โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พ่อแม่กอดรูปลูกชายร้องสื่อด้วยน้ำตา ถูกรถกระบะขับไล่ชนจนเสียชีวิต ตามคดี ตร.บอก พวกคุณจะรีบไปไหน ทั้งๆ ที่ก็รู้ตัวคนร้าย แต่ไม่จับ

สยามนิวส์

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 05.24 น. • สยามนิวส์
พ่อแม่กอดรูปลูกชายร้องสื่อด้วยน้ำตา ถูกรถกระบะขับไล่ชนจนเสียชีวิต ตามคดี ตร.บอก พวกคุณจะรีบไปไหน ทั้งๆ ที่ก็รู้ตัวคนร้าย แต่ไม่จับ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ โดยมีใจความว่า น้องชายเราเกิอุบัติเหตุรถกะบะตู้ทึบสีขาว ยี่ห้ออิซูซุ ไล่ชน จากวัดศรีสโมสรคลองเจ็ด มาจนถึงคลองแอนคลองหก วันที่ 23/6/2025 เวลาประมาณการ 4 ทุ่ม ใครพอมีภาพ วงจรปิดหรือจับวิดีโอได้ รบกวนส่งให้หน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้น้องชายเราเสียชีวิต ได้ไปแล้วความที่ สภ.แห่งหนึ่ง ในคลองหลวง ปทุมธานี

เราตามเรื่อง แต่ตำรวจใช้คำว่า พวกคุณจะรีบไปไหน ทั้งๆ ที่เรารู้ตัวคนร้าย รถก็จับได้แล้วตั้งแต่วันแรกที่ชน จนตอนนี้น้องเราจัดงานศพเสร็จเรียบร้อย แต่คดีความไม่คืบหน้าเลยค่ะ รบกวนช่วยด้วยค่ะ คนเสียชีวิตทั้งคนจะให้ครอบครัวทำใจยังไงค่ะ จะไม่ให้รีบได้ไงค่ะ รู้ตัวคนร้ายทุกอย่างทั้งบ้านทั้งที่อยู่ แต่ตำรวจไม่ได้ตามจับให้เลย ครอบครัวเราต้องรู้สึกยังไง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2568 ทีผ่านมา ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวกับ นายปรีชาพร และนางสาวณภัสรา 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายพีรดนย์ อายุ 15 ปีที่ถูกรถกระบะตู้ทึบไล่ชนจนเสียชีวิต ขณะขับรถจักรยายนต์หนี โดยทั้งคู่หอบรูปหน้าศพนบุตรชาย นำมาร้องขอความเป็นธรรมแก่สื่อมวลชน หลังคดีการเสียชีวิตของลูกชายไม่คืบหน้า และพาสื่อมวลชนไปชี้จุดบริเวณน้องถูกรถกระบะตู้ทึบชนจนเสียชีวิต

นายปรีชาพร และนางสาวณภัสรา กอดรูปถ่ายไว้แนบอกและกล่าวด้วยน้ำตาว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง เพื่อนที่ทำงานได้โทรมาบอกว่าลูกชายตนถูกรถชนที่บริเวณคลองแอนหก ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบน้องหายใจรวยรินอยู่ โดยสาเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร รู้เพียงว่าน้องถูกรถไล่ชนมา ตอนนั้น สภาพจิตใจย่ำแย่มาก เนื่องจากครอบครัวได้นำน้องไปฉลองวันเกิดในวันที่ 22 มิถุนายน พอมาวันรุ่งขึ้นวันที่ 23 น้องก็มาประสบเหตุเสียชีวิตทั้งที่เพิ่งใช้คำนำหน้าว่า นาย ไม่ได่กี่วันเอง ซึ่งครอบครัวเสียใจเป็นอย่างมากที่น้องไม่ได้มีการกล่าวลากันเลย

ในส่วนของคดีความ ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว ทั้งที่ตำรวจก็รู้ตัวคนร้ายแล้วว่าเป็นใคร แต่ผู้ต้องหายังไม่มารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากรถกระบะที่ชนน้อง ตำรวจก็นำมาไว้ที่โรงพักเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ตอนงานศพน้องผู้ก่อเหตุก็ไม่เคยมางานศพ จึงฝากวอนขอความเป็นธรรมว่า คนที่ทำน้องเสียชีวิตออกมารับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไป ไม่ใช่นิ่งเฉยแบบนี้

ทางด้านเด็กชายวรินทร อายุ 13 ปี นำร่างที่มีสภาพบาดแผลตามร่างกายอันบอบซ้ำ พร้อมกับกล่าวต่อสื่อมวลชนว่า ในวันเกิดเหตุนั้นพี่ผู้เสียชีวิตได้ชวนตนและเพื่อนอีกคนไปหาแฟนเขาที่คลองเจ็ด ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยขณะที่พวกตนและแฟนพี่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งอยู่ในห้อง แฟนเขาก็มีน้าชายของฝ่ายหญิงได้เข้ามาในห้องและตบพวกตนทั้ง 3 คน และไล่พวกตนออกจากบ้านเขา พอขับรถออกไปได้สักพัก น้าชายของแฟนผู้เสียชีวิตได้ขับรถกระบะไล่ชนพวกตน

ซึ่งพวกตนก็ได้ขับรถจยย.หนีเอาชีวิตรอดจากคลองเจ็ด จนมาถึงคลองแอนหก แล้วพุ่งชนรถของพี่ชายที่เสียชีวิต โดยตนได้นั่งซ้อนท้ายรถผู้เสียชีวิตมา จึงกระโดดหนีจากรถจยย. ได้ทัน จากนั้น รถกระบะคันดังกล่าวได้ขับรถไล่ชนเพื่อนตนอีกคนที่กำลังขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดพวกตนไม่เคยรู้จักผู้ก่อเหตุและไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน หลังจากเหตุการณ์นี้ ตนรู้สึกกลัวเป็นอย่างมากและไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนอีกเลยตั้งแต่วันนั้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในขณะที่ รถกระบะตู้ทึบที่ชน จยย.ผู้เสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปจอดไว้ที่หน้า สภ.คลองห้า โดยรถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าว สภาพหน้ารถมีรอยถลอกบริเวณด้านขวาหน้ารถและบังโคลนหน้า ตรงป้ายทะเบียนรถยุบเข้าไป อย่างไรก็ตาม ทางด้าน ร.ต.อ. ประพันธ์ เรืองสุวรรณ์ ร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี ได้กล่าวทางโทรศัพท์แก่ผู้สื่อข่าวว่า ภายในอาทิตย์นี้จะเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...