โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สถานทูตจีนถก สส.พรรคประชาชน ปัญหาสารพิษปนเปื้อนลำน้ำ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 มิ.ย. 68) นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เปิดเผยถึงการหารือร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายต้องเผชิญมาตลอดปี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประสานความร่วมมือและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกับประเทศในลุ่มน้ำโขงให้ชัดเจน โดยระบุว่า

“การแก้ไขปัญหามลพิษน้ำกก-สาย ต้องทำโดยประสานความร่วมมือและเสนอแนวทางการแก้ไขร่วมกับประเทศในลุ่มน้ำโขงให้ชัดเจนครับ

ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่เมื่อวานนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เชิญพรรคประชาชน, โดยมี อ.เดชรัต สุขกำเนิด และผม เป็นผู้แทนพรรค, เข้าหารือประเด็นปัญหามลพิษในน้ำกก-สาย ที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย เผชิญมาตลอดปี

โดยทางผมได้ยื่นข้อเสนอและขอประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาในเบื้องต้นกับทางจีน ดังนี้

การตรวจสอบห่วงโซ่ตลอดห่วงโซ่อุปทานของผู้นำเข้าแร่ โดยขอข้อมูลการนำเข้าแร่จากเมียนมา เข้าสู่จีนว่า ที่ผ่านมาได้นำเข้าจากเหมืองในพื้นที่ใดบ้าง และขอตัวอย่างของระบบการตรวจสอบย้อนกลับของจีน “Rare Earth Product Traceability Information System” ในส่วนนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการนำมา revise กฎหมายแร่ ของไทยเราเอง ที่แก้ไขครั้งล่าสุดตั้งแต่ปี 2560 และไม่ได้มีการระบุในส่วนนี้เพื่อมารองรับปัญหานี้ในประเทศไทย รวมถึงการใช้ระบบนี้ เป็นหนึ่งในการดำเนินการในระยะเร่งด่วนของกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) ผ่านกลไกข้อตกลงการทำงานร่วมกันด้านสิ่งแวดล้อมตามกรอบความร่วมมือนี้ (LMEC)

ทางพรรคประชาชนจะใช้กลไกทางสภาในการผลักดันการแก้ปัญหานี้กับรัฐบาลไทยทุกช่องทาง และขอให้ทางจีนร่วมกับไทย ในการเริ่มต้นใช้กลไกของ LMEC ที่ประชุมครั้งสุดท้ายต้องย้อนไปถึงปี 2022 ไม่มีการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมานานมาก ดำเนินการเรียกประชุมโต๊ะกลม (Roundtable Dialogue) กับประเด็นปัญหามลพิษทางน้ำในลุ่มน้ำโขง ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอย่างหนัก และจัดทำ Action plan ในระยะเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหานี้ให้กับประชาชน และแผนงานในระยะกลาง ระยะยาว ในการแก้ไขและป้องกันอย่างถาวรครับ เสนอให้ชัดว่าแต่ละประเทศจะดำเนินการอย่างไร ส่วนไหน รวมถึงการอุดช่องโหว่ในเรื่องการลักลอบนำเข้า และการสวมแร่ของผู้นำเข้าแร่ในลุ่มน้ำนี้ด้วย

ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยืนยันว่ามีการใช้ระบบตรวจสอบย้อมกลับตลอดห่วงโซ่ในจีนอยู่แล้ว และเห็นด้วยกับการนำระบบนี้มาใช้ในระดับภูมิภาค พร้อมแจ้งว่า การตรวจสอบเบื้องต้นของทางจีนเอง พบว่า ไม่มีธุรกิจจีนเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองในพื้นที่โดยตรง แต่หากฝ่ายไทยมีข้อมูลว่าธุรกิจจีนไปรับจ้างทำเหมืองในเมียนมา หรือลักลอบนำแร่เข้าจีน ให้แจ้งให้ทางจีนได้เลย โดยทางจีนพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่ ตามนโยบาย Green Supply Chain ที่ทางจีนให้สำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอย่างมาก และทางจีนได้ประสานกับทางเมียนมาถึงปัญหานี้ ซึ่งล่าสุดทางเมียนมายินดีร่วมสำรวจพื้นที่เมียนมาร่วมกับทางการไทยแล้วครับ

นอกจากเรื่องมลพิษทางน้ำแล้ว ผมยังประสานความร่วมมือกับทางจีนในเรื่องมลพิษทางอากาศ ในการเข้าถึงข้อมูลทางดาวเทียมของจีน และข้อมูลการใช้ Hyperspectral UAV เพื่อใช้ตรวจสอบและวางแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศต่อไปครับ

ผมและพรรคประชาชนจะเดินหน้าผลักดัน และติดตามการแก้ไขปัญหานี้อย่างใกล้ชิด ในทุกช่องทางผ่านกลไกต่าง ๆ ที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ พร้อมเสนอทางออกที่จะลดและแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่องครับ

แม้สองสามวันที่ผ่านมา ผมจะไม่อยู่ในพื้นที่ แต่ยังมี #ทีมตี๋ อยู่ในพื้นที่ตลอดนะครับ หากใครมีปัญหาในพื้นที่สามารถส่งข้อความมายังเพจนี้ได้เลยครับ อะไรที่อยู่ในอำนาจหน้าที่พร้อมดำเนินการเต็มที่ อะไรที่อยู่นอกเหนือ ก็จะประสานเต็มที่เช่นกันครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...