โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาจากนอกระบบสุริยะ และทำตัวเหมือนดาวหาง: สรุปข้อมูลที่เรารู้ เกี่ยวกับดาว 3I/ATLAS ผู้มาเยือนจากแดนไกลหลายปีแสง

THE STANDARD

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 06.05 น. • thestandard.co
มาจากนอกระบบสุริยะ และทำตัวเหมือนดาวหาง: สรุปข้อมูลที่เรารู้ เกี่ยวกับดาว 3I/ATLAS ผู้มาเยือนจากแดนไกลหลายปีแสง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบวัตถุใหม่ ที่มีวิถีวงโคจรแปลกไปจากบรรดาดาวเคราะห์น้อย หรือวัตถุที่เรารู้จักในระบบสุริยะ จนทำให้หน่วยงานอวกาศทั่วโลกต่างเร่งศึกษาดาวดวงดังกล่าวแทบจะในทันที

เพียงเวลาไม่นาน วัตถุที่มีชื่อชั่วคราวว่า A11pl3Z ก็ได้รับการยืนยันว่ามีต้นกำเนิดมาจากนอกระบบสุริยะ หรือเป็น Interstellar Objects ผู้เดินทางมาเยือนจากแดนไกลหลายปีแสง โคจรโฉบเข้ามาในระบบดาวของเราเพียงชั่วคราว และเป็นการค้นพบวัตถุประเภทนี้เพียงดวงที่สามในประวัติศาสตร์เท่านั้น พร้อมกับได้รับชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า 3I/ATLAS ตามลำดับการค้นพบ และกล้องโทรทรรศน์ที่ตรวจเจอ

Davide Farnocchia วิศวกรด้านระบบนำทางของ JPL ระบุว่า “เรารวบรวมข้อมูลการสำรวจจากเครือข่ายกล้อง ATLAS มากกว่า 100 ครั้ง ซึ่งพบจุดดังกล่าวเคลื่อนที่ไป เมื่อเทียบกับตำแหน่งของดาวฤกษ์ในพื้นหลัง จนทราบได้ถึงความเร็วและวิถีวงโคจรของดาวดวงนี้ ทำให้เรารู้ได้ว่ามันมีที่มาจากนอกระบบสุริยะ”

ในตอนนี้ 3I/ATLAS อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 670 ล้านกิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาสู่ระบบสุริยะชั้นในด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/วินาที (ประมาณ 210,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง) มากกว่าความเร็วของวัตถุใด ๆ ก็ตามที่อยู่ในระบบสุริยะ โดยจะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 29 ตุลาคม 2025 และโคจรไปจากระบบสุริยะตลอดกาล ไม่หวนกลับมาอีกแล้ว

Farnocchia เปิดเผยเพิ่มว่า “จากภาพถ่ายที่เรามี พบว่าวัตถุดังกล่าวมีหางฝุ่นปรากฏอยู่ห้อมล้อมนิวเคลียส เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า 3I/ATLAS อาจเป็นดาวหาง ซึ่งทำให้เป็นเรื่องยากที่จะประมาณการขนาดของดาวดวงนี้ได้อย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน” โดยนักดาราศาสตร์คาดว่ามันอาจมีขนาดใหญ่ถึง 20 กิโลเมตร เป็นวัตถุผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะที่ใหญ่ที่สุด เท่าที่มีการค้นพบได้

ก่อนหน้านี้ นักดาราศาสตร์เคยค้นพบวัตถุจากนอกระบบสุริยะ ที่เข้ามาเฉียดผ่านใกล้ดวงอาทิตย์ได้เพียงสองดวงเท่านั้น ประกอบด้วย 1I/‘Oumuamua วัตถุขนาดใหญ่ประมาณ 1 กิโลเมตร ตรวจเจอครั้งแรกในปี 2017 และ 2I/Borisov ดาวหางจากนอกระบบสุริยะดวงแรก มีขนาดไม่เกิน 1 กิโลเมตรเช่นกัน ถูกพบในปี 2019

หากวัตถุนี้เป็นดาวหางจริง ๆ มีความเป็นไปได้ว่า 3I/ATLAS คือดาวหางที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของระบบดาวอื่น เช่นเดียวกับบรรดาดาวหางในระบบสุริยะ ก่อนถูกอิทธิพลแรงโน้มถ่วงบางอย่างดีดออกมา จนมันลอยเคว้งอยู่ในพื้นที่ห้วงอวกาศระหว่างดาวฤกษ์เป็นเวลานานหลายล้านปี และได้โฉบผ่านเข้ามาในระบบสุริยะของเราโดยบังเอิญ

ดาวหางเหล่านี้ เป็นดั่งไทม์แคปซูลที่หลงเหลือมาจากการก่อกำเนิดของระบบดาว ซึ่งอาจนำพาองค์ประกอบที่ให้กำเนิดดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เฉียดมาใกล้กับหลังบ้านของพวกเราอีกด้วย เพราะแม้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปีก่อนที่มนุษย์จะได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนระบบดาวอื่น แต่การศึกษาดาวหาง หรือซากวัตถุผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะ อาจช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้เรียนรู้ถึงความหลากหลายของเพื่อนบ้านที่อยู่ไกลออกไปหลายปีแสง โดยไม่ต้องออกไปจากระบบดาวของเราด้วยซ้ำ

สำหรับระบบดาวที่เป็นต้นกำเนิดของดาวหาง 3I/ATLAS ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนด้วยข้อมูล ณ ตอนนี้ แต่พบว่ามันมีทิศมาจากกลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius) หรือบริเวณใจกลางของกาแล็กซีทางช้างเผือก

อย่างไรก็ตาม 3I/ATLAS จะเข้ามาเฉียดใกล้ดวงอาทิตย์ ในตำแหน่งเกือบตรงกันข้ามกับโลกพอดี โดยมีจุดใกล้โลกสุดด้วยระยะห่าง 240 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 1.6 เท่าของระยะโลก-ดวงอาทิตย์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะมีช่วงที่เฉียดใกล้ดาวอังคารด้วยระยะห่าง 28 ล้านกิโลเมตร ซึ่งอาจเพียงพอให้ยานอวกาศในวงโคจรรอบดาวอังคาร ได้ร่วมสำรวจเช่นเดียวกับทัพกล้องโทรทรรศน์จากโลกของเรา ก่อนที่ผู้มาเยือนดวงนี้จะโคจรจากออกไปตลอดกาล

แม้ชาวโลกจะพลาดโอกาสในการมองเห็น และเรียนรู้เกี่ยวกับดาวหางดวงนี้เพิ่มเติม แต่องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ระบุว่ามีแผนส่งยาน Comet Interceptor ขึ้นไปประจำการอยู่ในวงโคจร L2 ระหว่างโลก-ดวงอาทิตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมพุ่งไปศึกษาดาวหางดวงสำคัญต่าง ๆ ทั้งดวงที่มาจากหมู่เมฆออร์ตของระบบสุริยะ ไปจนถึงดาวหางผู้มาเยือนจากระบบดาวอื่น อย่างเช่นกรณีของ 3I/ATLAS โดยปัจจุบันมีกำหนดขึ้นบินในปี 2029 นี้

นอกจากนี้ หอดูดาว Vera C. Rubin ที่กำลังเริ่มภารกิจถ่ายภาพมุมกว้างของท้องฟ้ายามค่ำคืน ก็อาจมีบทบาทสำคัญในการร่วมค้นพบวัตถุผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะได้เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับการตรวจพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ในระบบสุริยะเพิ่มอีก 1 ล้านดวง ในช่วงสองปีแรกของการสำรวจท้องฟ้าอีกด้วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:

การค้นพบในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นตำแหน่งของมนุษย์ และโลกของเราในจักรวาลแห่งนี้ ว่าพวกเราเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งของระบบดาวแห่งหนึ่ง ในชุมชนของระบบดาวมากกว่าแสนล้านแห่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกาแล็กซี หรือดาราจักรจำนวนมากในเอกภพ แน่นอนว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้ และคงมีการค้นพบที่น่าสนใจอีกมากที่รอคอยเราอยู่…

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...