“จีน” ส่งออกเดือน พ.ค.โตต่ำคาด แม้มีข้อตกลงสงบศึกการค้าสหรัฐชั่วคราว
ยอดส่งออกจีน เดือน พ.ค.โตต่ำกว่าคาด แม้มีข้อตกลงสงบศึกภาษีชั่วคราวกับสหรัฐ ขณะที่ยอดนำเข้าดิ่งแรง สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่ยังซบเซา ก่อนการเจรจารอบใหม่ในลอนดอน
วันที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 10.12 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนพฤษภาคมไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงทางการค้าชั่วคราวกับสหรัฐที่ทำให้ภาคธุรกิจเร่งส่งออกล่วงหน้าเพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาผ่อนปรนภาษีนำเข้า 90 วัน
ข้อมูลจากศุลกากรจีนที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า การส่งออกของจีนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งคำนวณในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าการคาดการณ์ของโพลจากรอยเตอร์ที่คาดว่าจะเติบโต 5%
ในทางกลับกันยอดนำเข้าร่วงลงถึง 3.4% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่าจะลดลงเพียง 0.9% โดยการนำเข้าของจีนปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซา
ในเดือนเมษายน ยอดส่งออกของจีนเคยพุ่งขึ้นถึง 8.1% โดยการส่งออกไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ชดเชยกับการลดลงของการส่งออกไปยังสหรัฐที่หดตัวมากกว่า 21% เนื่องจากสหรัฐเริ่มใช้มาตรการภาษีนำเข้าที่สูงเป็นพิเศษ
มาตรการภาษีของสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดอัตราภาษีสูงถึง 145% สำหรับสินค้าจีน มีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีระดับสามหลักเช่นกัน และมาตรการจำกัดอื่น ๆ เช่น การควบคุมการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ
ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการเจรจาที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ที่เคยใช้ตอบโต้กัน โดยตามข้อมูลของสถาบัน Peterson Institute for International Economics ปัจจุบันสหรัฐยังมีภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนที่เฉลี่ย 51.1% ส่วนจีนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐที่ 32.6%
ข้อตกลงหยุดยิงทางภาษีชั่วคราวนี้คาดว่าจะกระตุ้นการค้าให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากผู้ส่งออกและผู้นำเข้าทั้งในจีนและสหรัฐต่างเร่งจัดส่งสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งพุ่งสูง
ทั้งนี้ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และหัวหน้าคณะเจรจาการค้า มีกำหนดจะพบกับคณะเจรจาการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งนำโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่กรุงลอนดอนในวันเดียวกัน เพื่อเริ่มการเจรจารอบใหม่ ซึ่งการเจรจารอบที่สองนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่กลับมาปะทุอีกครั้ง เมื่อทั้งสองฝ่ายกล่าวหากันและกันว่าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเจนีวา
ทางการสหรัฐกล่าวหาจีนว่า “จงใจล่าช้า” ในการอนุมัติการส่งออกแร่ธาตุสำคัญไปยังสหรัฐ ขณะที่จีนโจมตีสหรัฐกลับว่าเป็นฝ่ายที่กำหนดข้อจำกัดใหม่ในการขอวีซ่านักเรียนจีน และออกข้อจำกัดการส่งออกชิปเพิ่มเติม
กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงเมื่อวันเสาร์ว่าจะยังคงดำเนินการพิจารณาและอนุมัติคำขอส่งออกแร่หายากต่อไป โดยให้เหตุผลว่าความต้องการใช้แร่ชนิดนี้ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และรถยนต์พลังงานใหม่ยังคงเพิ่มสูง
อ้างอิง : cnbc.com