จีนเปิดตัว วีซ่าอาเซียน อำนวยความสะดวกนักธุรกิจอาเซียนที่เข้าไปค้าขาย-ลงทุนในจีน เข้าออกจีนได้หลายครั้ง อยู่จีนได้ครั้งละ 180 วัน มีอายุ 5 ปี
The Structure
อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 03.18 น. • The Structureเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงข่าวว่า จีนได้เปิดตัว “ วีซ่าอาเซียน (ASEAN Visa) ” หรือ วีซ่าธุรกิจพิเศษสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และติมอร์-เลสเต ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน
โดยวีซ่าดังกล่าว ออกให้แก่บุคลากรด้านธุรกิจ รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด โดยสามารถยื่นขอวีซ่าประเภทเข้า-ออกหลายครั้ง (multiple-entry visa) ได้เป็นระยะเวลา 5 ปี และพำนักในจีนได้สูงสุดครั้งละไม่เกิน 180 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่
มาตรการใหม่นี้จะครอบคลุมผู้เดินทางจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมา กัมพูชา รวมถึงติมอร์-เลสเต
เว็บไซต์ทางการของกระทรวงการต่างประเทศจีนได้รายงานถ้อยแถลงของนายหลิน เจี้ยน ที่ได้ตอบ ข้อซักถามของผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) โดยระบุว่า “ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือในการผลักดันการสร้างประชาคมจีนและอาเซียนได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
และโครงการ “กรอบความร่วมมือ 5 ประการแห่งประชาคมจีน–อาเซียน” มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีความต่อเนื่องและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันให้เกิดความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ ”
นโยบาย “วีซ่าอาเซียน” ดังกล่าว เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านการยกเว้นวีซ่าที่จีน ได้ดำเนินการกับประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย
รวมถึงโครงการ “วีซ่าแม่โขง–ล้านช้าง” ที่ครอบคลุมประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างสะดวก คล่องตัว และปลอดภัยในระดับภูมิภาค
ข้อเสนอแนะของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
การเปิดตัววีซ่าอาเซียนนับเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงรุกของจีนที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยมาตรการดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการขยายตัวของการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับวีซ่าอาเซียน ซึ่งเป็นวีซ่าธุรกิจพิเศษแบบเข้า-ออกหลายครั้ง (Multiple-entry visa) เป็นระยะเวลา 5 ปี และอนุญาตให้พำนักในจีนได้สูงสุดครั้งละ 180 วัน
มาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการยื่นขอวีซ่าซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าจีนบ่อยครั้ง เช่น การเจรจาธุรกิจ การเยี่ยมชมโรงงาน หรือการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า
โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการไทย รายย่อย (SMEs) ที่กำลังขยายกิจการในจีน วีซ่าดังกล่าวจะเอื้อต่อการติดตามความคืบหน้าโครงการทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสในการขยายฐานการผลิต การเจรจาร่วมทุน หรือการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในจีนได้อย่างคล่องตัว
การได้รับสิทธิพิเศษทางวีซ่านี้ ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ไทย–จีน และส่งเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนไทยว่า จีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาขั้นตอนการยื่นขอ “วีซ่าอาเซียน” (ASEAN Visa) อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ