โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้ผลิตโลหะยุโรป กดดัน EU สกัดส่งออกเศษโลหะ หลังทรัมป์เก็บภาษีดันราคาพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.16 น.

ผู้ผลิตโลหะยุโรป กดดัน EU สกัดส่งออกเศษโลหะ หลังทรัมป์เก็บภาษีดันราคาพุ่ง หวั่นกระทบเป้าหมายลดคาร์บอน ด้านกลุ่มรีไซเคิลค้านเสียงแข็ง

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 13.11 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ผลิตโลหะในสหภาพยุโรป (EU) กำลังเรียกร้องให้สหภาพฯ ออกมาตรการเก็บภาษีส่งออกหรือจำกัดการส่งออกเศษโลหะ (scrap metal) ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อลดการส่งออกไปยังสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุจากนโยบายการค้าของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

ผู้ผลิตโลหะในยุโรปเตือนว่า ปริมาณเศษโลหะอาจขาดแคลนและยุทธศาสตร์ลดการปล่อยคาร์บอนจะถูกบ่อนทำลาย หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม 50% ส่งผลให้ความต้องการเศษโลหะที่ปลอดภาษีพุ่งสูง และราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

อุตสาหกรรมอลูมิเนียมกำลังเรียกร้องให้ EU ใช้มาตรการอนุญาตส่งออก (export authorisation) ซึ่งเคยใช้ในช่วงโควิด-19 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้บริษัทต้องขออนุญาตก่อนส่งออกอุปกรณ์ป้องกันและวัคซีน นอกจากนี้ การเก็บภาษีส่งออกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

อักเซล เอ็กเกิร์ต ผู้อำนวยการ Eurofer (สมาคมเหล็กยุโรป) กล่าวว่า "เศษโลหะเป็นประเด็นใหญ่ …เรากำลังเรียกร้องให้มีการเก็บภาษีส่งออกเศษโลหะ" พร้อมชี้ว่าประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่ม EU ส่วนใหญ่มีมาตรการควบคุมการส่งออกเศษโลหะอยู่แล้ว

เศษโลหะถือเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมโลหะในยุโรป เนื่องจากการรีไซเคิลอลูมิเนียมช่วยประหยัดพลังงานสูงถึง 95% ขณะที่เหล็กช่วยประหยัดได้ 80% ตามข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรป

ข้อมูลจาก Europe Aluminium ระบุว่าการส่งออกเศษอลูมิเนียมจาก EU ไปสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานตัวเลขที่ต่ำ แต่ถือเป็นสัญญาณอันตราย โดยยอดส่งออกเศษอลูมิเนียมจาก EU รวมทั้งสิ้น 345,000 ตันในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยสหรัฐกลายเป็นตลาดหลักหลังจากที่สหรัฐฯ ลดการส่งออกเศษโลหะของตัวเอง

ทั้งนี้ปัญหาการส่งออกเศษโลหะไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนที่ทรัมป์จะเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมเพื่อหนุนการผลิตในประเทศ ผู้ผลิตในยุโรปก็เผชิญกับปัญหานี้อยู่แล้ว ในปี 2566 EU ส่งออกเศษเหล็ก (ferrous scrap) สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 19 ล้านตัน ส่วนใหญ่ไปตุรกี อินเดีย อียิปต์ ปากีสถาน และสหรัฐ

"ผู้ผลิตโลหะในยุโรปไม่สามารถรอให้ EU เจรจากับทรัมป์สำเร็จก่อนจึงจะดำเนินการได้" พอล วอส หัวหน้า Europe Aluminium กล่าว โดยเจ้าหน้าที่ EU ยอมรับว่าอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้ทันเส้นตาย 9 กรกฎาคมนี้ของทรัมป์

วอสชี้ว่า แม้มาตรการอนุญาตส่งออกจะไม่เคยถูกนำมาใช้กับเศษโลหะมาก่อน แต่สถานการณ์พิเศษเช่นนี้ ก็จำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

ทั้งนี้สหภาพยุโรปมีจุดยืนสนับสนุนการค้าเสรี การควบคุมการส่งออกถือเป็นมาตรการที่หายาก โดยที่ผ่านมาใช้เฉพาะช่วงโควิด-19 หรือกับสินค้าอาวุธ และสินค้าที่มีใช้ทางทหาร หรือสำหรับประเทศที่ถูกคว่ำบาตร

คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่ากำลังหารือกับผู้ผลิตและรีไซเคิลโลหะ พร้อมประเมินสถานการณ์ตลาด และจะตัดสินใจในไตรมาส 3 ว่าจะใช้มาตรการใดกับเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดงหรือไม่

ภาษีของทรัมป์ส่งผลให้ผู้ผลิตโลหะสหรัฐมีแรงจูงใจซื้อลูกเหล็กในประเทศมากขึ้น และหันไปหาตลาดต่างประเทศ ปัจจัยนี้เปิดช่องกำไรเก็งกำไร หรือช่องว่างราคาระหว่างสองตลาด ที่สูงถึง 750 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อรวมกับภาษี 50%

"ถ้าช่องกำไรนี้ยังอยู่ต่อไป บริษัทที่ลงทุนในนโยบาย Green Deal ของ EU จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก" ร็อบ ฟาน กิลส์ CEO ของ Hammerer Aluminium Industries กล่าว โดยนโยบาย Green Deal มีเป้าหมายให้ EU ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050

ฟาน กิลส์เตือนว่า หากราคาซื้อเศษโลหะในท้องถิ่นสูงใกล้หรือเกินกว่าราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ผู้ผลิตจะต้องหันไปซื้อโลหะปฐมภูมิจากประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง เช่น อินเดีย ซึ่งจะทำให้เป้าหมายลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมอลูมิเนียมยุโรปพังลงโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ค้าขายเศษโลหะในยุโรปต่อต้านการจำกัดการส่งออก สมาคม EuRIC ชี้ว่ายุโรปไม่มีปัญหาขาดแคลนเศษโลหะ โดยความต้องการภายในดูดซับเพียง 80% ของเศษเหล็กที่มีอยู่

ด้าน Eurofer เห็นว่าการจำกัดส่งออกจะช่วยป้องกันไม่ให้คู่แข่งต่างประเทศนำเศษโลหะของยุโรปไปผลิตเหล็กรีไซเคิลคาร์บอนต่ำ แล้วกลับมาขายให้กับยุโรปอีก

"เราไม่ได้ขอให้ห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิง แต่เราต้องการให้ยุโรปเก็บเศษโลหะไว้ใช้ในประเทศมากขึ้น หรือมีแรงจูงใจให้ใช้เศษโลหะในกระบวนการผลิตของเราเอง เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอน" เอ็กเกิร์ตกล่าว

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...