสียหายกว่า 300 ล้านบาท สารภาพหนีเข้าไทยเพราะกลัวสู้รบชายแดน

13.30.น. ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าจับกุมนายวราเมษ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจับกุมนายสมศักดิ์ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยทั้ง 2 คน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแกงคอลเซ็นเตอร์

พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจากคดีไฮบริด สแกรม ได้แจ้งความผ่านระบบออนไลน์ว่าถูกบุคคลใช้ภาพโปรไฟล์หน้าตาดี เข้ามาพูดคุยจนเกิดความสนิทสนม ก่อนจะชักชวนให้ร่วมลงทุนคริปโตเคอเรนซี่ จึงหลงเชื่อโอนเงินไป 147 ครั้ง จากนั้นพบว่าบัญชีที่โอนไปเป็นบัญชีม้า 79 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 308 ล้านบาท ตำรวจไซเบอร์จึงได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 76 คน ซึ่งจับกุมได้แล้ว 46 คน

ระหว่างที่ตำรวจขยายผลในคดีดังกล่าวพบหลักฐานว่า ผู้ต้องหาในขบวนการนี้ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่มีชาวจีนเป็นหัวหน้าและมีฐานที่ตั้งอยู่ที่ภูริคาสิโน เมืองปอตเปต ประเทศกัมพูชา และพบพยานหลักฐานว่า การทำงานของขบวนการแก็งคอลเซนเตอร์นี้ จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐข่มขู่ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา แบ่งออกเป็น 4 หน้าที่ ขั้นแรกผู้ทำหน้าที่สายที่1 จะติดต่อกับผู้เสียหายและหลอกลวงตามบทที่ได้รับ จากนั้น ผู้ทำหน้าที่สาย 2 จะเข้ามาสนทนาต่อเพื่อตอกย้ำ สร้างความมั่นใจให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โดยอ้างตัวเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนผู้ทำหน้าที่สาย 3 จะอ้างตัวเป็นพันตำรวจเอก สนทนาให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และ ผู้ทำหน้าที่สนับสนุนด้านอื่นๆเช่นการทำหนังสือราชการปลอมจัดหาบัญชีม้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ 44 คน

จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า เกิดความหวาดกลัว จากความไม่สงบระหว่าง 2 ประเทศ จึงเดินทางกลับมาพักอาศัยในภูมิลำเนาก่อนจะถูกจับกุมตัวและอ้างว่าถูกหลอกให้ไปทำงานที่ ขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยมีหน้าที่เป็นผู้ทำหน้าที่สาย 3 ที่อ้างตัวเป็นพันตำรวจเอก สภ.มุกดาหาร ที่สั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อปิดคดี ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินมากที่สุด เป็นจำนวน 12 ล้านบาท ซึ่งจะได้ค่าตอบแทนร้อยละ 3.5 และได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนละ 25,000 บาท ส่วนเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนจะเกี่ยวข้องกับขบวนการกองร้อยปล่อยเปรตที่ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามดำเนินการสืบสวนอยู่หรือไม่ อยู่ระหว่างประสานข้อมูลเพื่อตรวจสอบ

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ ร่วมกันฟอกเงิน.-414.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...