โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AOT บนทางสามแพร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หลังจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ถูกบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) รุกฆาตยื่นขอแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรี 3 สัญญา 5 สนามบิน ประกอบด้วย 1) สนามบินสุวรรณภูมิ (สัญญาระหว่างปี 2565-2575) 2) สนามบินดอนเมือง (สัญญาเดือน ต.ค. 2565-ก.ย. 2576) และ 3) สนามบินภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ (สัญญาปี 2565-2575)

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ฉุดให้หุ้น AOT ทรุดหนักลงไปกองที่ก้นเหวราคาทำนิวโลว์ต่ำ 30 บาท…ซึ่งงานนี้บอกได้คำเดียวว่าเจ็บหนักปางตายกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนรายใหญ่ หรือแม้กระทั่งนักลงทุนสถาบัน…

คำถามที่ตามมา แล้ว AOTซึ่งรายได้หลักมาจาก “คิง เพาเวอร์” คิดเป็นสัดส่วน 17% ของรายได้รวม โดยในปี 2567 AOTมีรายได้รวมที่ 67,827.79 ล้านบาท จะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไง..??

ก็มีหลาย scenario ตั้งแต่ 1) คงสัญญาเดิม 2) เจรจาปรับแก้สัญญา และ 3) ยกเลิกสัญญา แล้วเปิดประกวดราคาใหม่ ไม่รู้ว่าจะออกมารูปแบบไหน..?? ซึ่ง AOTขอเวลา 60 วัน เพื่อไปตีลังกาคิดให้ถี่ถ้วน…ซึ่งเบื้องต้นได้ปัดตกข้อเสนอ “คิง เพาเวอร์” ที่ของดจ่ายค่าเช่าพื้นที่ช่วงรอผลศึกษา โดยยืนกรานต้องยึดการชำระผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาเดิม

ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์ อย่าง บล.เคจีไอ มองว่าทางออกที่เหมาะสม (โดยไม่ยกเลิกสัญญา) จะเป็นการปรับเปลี่ยนจากการกำหนด minimum guarantee เป็นการจัดแบ่งส่วนแบ่งรายได้ที่ 20% สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญาสัมปทานจากปี 2569 เป็นต้นไป (เริ่มจากเดือนตุลาคม 2568) ซึ่งจะทำให้ 1) รายได้จะลดลงจากประมาณการเดิม 14.1%, 2) EBIT margin จะลดลง 0.04% และ 3) กำไรสุทธิลดลง 24.9%

ดังนั้น คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2568 จะอยู่ที่ 1.90 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.7% และในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท ลดลง 17.9%

ด้าน บล.ฟิลลิประบุว่า “คิง เพาเวอร์”ยังจ่ายตามสัญญาเป็น Minimum Guarantee (MG) เหมือนเดิม หลังจากที่จะขอจ่ายเป็น Revenue Sharing ที่ 20% จากที่จ่ายเฉลี่ย 33-34% ของรายได้ แต่เนื่องจากยังไม่ได้มีการเจรจา ทาง AOTจึงไม่อนุญาตให้จ่าย Revenue Sharing ที่ 20% หากดูตอนที่ชนะประมูลที่ 1) สุวรรณภูมิ KPD เสนอ 15,419 ล้านบาท อันดับ 2 ที่ 8,517 ล้านบาท 2) ดอนเมือง KPD เสนอ 1,500 ล้านบาทเพียงรายเดียว และ 3) 3 สนามบินภูมิภาค KPD เสนอ 2,331 ล้านบาท อันดับที่ 2 ที่ 2,012 ล้านบาท

สัญญาใหญ่อยู่ที่สุวรรณภูมิ แต่มีแนวโน้มที่จะลดค่า Minimum Guarantee โดยผู้บริหารให้ข้อมูลว่า AOT สามารถแก้ไขสัญญาเองได้ เพราะไม่ได้เข้า พรบ.ร่วมทุน และไม่ต้องผ่าน ครม. และเคยแก้ไขสัญญารายอื่นมาก่อนหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม มอง Revenue Sharing ที่ 20% เป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุด เพราะยังทำให้รายได้จากสุวรรณภูมิสูงกว่าผลตอบแทน อันดับที่ 2 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง ส่วนการยกเลิกสัญญาจะเป็นทางเลือกสุดท้าย หากปรับเป็น Revenue Sharing ที่ 20% กำไรปี 2569 จะลดลง 29.4%จากคาดการณ์เดิมเป็น 13,818 ล้านบาท

ฟาก บล.พาย มองทางออกเบื้องต้นที่ AOT พิจารณา คือ การตั้งคณะกรรมการเพื่อมาตรวจสอบถึงเหตุผลและความเหมาะสมในการเจรจากับ “คิง เพาเวอร์” เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับ AOTโดยคาดว่าผลการศึกษามีโอกาสออกมาในรูปแบบของการปรับเงื่อนไขของการชำระผลตอบแทนใหม่ที่อาจจะยกเลิกในส่วนของ Minimum Guarantee หรือพิจารณายกเลิกสัญญาและเปิดประมูลใหม่

ทั้งนี้ มูลค่าการเจรจาคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าที่เสนอผลตอบแทนลำดับที่ 2 ที่เสนอไว้ระดับ 8,000 ล้านบาท ซึ่งคิง เพาเวอร์ เสนอสัญญาที่สนามบินสุวรรณภูมิกว่า 15,000 ล้านบาท โดยระหว่างทาง “คิง เพาเวอร์” ยังต้องจ่ายผลตอบแทนในรูปแบบเดิมต่อไป

ส่วนคำแนะนำมีทั้งให้ “ซื้อ”และ “ถือ”นะออเจ้า

ถ้านักลงทุนจะมองว่าในจังหวะที่หุ้น AOTแลนด์ดิ้งอย่างนี้ เป็นโอกาสในการซื้อก็ได้นะ หรือจะมองว่าราคาต่ำแล้วอาจจะต่ำอีก…ก็มองได้อีกนั่นแหละ

แต่ดูจากการที่ “ปวีณา จริยฐิติพงศ์”รักษาการ MD ส่งสัญญาณว่า หากประมูลใหม่ก็ได้น้อยกว่าเก่านะ…สุดท้ายเดาได้ไม่ยาก ก็คงแก้ไขสัญญาแหละ ซึ่งต้องดูว่าเนื้อหาสาระของส่วนแบ่งผลตอบแทนในสัญญาเดิมกับสัญญาใหม่จะแตกต่างกันยังไง..??

เพราะนั่นหมายถึงรายได้ตรงนี้จะหายไปอย่างมีนัยสำคัญนะจิบอกให้…

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...