IMF เตือนความเสี่ยงสหรัฐฯ ถล่มอิหร่าน ซ้ำเติมความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
IMF เตือนความเสี่ยงสหรัฐฯ ถล่มอิหร่าน ซ้ำเติมความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มิ.ย. 68 14:50 น.
นางคริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือน การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ภาคพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น
"เรามองว่า สถานการณ์ตอนนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอน ให้กับสภาพแวดล้อมที่เดิมก็มีความไม่แน่นอนสูงอยู่แล้ว" จอร์เจียวากล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดที่เห็นในขณะนี้คือ ราคาพลังงาน ซึ่ง IMF กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด แต่อาจมีผลกระทบในระดับที่สองและสามตามมา หมายความว่า สถานการณ์เดิมมีความปั่นป่วนและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อยู่แล้ว หลังจากนั้น ก็มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการปรับลดแนวโน้มการเติบโตทั่วโลกตามมาอีกระลอก"
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งสูงขึ้นถึง 5.7% สู่ระดับ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายฝั่งเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ (23 มิ.ย.) ก่อนที่จะย่อตัวลง
ก่อนหน้านี้ IMF ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกสำหรับปีนี้ไปแล้วเมื่อเดือนเม.ย. โดยเตือนว่าการรีเซ็ตระบบการค้าโลกที่นำโดยสหรัฐฯ จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง นางจอร์เจียวากล่าวว่า ช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้ ได้แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มดังกล่าวยังคงอยู่ และถึงแม้โลกจะหลีกเลี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ แต่ก็มีความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ซึ่งจะฉุดรั้งแนวโน้มการเติบโต
ขณะนี้ทั่วโลกกำลังเตรียมรับมือการตอบโต้ของอิหร่าน หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศ ทำให้เทรดเดอร์และรัฐบาลทั่วโลกต่างพากันตื่นตระหนก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ใต้ดินเพื่อโจมตีเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่าน ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยากจะคาดเดา และเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดทางการค้า
นางจอร์เจียวา ยังเพิ่มเติมว่า IMF กำลังประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งที่ปะทุอยู่ในขณะนี้ ว่าจะส่งผลกระทบต่อส่วนชดเชยความเสี่ยงของน้ำมันและก๊าซมากน้อยเพียงใด โดยในตลาดน้ำมัน ปริมาณการซื้อขายออปชั่นพุ่งสูงขึ้น และเส้นกราฟฟิวเจอร์สได้เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดด้านอุปทานระยะใกล้ที่ตึงตัวเพิ่มขึ้น
"ต้องดูกันต่อไปว่า เหตุการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใด" โดยนางจอร์เจียวากล่าวว่า ตนเองกำลังเฝ้าดูว่าอาจมีการหยุดชะงักในการส่งมอบพลังงานหรือผลกระทบที่ลุกลามไปยังประเทศอื่น ๆ หรือไม่
สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง IMF มองเห็นภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้ตอนนี้จะยังไม่ถึงจุดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อย่างไม่ต้องกังวลก็ตาม
"สิ่งที่เราคาดหวังในช่วงปลายปีคือ เฟดอาจพิจารณาว่าถึงเวลาแล้วที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง" โดยให้เหตุผลจากความแข็งแกร่งในตลาดแรงงานสหรัฐฯ และการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยหนุนการบริโภค ขณะเดียวกัน ก็เตือนว่า ยิ่งมีความผันผวนมากเท่าไร สถานการณ์สำหรับธุรกิจก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น "เมื่อมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาก็คือ นักลงทุนไม่กล้าที่จะลงทุน ผู้บริโภคไม่จับจ่ายใช้สอย และนั่นจะฉุดรั้งแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ"
ที่มา Bloomberg
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ