โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

[บทความ] เปิดประสบการณ์สุดสยอง ดื่มน้ำอัดลมวันละ 3 ลิตร… หมอผงะ ผ่าเจอ "นิ่ว" 35 ก้อน!

BT Beartai

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
[บทความ] เปิดประสบการณ์สุดสยอง ดื่มน้ำอัดลมวันละ 3 ลิตร… หมอผงะ ผ่าเจอ

เรื่องนี้ทำเอาคนรักน้ำอัดลมต้องสะดุ้ง ! เมื่อเรื่องราวสุดช็อกจากบราซิลถูกเปิดเผยขึ้น สั่นสะเทือนวงการแพทย์และสร้างความตื่นตระหนกในโซเชียลมีเดีย กรณีของชายคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมดื่มน้ำอัดลมปริมาณมหาศาลทุกวัน จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าขนลุก นั่นคือการพบก้อนนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจำนวนมากถึง 35 ก้อน เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจอันน่ากลัวว่า “ความอร่อยซ่า” ที่หลายคนหลงใหล อาจซ่อนภัยเงียบที่กัดกินสุขภาพไตของคุณอย่างช้า ๆ โดยที่คุณไม่ทันรู้ตัว

คุณหมอธาเลส อันดราเดะ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะผู้เชี่ยวชาญจากบราซิล ได้จุดประเด็นเตือนภัยสุขภาพครั้งใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจเผยแพร่เรื่องราวการผ่าตัดอันน่าตกใจผ่านวิดีโอในอินสตาแกรม ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นจานที่เต็มไปด้วยก้อนนิ่วขนาดใหญ่ สีเหลืองนวล วางเรียงรายอยู่ต่อหน้าเตียงผ่าตัดที่ผู้ป่วยนอนอยู่เบื้องหลัง เพียงแค่ได้เห็นภาพเหล่านั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครหลายคนรู้สึกขนลุกและตั้งคำถามกับพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของตัวเองแล้ว

ก้อนนิ่วปริศนาในไต เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันคืออะไรกันแน่?

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมการดื่มน้ำอัดลมถึงสามารถสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “นิ่วในไต” คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร ตามข้อมูลจาก National Kidney Foundation อธิบายว่า นิ่วในไตก็คือก้อนแข็งๆ ที่ก่อตัวขึ้นในไตของเรานั่นเอง มันเกิดขึ้นเมื่อสารบางอย่างในปัสสาวะของเราเกิดความไม่สมดุล

ลองนึกภาพว่าปัสสาวะของเราประกอบด้วยสารหลายชนิด เช่น แคลเซียม, โซเดียม, ออกซาเลต และกรดยูริก หากมีปริมาณของอนุภาคเหล่านี้มากเกินไปในขณะที่ร่างกายได้รับของเหลวไม่เพียงพอ สารเหล่านี้ก็จะไม่มีตัวทำละลายที่เพียงพอ ทำให้พวกมันจับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ และค่อย ๆ ตกผลึกกลายเป็นก้อนแข็ง ๆ ที่เราเรียกว่า “นิ่ว”

เมื่อก้อนนิ่วก่อตัวขึ้นแล้ว มันอาจจะเลือกที่จะสงบอยู่ในไตของคุณไปตลอดชีวิต หรือบางทีมันก็เริ่มออกเดินทางเคลื่อนที่ลงมาตามท่อปัสสาวะของคุณเองได้ ก้อนนิ่วขนาดเล็กมาก ๆ อาจผ่านออกมาพร้อมกับปัสสาวะโดยที่คุณแทบไม่รู้สึกตัวเลย แต่สำหรับก้อนที่ใหญ่กว่านั้น เมื่อมันเคลื่อนที่ลงมา มันอาจติดขัดอยู่ตามทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับ เกิดการอุดตัน และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ ความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ที่ผู้ป่วยนิ่วในไตมักต้องเผชิญ การอุดตันนี้ยังเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะมันจะขัดขวางไม่ให้ไตของคุณทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่หรือก่อให้เกิดอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษาที่หลากหลาย เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ก้อนนิ่วผ่านออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการสั่งยาบางชนิด หรือในกรณีที่จำเป็น อาจต้องมีการทำหัตถการทางการแพทย์เพื่อสลายนิ่วให้มีขนาดเล็กลง หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดเพื่อนำก้อนนิ่วออกจากร่างกายโดยตรงเลยทีเดียว

นิ่วในไตไม่ได้เป็นโรคที่พบเจอได้ยากเลยในสหรัฐอเมริกา มีการประมาณการว่า หนึ่งในสิบคน จะต้องเผชิญกับปัญหานิ่วในไตอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต และทุก ๆ ปี มีชาวอเมริกันมากกว่าครึ่งล้านคน ต้องถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินเพราะอาการจากนิ่วในไต แสดงให้เห็นถึงความชุกของโรคนี้ได้อย่างชัดเจน

สัญญาณเตือนภัยที่ต้องรีบเช็ก คุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่?

ก้อนนิ่วในไตนั้นมีขนาดที่แตกต่างกันไปอย่างน่าตกใจ ตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋วเท่าเมล็ดข้าวไปจนถึงขนาดที่ใหญ่เท่าลูกกอล์ฟ และเมื่อเร็วๆ นี้ โลกยังต้องตะลึงกับข่าวของชายชาวศรีลังกาคนหนึ่งที่ สร้างสถิติโลกกินเนสส์ ด้วยการผ่าตัดนำก้อนนิ่วขนาดมหึมาถึง 1.8 ปอนด์ ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าเกรปฟรุต ออกจากร่างกายของเขาได้สำเร็จ!

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ อาการที่คุณจะสังเกตเห็นก็จะยิ่งชัดเจนและรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น หากคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ อย่าละเลยและรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน

  • อาการปวดอย่างรุนแรงที่ด้านใดด้านหนึ่งของหลังส่วนล่าง: นี่คืออาการที่พบบ่อยที่สุดและเป็นจุดเด่นของนิ่วในไต อาการปวดมักจะเริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหัน และมีความรุนแรงมากจนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทรมานอย่างแสนสาหัส ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างปกติ บางครั้งอาการปวดนี้อาจแผ่กระจายไปถึงบริเวณช่องท้องส่วนล่าง หรือบริเวณขาหนีบได้
  • ปวดท้องที่ไม่หายไป: นอกจากอาการปวดหลังส่วนล่างแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดท้องส่วนกลางหรือส่วนบนที่ไม่ทุเลาลงเลย แม้จะลองพักผ่อนหรือทานยาแก้ปวดทั่วไปก็ตาม
  • ปัสสาวะมีเลือดปน: นี่เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ เลือดที่ปนมากับปัสสาวะอาจทำให้ปัสสาวะมีสีที่ผิดปกติไป เช่น สีชมพูอ่อน สีแดงเข้ม หรือแม้กระทั่งสีน้ำตาล ซึ่งเกิดจากการที่ก้อนนิ่วเคลื่อนที่ไปบาด หรือระคายเคืองต่อผนังของท่อปัสสาวะ
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน: อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดอย่างรุนแรง เนื่องจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นระบบประสาท ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนตามมาได้
  • มีไข้และหนาวสั่น: หากมีอาการไข้และหนาวสั่นร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงและต้องการการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน
  • ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นหรือดูขุ่น: การเปลี่ยนแปลงของลักษณะปัสสาวะ เช่น มีกลิ่นผิดปกติไปจากเดิม หรือมีลักษณะที่ดูขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ หรือมีสารบางอย่างในปัสสาวะที่ไม่สมดุลซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่ว

น้ำอัดลมคือตัวการร้าย? ข้อมูลที่น่าตกใจจากงานวิจัย!

นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ คาเฟอีน ที่อยู่ในน้ำอัดลมหลายชนิดนั้น ทำหน้าที่เป็น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งหมายความว่ามันจะกระตุ้นให้ร่างกายของคุณขับน้ำออกไปมากขึ้น ทำให้คุณเสี่ยงต่อ ภาวะขาดน้ำ ได้ง่ายขึ้น และเมื่อร่างกายขาดน้ำ สารต่างๆ ที่ก่อให้เกิดนิ่วก็จะเข้มข้นขึ้นและมีโอกาสจับตัวกันเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

เพื่อยืนยันเรื่องนี้ การศึกษาที่ดำเนินการโดย National Institutes of Health ได้เผยผลลัพธ์ที่น่าตกใจ: ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมวันละหนึ่งแก้วหรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นนิ่วในไตสูงขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมน้อยกว่าหนึ่งแก้วต่อสัปดาห์! ไม่เพียงแค่น้ำอัดลมเท่านั้น แต่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้เทียมที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณได้เช่นกัน นี่ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่มีชาวอเมริกันถึง 63% ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำทุกวัน ตามข้อมูลจาก CDC

ข่าวดีที่พอจะทำให้ใจชื้น แค่ “ลด” ก็ช่วยได้มหาศาล

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่ากลัวใช่ไหมคะ? แต่ก็มีข่าวดีที่พอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง นั่นคือ แค่การลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลม ก็สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาลให้กับสุขภาพไตของคุณได้แล้ว

ใน การศึกษาหนึ่ง ที่น่าสนใจ พบว่าผู้ป่วยที่เคยมีประวัตินิ่วในไตและตัดสินใจเลิกดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำอัดลมชนิดที่มีส่วนผสมของ กรดฟอสฟอริก สามารถ ลดโอกาสในการเกิดนิ่วซ้ำลงได้ถึง 15% เลยทีเดียว นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง

นายแพทย์อันดราเดะเองก็ย้ำเตือนในวิดีโอของเขาว่า “การรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายอย่างเพียงพอ และการหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำอัดลมมากเกินไป เป็นมาตรการที่สำคัญอย่างยิ่งในการป้องกัน (นิ่วในไต)” และเขายังทิ้งท้ายข้อคิดสำคัญไว้ว่า “สุขภาพไตเริ่มต้นจากการเลือกสิ่งที่เราดื่มในแต่ละวัน” คำพูดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจที่เรามีในการควบคุมสุขภาพของตัวเอง ด้วยการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับร่างกายในแต่ละวัน

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่คุณควรรู้ ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

แม้ว่านิ่วในไตจะพบมากที่สุดในผู้ชายช่วงอายุ 30 และ 40 ปี แต่ความจริงแล้วมันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเพศใด หรืออายุเท่าไหร่ก็ตาม แม้แต่ เด็กๆ ก็สามารถเป็นนิ่วในไตได้เช่นกัน ตามข้อมูลจาก Cleveland Clinic ดังนั้น การรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ จะช่วยให้เราสามารถป้องกันตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

  • ภาวะขาดน้ำ: นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง การดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่สารต่างๆ จะตกผลึกเป็นนิ่ว

  • พฤติกรรมการบริโภคอาหาร:

  • การรับประทานโปรตีนในปริมาณมาก: โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์ อาจเพิ่มปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของนิ่ว

    • การรับประทานอาหารรสเค็มจัด: เกลือในปริมาณมากสามารถเพิ่มปริมาณแคลเซียมในปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วแคลเซียม
    • การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง: โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตส สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วกรดยูริก
    • การรับประทานวิตามินซีเสริมในปริมาณมาก: แม้ว่าวิตามินซีจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การได้รับในปริมาณที่สูงเกินไป อาจเพิ่มการขับออกซาเลตทางปัสสาวะ ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
  • ประวัติการผ่าตัด: การผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้บางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงการดูดซึมสารอาหารและเกลือแร่ในร่างกาย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วได้

  • ยาบางชนิด: ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิด (เช่น Furosemide), ยาลดกรดที่มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบ (โดยเฉพาะเมื่อรับประทานเกินขนาด), และยาต้านอาการชักบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต

  • ประวัติครอบครัว: หากมีสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติใกล้ชิด เคยเป็นนิ่วในไต คุณก็จะมีโอกาสเป็นนิ่วในไตสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง

  • ภาวะทางการแพทย์บางอย่าง: โรคประจำตัวบางชนิดก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้คุณมีโอกาสเกิดนิ่วในไตได้มากขึ้น เช่น:

  • โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis): เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดปกติของการดูดซึมสารอาหารและเพิ่มความเสี่ยงนิ่ว

    • โรคเบาหวาน (Diabetes): ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเกิดนิ่วกรดยูริก เนื่องจากภาวะกรดในเลือดสูง
    • โรคเกาต์ (Gout): เป็นภาวะที่มีกรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งสามารถนำไปสู่การก่อตัวของนิ่วกรดยูริกในไตได้
    • ความดันโลหิตสูง (High Blood Pressure): มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความดันโลหิตสูงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของนิ่วในไต
    • โรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease – IBD): เช่น โรคโครห์น (Crohn’s disease) หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (Ulcerative Colitis) อาจทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้ไม่ดี ซึ่งส่งผลต่อการขับออกซาเลตทางปัสสาวะ และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
    • โรคอ้วน (Obesity): การมีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วนสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของนิ่วในไตหลายชนิด โดยเฉพาะนิ่วกรดยูริก

สุขภาพไตเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

เรื่องราวของชายที่ดื่มน้ำอัดลมปริมาณมากจนต้องผ่าตัดนำก้อนนิ่วจำนวนมากออกจากร่างกายนี้ เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลังว่า พฤติกรรมการบริโภคของเรามีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเราอย่างคาดไม่ถึงและรุนแรงเพียงใด น้ำอัดลมไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นชั่วคราว แต่มันอาจเป็นตัวการลับที่บ่อนทำลายสุขภาพไตของคุณอย่างช้า ๆ โดยที่คุณไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปและเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

การดูแลสุขภาพไตนั้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด สิ่งที่ง่ายที่สุดและสำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือ การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน น้ำเปล่าคือยาชั้นดีที่ช่วยล้างของเสียและรักษาสมดุลของสารต่าง ๆ ในปัสสาวะ ป้องกันไม่ให้เกิดการตกผลึกเป็นนิ่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การใส่ใจกับอาหารการกิน การหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง น้ำตาลสูง และจำกัดการรับประทานโปรตีนในปริมาณที่มากเกินไป ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

หากคุณมีประวัติครอบครัวเป็นนิ่วในไต หรือมีภาวะทางการแพทย์ตามที่กล่าวมาข้างต้น การปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำจะช่วยให้คุณสามารถเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

สุขภาพไตเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องดูแลให้ดี การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคในชีวิตประจำวันของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่มีสุขภาพดี ห่างไกลจากโรคนิ่วในไต และโรคอื่นๆ ที่อาจตามมาจากการละเลยสุขภาพไตของคุณ

อย่ารอจนกว่าจะสายเกินไป! ให้เรื่องราวสุดสยองนี้เป็นบทเรียนและแรงผลักดันให้คุณหันมาใส่ใจสุขภาพไตของคุณอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้! เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากสิ่งที่คุณเลือกดื่มและเลือกกินในแต่ละวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...