โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

บุรีรัมย์ คุมตัวชาย 48 มือฆ่าหนุ่มรุ่นลูก ดับกลางทุ่ง ฝากขัง พ่อเชื่อเจตนาฆ่า ยื่นค้านประกันตัว เพื่อนบ้านแค้นแทนบุกด่าหน้าห้องขัง

สยามรัฐ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.11 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 12.11 น.

บุรีรัมย์ คุมตัวชาย 48 มือฆ่าหนุ่มรุ่นลูก ดับกลางทุ่ง ฝากขัง พ่อเชื่อเจตนาฆ่า ยื่นค้านประกันตัว เพื่อนบ้านแค้นแทนบุกด่าหน้าห้องขัง

คืบหน้า ตำรวจ สภ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ คุมตัวชายวัย 48 ใช้มีดฟันหัวหนุ่มรุ่นลูกดับกลางทุ่งนา ฝากขังศาลจังหวัดนางรอง พ่อคนตายเชื่อเจตนาฆ่าอย่างโหดเหี้ยมไม่ใช่ป้องกันตัวตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง พร้อมยื่นค้านประกันตัวชั้นศาลวอนดำเนินคดีตาม กม.ถึงที่สุด ขณะเพื่อนบ้านที่สนิทกับครอบครัวคนตายแค้นแทนบุกด่าหน้าห้องขัง ด้านแม่คนก่อเหตุเผยทั้งน้ำตาสงสารครอบครัวคนตาย เตรียมไปขอขมาศพ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีที่นาบุญถม หรือมุก อายุ 48 ปี ก่อเหตุใช้มีดสปาต้ากระหน่ำฟันศรีษะและใบหน้า นายธวัชชัย หรือเข้ม อายุ 27 ปี เสียชีวิตกลางทุ่งนา ที่บ้านโคกกระเบื้อง ตำบลโนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 30 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าถูกผู้ตายซึ่งมีอายุน้อยกว่าเหมือนรุ่นลูก ปีนเกลียวพูดจาโอ้อวดข่มขู่ท้าทายขณะนั่งดื่มเหล้าด้วยกันหลายคนที่กระท่อมของนายชาติ หรือเล่ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมวง โดยสภาพศพของนายเข้ม ถูกฟันที่ศรีษะและใบหน้าหลายแผล

ล่าสุดวันนี้ (1 ก.ค.68) พ.ต.ต.สุทนต์ กระจ่างจิต สารวัตร (สอบสวน) สภ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เจ้าของคดี ก็ได้เรียกสอบปากคำเพื่อนที่ร่วมวงเหล้าดื่มเหล้าในคืนเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติม ซึ่งจากการสอบปากคำเพื่อนร่วมวงเหล้าต่างให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เพราะต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับแล้ว จึงไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไรกันและฆ่ากันตอนไหนอะไร มารู้อีกทีตอนตอนมีคนพบศพแล้ว

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนก็ได้สอบปากคำนายบุญถม ผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย ก่อนจะนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง

ขณะที่ นายมี อายุ 73 ปี พ่อผู้ตาย พร้อมญาติและเพื่อนบ้าน ก็ได้เดินทางมาที่โรงพัก เพื่อทำเรื่องยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นศาล หลังจากทำเรื่องค้านประกันเสร็จ ก็มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งสนิทกับครอบครัวคนตาย ก็ได้เดินไปที่หน้าห้องขังบนโรงพักพร้อมตะโกนต่อว่าผู้ต้องหาด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้นแทนคนตายและครอบครัว ที่ไม่มีโอกาสได้พูดว่าทำไมถึงถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม แต่ครอบครัวไม่เชื่อว่าจะเป็นการป้องกันตัวตามที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้างแน่นอน แต่บาดแผลที่พบบนศรีษะหลายแผลรวมถึงสภาพศพที่คว่ำหน้าจมน้ำในทุ่งนา จึงเชื่อว่าเป็นการเจตนาฆ่าไม่ใช่การป้องกันตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องนำตัวญาติคนดังกล่าวออกไปสงบสติอารมณ์

จากการสอบถาม นายมี พ่อของคนตาย บอกว่า วันนี้ได้มาทำเรื่องยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ส่วนตัวไม่เชื่อว่าลูกชายจะไปพูดท้าทายหรือข่มขู่เขาจนทำให้ถูกฆ่าตาย น่าจะมีสาเหตุอื่นมากกว่า และเชื่อว่าคนก่อเหตุเจตนาฆ่าลูกชายจนเสียชีวิตไม่ใช่การป้องกันตัวตามที่เขากล่าวอ้าง เพราะถูกฟันหลายแผล อยากให้กฎหมายลงโทษถึงที่สุด ส่วนตัวไม่อยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพเพราะรับไม่ได้ แต่หากคนในครอบครัวของคนก่อเหตุจะมางานศพก็ไม่ปฏิเสธเพราะพ่อแม่ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับการก่อเหตุของลูกด้วย

ขณะที่ นางถนอม อายุ 73 ปี แม่คนก่อเหตุ ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกชายที่โรงพัก ก็พูดทั้งน้ำตาว่า สงสารครอบครัวคนตายที่ต้องสูญเสียลูกชาย ตนก็ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะไปฆ่าเขาตายแบบนี้ และไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรถึงกับต้องฆ่ากัน ถามเพื่อนที่นั่งดื่มเหล้าด้วยกัน ก็อ้างว่าไม่มีใครเห็น แต่เมื่อลูกชายทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย ในส่วนคนเป็นแม่ก็ตั้งใจว่าจะไปขอขมาศพและช่วยงานศพครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็ตั้งใจจะไปขอโทษครอบครัวเขา

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับนายบุญถม ผู้ต้องหาอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาล ซึ่งนายบุญถม ก็ยังยืนกรานเหมือนเดิมว่าสาเหตุที่ใช้มีดฟันนายเข้ม เพราะตอนนั่งดื่มเหล้านายเข้ม พูดจาท้าทายข่มขู่ไม่ให้เกียรติ ทั้งที่ตนอายุมากกว่าเขาก็เท่ากับรุ่นลูกด้วยซ้ำ ยืนยันว่า ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทั้งบอกว่าไม่ได้เจตนาให้ถึงตาย ก็เสียใจและรู้สึกผิดและยอมรับโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ก็ได้บอกให้แม่ไปขอขมาและช่วยงานศพครอบครัวคนตายด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...