โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘โฆษกไทยสร้างไทย’ ชี้ ‘นายกฯ’ ปรับครม. มุ่งจัดสรรผลประโยชน์กลุ่มการเมือง มากกว่าแก้ปัญหา

เดลินิวส์

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • เดลินิวส์
‘โฆษกไทยสร้างไทย‘ ชี้ ’นายกฯ’ ปรับครม. มุ่งจัดสรรผลประโยชน์กลุ่มการเมือง มากกว่าแก้ปัญหาให้ประชาชน ย้ำ ตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เป็นโควตาพิเศษของเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับพรรค

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดว่า เป็นการปรับเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก มากกว่าจะตอบโจทย์ปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะกรณีการบีบพรรคภูมิใจไทยให้ออกจากรัฐบาล แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้กระทรวงเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญ นอกจากกระทรวงมหาดไทยและแรงงาน ส่วนกระทรวงสำคัญอื่น ๆ ส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือของพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เห็นชัดว่าการจัดสรรตำแหน่งใน ครม. ชุดใหม่นี้ไม่ได้คำนึงถึงการขับเคลื่อนงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายปริเยศ กล่าวอีกว่า สำหรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ที่มีบุคคลในครอบครัวของ สส. พรรคไทยสร้างไทยได้รับการแต่งตั้งนั้น พรรคขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยสร้างไทย และไม่ใช่โควตาทางการเมืองของพรรคแต่อย่างใด ตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทยโดยตรง ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจาก สส.ภายในพรรคตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่ม สส.อีสานที่ต้องการเข้าไปมีบทบาทในฐานะฝ่ายบริหารบ้าง หรือนายกรัฐมนตรีเห็นว่า บุคลากรในพรรคตัวเอง ไม่มีความเหมาะสมจะทำหน้าที่ในกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะพรรคเพื่อไทยเคยประกาศชัดว่ามีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมาตลอด

นายปริเยศ กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทย ยืนยันจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝ่ายค้าน และไม่เคยมีแนวคิดหรือท่าทีว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล การปรับ ครม. ครั้งนี้จึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม อย่างไรก็ดี พรรคตระหนักดีว่ามีสมาชิกบางคนของพรรคที่แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลอย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นการขัดกับจุดยืนของพรรคอย่างรุนแรง แต่บุคคลเหล่านั้นกลับไม่ลาออกจากพรรค และยังใช้ชื่อพรรคในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

นายปริเยศ กล่าวอีกว่า กรณีของนายฐากร ซึ่งเป็น สส. ของพรรคไทยสร้างไทย ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พรรคเห็นว่าควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้สามารถเดินเส้นทางการเมืองกับพรรคใหม่ในฝั่งรัฐบาลได้อย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ ไม่ต้องอาศัยหรือแอบอ้างชื่อพรรคไทยสร้างไทยอีกต่อไป พรรคเชื่อว่าการเมืองควรตรงไปตรงมา และควรมีความรับผิดชอบต่อจุดยืนทางอุดมการณ์ ที่ได้ประกาศกับประชาชน

นายปริเยศ กล่าวอีกว่า การเมืองที่ต้องพึ่งพาเสียงของงูเห่าหรือบุคคลที่ทรยศต่อพรรคต้นสังกัดนั้นยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ หากไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การดำรงอยู่ของรัฐบาลชุดนี้อาจไม่ยาวอย่างที่คาดหวัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...