โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ได้เวลาอัปเกรดรถเมล์ไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 18.38 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

เมื่อพูดถึงแผนจัดหารถเมล์ใหม่ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. มีมานานแล้วในหลายรัฐบาล โดยมีการผลักดันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงแผนการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวนมาก เนื่องจากการจัดหารถโดยสารใหม่เป็นรถปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าจะช่วยลดต้นทุนของ ขสมก.ลงได้มาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนจากน้ำมันเป็นไฟฟ้า และรถใหม่จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุงลง ขณะเดียวกันยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีผลทำให้ฝุ่น PM 2.5 ได้อีกด้วย

ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ได้อนุมัติโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน เพื่อมาทดแทนรถเมล์ร้อนเก่าที่รับใช้ประชาชนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับคนกรุงที่ต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศและสภาพรถที่ทรุดโทรมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าภายในปี 2571 จะไม่มีรถเมล์ร้อนวิ่งในเส้นทางประจำ

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งหวังในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับการบริการขนส่งสาธารณะให้ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านจากรถเมล์ NGV มาสู่รถเมล์ EV ไม่เพียงแต่ช่วยลดมลภาวะทางอากาศในเมืองอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสาร

ขณะที่ในแง่ของความคุ้มค่า โครงการนี้ใช้งบประมาณรวม 15,355.60 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าเช่าตัวรถ ค่าซ่อมบำรุง และค่าเช่าสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งแม้จะเป็นวงเงินที่สูง แต่ในระยะยาวโครงการนี้จะสร้างรายได้จากการเดินรถและค่าโฆษณารวม 52,654.19 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิถึง 19,855.64 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัมปทาน 7 ปี อายุสัมปทานจะเริ่มในปี 2569 และสิ้นสุดสัมปทานในปี 2576 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ยังสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับ ขสมก.อีกด้วย

หลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว ขสมก.จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุดโดยเร็วที่สุด โดยจะมีการประกาศร่าง TOR บนเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาแบบ e-bidding ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาจัดซื้อได้ภายในเดือนตุลาคม 2568 และจะเริ่มทยอยรับมอบรถเมล์ต่อไป

โดย ขสมก.ยืนยันว่าจะได้รับรถชุดแรกจำนวน 500 คันภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 และจะครบทั้ง 1,520 คันภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางในกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับบริการขนส่งสาธารณะที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงอย่างแท้จริง

ส่วนแผนการดำเนินการของ ขสมก.หลังจากนี้ ขสมก.จะเร่งรัดพัฒนากายภาพอู่จอดรถ สถานีชาร์จไฟ เพื่อรองรับรถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าทั้ง 1,520 คัน นำมาทดแทนรถเมล์เก่าที่จะต้องมาจัดกลุ่มรถเมล์ร้อน (สีครีมแดง) ใกล้ปลดระวาง และมีสภาพไม่สามารถนำมาวิ่งให้บริการได้ตามกรอบระยะเวลาต่อไป

ขณะเดียวกัน ขสมก.จะต้องมาจัดทำเส้นทางใหม่ เบื้องต้นจะนำมาวิ่งให้บริการในเส้นทางเขตเมือง เช่น รัชดาภิเษก รามคำแหง สีลม จุฬาฯ สามย่าน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินโครงการเช่ารถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าจะทำให้ประชาชนได้ใช้บริการรถเมล์ใหม่ มีความสะดวกสบาย รวมถึงช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งช่วยลดภาระต้นทุนรวมของ ขสมก.ได้อีกด้วย.

กัลยา ยืนยง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...