โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดเม็ดเงินลงทุน Thai ESGX 2 เดือน พุ่งกว่า 32,000 ล้านบาท

PostToday

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.03 น.

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากมาตรการของภาครัฐที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืน (ESG) และเพิ่มเสถียรภาพตลาดทุนไทย โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ใน Thai ESGX และการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ไป Thai ESGX ในระยะ 2 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568 และ ก.ล.ต. ได้ออกหลักเกณฑ์รองรับการลงทุนใน Thai ESGX แล้วนั้น

โดย ณ วันสิ้นสุดมาตรการ Thai ESGX มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) รวมประมาณ 32,168 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่สับเปลี่ยนจาก LTF ประมาณ 25,091 ล้านบาท และเป็นเงินลงทุนใหม่ประมาณ 7,077 ล้านบาท ซึ่งยอดสับเปลี่ยนดังกล่าวคิดเป็น 79% ของมูลค่ากลุ่มผู้ถือหน่วยลงทุน LTF ที่มีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 500,000 บาท แสดงให้เห็นว่ามาตรการนี้สามารถตอบโจทย์และจูงใจผู้ถือหน่วยลงทุนกลุ่มนี้ให้ตัดสินใจลงทุนหุ้นไทยที่เน้นความยั่งยืน (หุ้น ESG) ได้ต่อเนื่อง

นางพรอนงค์ กล่าวว่า การลงทุนใน Thai ESGX นอกจากจะสะท้อนถึงการสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนไทยที่ให้ความสำคัญกับการประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในช่วงของการพัฒนาเร่งดำเนินการให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มหุ้น ESG ของไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศแล้ว ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และผู้ประกอบธุรกิจจัดการลงทุนทุกแห่ง

โดยระบบตรวจสอบการถือครองหน่วยลงทุน LTF ที่เชื่อมโยงทุกหน่วยงานในอุตสาหกรรม ยังสามารถนำไปขยายผลต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการแก่ผู้ลงทุนต่อไปด้วย ในมุมมองของ ก.ล.ต. จึงถือว่ามาตรการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ก.ล.ต. ขอเน้นย้ำว่า เพื่อให้ผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุน Thai ESGX ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ต้องถือครองหน่วยลงทุน Thai ESGX ที่ลงทุนในช่วงระยะเวลาตามมาตรการข้างต้นเป็นระยะเวลาครบ 5 ปีเต็ม นับจากวันที่ซื้อหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน

ทั้งนี้ วงเงินสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้มาตรการ Thai ESGX ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วงเงิน ประกอบด้วย

วงเงินที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจลงทุนใน Thai ESGX สามารถเริ่มซื้อได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (วันชนวัน นับแต่วันที่ลงทุน)

สำหรับกรณีการลงทุนด้วยเงินใหม่ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนและค่าธรรมเนียม ได้จากหนังสือชี้ชวนของ Thai ESGX แต่ละกอง รวมทั้งสามารถศึกษาขั้นตอนการซื้อกองทุน Thai ESGX ได้ที่ บลจ. แต่ละแห่ง

วงเงินที่ 2 สำหรับผู้ที่ถือหน่วยลงทุน LTF ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่แจ้งความประสงค์สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF เดิม ทั้งหมดใน LTF ทุกกองทุนในทุก บลจ. (ไม่รวม class หน่วยภาษีอื่นภายใต้กองทุนเดียวกัน เช่น class SSF) มาเป็นหน่วยลงทุนของ Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท ตั้งแต่ปีภาษี 2568-2572

โดยในปี 2568 วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และปี 2569-2572 ให้ได้รับลดหย่อนเป็นจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละปีภาษี เช่น ผู้ถือหน่วยลงทุนสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ไป Thai ESGX มูลค่า 380,000 บาท สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ ดังนี้ ปี 2568 จำนวน 300,000 บาท และปี 2569-2572 ปีละ 20,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...