โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮุน มาเนตโวจะไม่แพ้แรงกดดันเศรษฐกิจจากไทย อ้างไทยพยายามทำลายชื่อเสียง

Amarin TV

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.10 น.
นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ฮุน มาเนต ย้ำว่า รัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับมือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเอาไว้แล้ว และอ้างว่าเป้าหมายของไทยคือการทำลายชื่อเสียงกัมพูชา

สำนักข่าวขแมร์ไทม์ส (Khmer Times) ของกัมพูชารายงานเช้าวันนี้ (25 มิถุนายน) ว่า กัมพูชาจะไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจของไทย โดยนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ฮุน มาเนต ย้ำว่า รัฐบาลได้เตรียมพร้อมรับมือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเอาไว้แล้ว หลังรัฐบาลไทยพยายามกดดันด้วยการใช้อาวุธทางเศรษฐกิจ ทั้งการตัดไฟ อินเทอร์เน็ต น้ำมันและการค้าชายแดน

ฮุน มาเนตเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ประเทศไทยกำลังใช้สามยุทธศาสตร์เพื่อกดดันกัมพูชา ประการแรกคือการปลุกระดมความเคลื่อนไหวชาตินิยม การใช้เศรษฐกิจเป็นอาวุธ และการโชว์ศักยภาพทางกองทัพ

นอกจากนี้ ยังระบุว่า เป้าหมายที่แท้จริงของไทยคือการทำลายชื่อเสียงของกัมพูชาและสร้างภาพลักษณ์ของกัมพูชาในสายตาชาวโลกว่าเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงออนไลน์

นักวิจัยเศรษฐศาสตร์กัมพูชามอง กัมพูชาได้เปรียบ

เชย์ เต็ก นักวิจัยเศรษฐศาสตร์และสังคมยอมรับว่า รัฐบาลไทยกำลังใช้การค้าทวิภาคี การท่องเที่ยว และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นเครื่องมือกดดันให้กัมพูชาถอนคำร้องเรื่องพรมแดนออกจากศาลโลก

“ไม่ว่าจะผ่านการทูต การทหาร หรือแม้แต่กลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยก็ตอบโต้ด้วยวิธีเชิงรุกและมีประสิทธิภาพ ทำให้กัมพูชาสูญเสียผลประโยชน์”

แต่ในประเด็นการค้าทวิภาคี เขาย้ำว่า กัมพูชาอยู่ในสถานะผู้ซื้อ ขณะที่ไทยเป็นผู้ขาย ตัวเลขทางการค้าแสดงให้เห็นว่า การส่งออกของกัมพูชาไปไทยอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกของไทยไปกัมพูชาเกินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ของกัมพูชามองว่า ในโลกธุรกิจ ผู้บริโภคคือราชา และคนขายต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในโลกยุคใหม่ ซึ่งคนซื้อมีแหล่งเข้าถึงสินค้าได้หลากหลาย

นายเชย์ยังระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาตระหนักดีถึงอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ไทยมีต่อประเทศเพื่อนบ้าน และได้วางกลยุทธ์ตอบโต้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น การจำกัดการนำเข้าผัก ผลไม้ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจากประเทศไทย

สำหรับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณชายแดน นายเชย์เรียกร้องให้ประชาชนอย่ากังวล พร้อมระบุว่า หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง ก็น่าจะจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจากประสบการณ์ในอดีตถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของกัมพูชา

“ประเทศไทยยังอาจสูญเสียแรงงานกัมพูชากว่า 2 ล้านคน ซึ่งรวมถึงแรงงานถูกกฎหมายราว 1.2 ล้านคน และแรงงานผิดกฎหมายอีกราว 800,000 คน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 100,000 ล้านบาท หรือประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ” เขากล่าว

นายเชย์ยังเน้นว่า นอกจากแรงงานเหล่านี้จะทำงานในภาคอุตสาหกรรมแล้ว ส่วนใหญ่ยังใช้จ่ายเงินที่หาได้ภายในประเทศไทย ทั้งในการซื้อสินค้าและบริการ โดยมีเพียงบางส่วนที่ส่งกลับประเทศ จึงถือว่าพวกเขามีบทบาทเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม

เขายังกล่าวอีกว่า ภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรของกัมพูชากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การที่แรงงานเหล่านี้จะเดินทางกลับประเทศ จึงสอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศที่ต้องการแรงงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม นายเชย์ระบุว่า ไม่ใช่แรงงานทั้งหมด 2 ล้านคนจะเดินทางกลับ เนื่องจากรัฐบาลไทยเองก็มีมาตรการคุ้มครองแรงงานกัมพูชา เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติหรือการใช้ความรุนแรงกับแรงงานข้ามชาติด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...