โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC มองลดหย่อนภาษี “โซลาร์รูฟท็อป” หนุนติดตั้งเพิ่ม วอนรัฐออกมาตรการกระตุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 11.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (Economic Intelligence Center – EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย โดยกำหนดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ผู้มีสิทธิขอใช้มาตรการนี้ ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) และต้องเป็นผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (1)–(8) ของประมวลรัษฎากร โดยระบบที่ติดตั้งต้องเป็นแบบ On-grid ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงข่ายของการไฟฟ้า กำหนดขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ และต้องมีเอกสารประกอบการติดตั้งครบถ้วน

มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์จากภาคครัวเรือน ท่ามกลางแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และการตื่นตัวของประชาชนต่อพลังงานสะอาด ทั้งนี้ มาตรการยังไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด และยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัดในการประกาศใช้

มาตรการลดหย่อนภาษีดังกล่าวถือเป็นแรงจูงใจที่จะช่วยให้ภาคครัวเรือนตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน โดยกระทรวงพลังงานระบุว่า ในปี 2023 ประเทศไทยมีศักยภาพรวมอยู่ที่ราว 121,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ปริมาณการติดตั้งสะสมในปี 2022 อยู่ที่เพียง 1,893 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 1.6% ของศักยภาพทั้งหมด สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตอีกมากในอนาคต

ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคของ SCB EIC ในช่วงต้นปี 2025 พบว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,257 ราย แสดงความสนใจในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนการติดตั้งที่ยังอยู่ในระดับสูง มาตรการลดหย่อนภาษี 200,000 บาท จึงคาดว่าจะช่วยให้ผู้บริโภคบางส่วนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถลดภาระภาษีได้ประมาณ 6,100 - 50,000 บาท ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญในการลงทุน

นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังสะท้อนถึง “สัญญาณเชิงนโยบาย” จากภาครัฐ ที่แสดงถึงความจริงจังในการสนับสนุนพลังงานสะอาดจากภาคประชาชน

แม้ว่ามาตรการลดหย่อนภาษีจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภค แต่จากผลสำรวจของ SCB EIC พบว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดจากภาครัฐคือ “การให้เงินอุดหนุนการติดตั้ง” (26%) รองลงมาคือ “การลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง” (20%) ขณะที่ความต้องการอื่น ๆ ที่ประชาชนอยากให้รัฐสนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ การปลดล็อกการขายไฟฟ้าอย่างเสรี (15%) การเสนอขายระบบโซลาร์รูฟท็อปในราคาที่ต่ำกว่าตลาด (14%) การรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตราเดียวกับราคาขายปลีก (13%) และการผ่อนปรนขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง (12%)

ข้อค้นพบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคคาดหวัง “แพ็กเกจนโยบาย” ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านต้นทุน การเข้าถึงระบบ และสิทธิประโยชน์หลังการติดตั้ง เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...